อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ พูดถึงการเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา และเสนอแนวทางแก้ไข 5 ข้อเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต โดยเน้นการฝึกอบรมคนขับรถและความปลอดภัยบนรถโดยสาร และจำกัดระยะทางในการเดินทางของนักเรียนทัศนศึกษา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติด่วนที่มีความสำคัญกับพวกเรา ไม่เฉพาะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร แต่รวมถึงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศในวันนี้ คืออุบัติเหตุไฟไหม้รถบัส ทัศนศึกษา และแนวทางการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ได้สร้างความสูญเสียที่ไม่มีใครต้องการ ครอบครัวผู้เสียชีวิต สูญเสีย บุคคลอันเป็นที่รัก สังคมเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ เราไม่สามารถเพิกเฉยต่อปัญหานี้ได้ ผมพร้อมเพื่อนสมาชิกพรรคภูมิใจไทยและผู้แทนราษฎรทุก ๆ ท่าน ขอแสดงความเสียใจ ต่อครอบครัว คุณครู และนักเรียนที่เสียชีวิตต่อเหตุการณ์รถบัส ไฟไหม้เมื่อวานนี้ และขอสดุดีคุณครู ผู้ทำหน้าที่ของครูจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ปัญหาที่เราต้องเร่งแก้ไข ก็คือความปลอดภัยของการขนส่ง ซึ่งมีข้อบกพร่องอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านการบำรุงรักษารถโดยสาร และการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เหตุการณ์นี้เป็นการเตือนให้เราต้องดำเนินการปฏิรูประบบขนส่งอย่างจริงจัง ผมจึงมี ข้อเสนอ ๕ แนวทาง เพื่อไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ดังนี้
ข้อเสนอที่ ๑ ควรมีการตรวจสอบคุณภาพและการบำรุงรักษารถโดยสาร ทุก ๓ เดือน โดยเฉพาะยางรถยนต์ ระบบไฟฟ้า และระบบติดตั้งตรวจจับควันและไฟ ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงจากความร้อน หรือไฟไหม้ในห้องเครื่อง และห้องโดยสาร
ข้อเสนอที่ ๒ ควรติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยภายในรถ ประเทศไทย ควรบังคับใช้ให้รถโดยสารทุกคันติดตั้งระบบเบรกอัตโนมัติ ระบบควบคุมเสถียรภาพรถ และติดตั้งกล้องวงจรปิดในรถโดยสารทุกคัน การติดตั้งเทคโนโลยีเหล่านี้จะลดโอกาส ในการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีนัยสำคัญ ผลงานวิจัยของศูนย์ความปลอดภัยการขนส่ง ของสหรัฐอเมริกา ปี ๒๐๑๙ ได้ศึกษาและระบุว่า การติดตั้งระบบเบรกอัตโนมัติและ ระบบควบคุมเสถียรภาพจะสามารถลดอุบัติเหตุรถโดยสารได้มากถึง ๒๕-๓๐ เปอร์เซ็นต์
ข้อเสนอที่ ๓ ก็เหมือนเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็คือการฝึกอบรมคนขับรถ การศึกษาของ Rogers & May ปี ๒๐๑๙ ออสเตรเลียระบุว่า คนขับรถบัสที่ผ่าน การฝึกอบรมด้านความปลอดภัยและการรับมือเหตุฉุกเฉิน มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุน้อยลง มากถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับผู้ขับขี่ที่ไม่ได้รับการฝึกอบรมเลย การอบรมนี้ ควรเน้นทักษะการควบคุมยานพาหนะในสถานการณ์คับขัน เช่น การเบรกฉุกเฉิน การควบคุมเสถียรภาพของรถ แม้กระทั่งรับมือเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้หรืออุบัติเหตุ
ข้อเสนอที่ ๔ คือการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยต่าง ๆ ภายในรถโดยสาร ซึ่งวันนี้เราก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันไม่มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการเสนอ ให้มีการติดตั้งค้อนนิรภัยสำหรับทุบกระจก การติดตั้งถังดับเพลิง ซึ่งก็มีการติดตั้ง แต่ใช้งานไม่ได้จริงเมื่อเกิดเหตุ ระบบไฟฉุกเฉินที่ทำงานได้เมื่อเกิดไฟดับก็ไม่มี และตรวจสอบ ประตูฉุกเฉินให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ซึ่งในรถคันที่เกิดเหตุก็มีแต่ใช้งานไม่ได้
สุดท้ายข้อเสนอข้อที่ ๕ คือ การจำกัดระยะทางและช่วงอายุของการ ทัศนศึกษา งานวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกาของ Smith & Johnson ปี ๒๐๒๐ แสดง ให้เห็นว่าเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า ๑๒ ปีมีความเสี่ยงสูงในการเดินทางไกล ผมเสนอ ให้มีการจำกัดระยะทางในการเดินทางทัศนศึกษา โดยเด็กเล็กควรได้รับการทัศนศึกษา ในพื้นที่ที่ไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ผมได้มีโอกาส นั่งฟังเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้พูดสนับสนุนถึงความจำเป็น ในการทัศนศึกษา ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ยังเห็นด้วยนะครับว่า การทัศนศึกษานี้มีความจำเป็น แต่จะทำอย่างไรถึงให้การทัศนศึกษาในโอกาสข้างหน้าจะไม่สร้างความสูญเสียอย่างที่เกิดขึ้น เมื่อวานนี้อีกครั้งหนึ่ง เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นต่อให้เรามีมาตรการรัดกุมและดีอย่างไร ก็ไม่สามารถป้องกันอะไรได้ หากเรายังมีคุณภาพของคนที่ยังต่ำอยู่ วันนี้สุดท้ายเรื่องของคน คือเรื่องที่สำคัญที่สุด ผมเองก็ต้องขออนุญาตท่านประธานให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ในการเร่งรัดหามาตรการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ รวมทั้งนำข้อเสนอ ทั้ง ๕ ข้อของผมที่ได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้นำไปใช้ และหวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน จะไม่เกิดขึ้นอีกในบ้านเราในอนาคต ขอบคุณครับ