ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ อภิปรายญัตติด่วนจากเหตุไฟไหม้รถทัศนศึกษา เสนอให้ปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยของรถโดยสาร ทั้งเข็มขัดนิรภัยและกระจกเปิดฉุกเฉิน โดยเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินการ พร้อมเปรียบเทียบกับต่างประเทศเพื่อผลักดันให้มีมาตรการป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซากและลดภาระการจราจรจากการที่ผู้ปกครองต้องรับส่งเด็กเอง
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน จากปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรีและอำเภอหนองเสือ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอ แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียและบาดเจ็บด้วย สิ่งเหล่านี้ไม่มีใครอยากให้ เกิดขึ้นครับท่านประธาน สส. ทุกคนรู้สึกหดหู่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็เป็นข่าวไปทั่วโลก ท่านประธานครับ วันนี้ผมก็อยากจะร่วมอภิปรายญัตติด่วน การเกิดไฟไหม้รถบัส ทัศนศึกษาและแนวทางการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ญัตตินี้ตั้งขึ้นมาเกี่ยวกับรถทัศนศึกษา แต่ผมขอแบ่งเพิ่มเติมเป็น ๒ ประเด็นนะครับ
ในเรื่องของรถทัวร์ทัศนศึกษาแล้วก็เรื่องรถรับส่งนักเรียนด้วยจะได้ครบถ้วน บริบูรณ์นะครับ ในเรื่องของรถทัวร์ครั้งแรกที่ผมได้ขึ้นรถทัวร์หลังจากที่ผมไปอยู่ต่างประเทศ มาสักพักหนึ่งได้กลับมาเมืองไทย ขึ้นรถทัวร์แล้วรู้สึก Culture Shock รู้สึกแปลกใจมากว่า ประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น ผมขึ้นไปนั่งบนรถทัวร์ จะเอาเข็มขัดนิรภัยมารัดหาไม่เจอครับ ผมล้วงไปล้วงมาก็เห็นว่าเข็มขัดนิรภัยมีอยู่ แต่เขามัดม้วนกันม้วน ๆ แล้วก็ซุกไว้ข้าง ๆ ครับ คือถอดออกมาใช้ไม่ได้ แล้วเราจะมีเข็มขัดนิรภัยไปทำไมครับ อันนี้คือเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ พอผมหันมองรอบ ๆ เห็นกระจกรถทัวร์เป็นกระจกปิดตาย วันนั้น คือสงสัยมาก ๆ เพราะเราอยู่ต่างประเทศกระจกรถทัวร์ทุกบานเปิดได้ ผลักออกไปได้ เมื่อเกิดเหตุอะไรก็ตาม เราสามารถหนีได้ เราสามารถผลักกระจกแล้วก็เปิดออกไป แล้วก็สามารถหนีได้ อย่างในกรณีเพลิงไหม้อย่างนี้นะครับ เป็นกรณีตัวอย่างที่ดีที่สุด ถ้าเกิด เรามีรถที่เปิด ไม่มีกระจกปิดทึบ แต่เป็นกระจกเปิดได้จะมีผู้รอดชีวิตมากกว่านี้เยอะเลยครับ
อันนี้คือ ๒ เรื่องสำคัญมาก ๆ สำหรับการออกแบบรถทัศนศึกษา หรือรถทัวร์ อยากให้เรื่องนี้เป็นไม่ใช่แค่ลมผ่านแล้วก็จบไป อยากให้ทางกระทรวงที่เกี่ยวข้อง กระทรวง คมนาคมได้เร่งรัดทำเรื่องแล้วก็ให้รถทัวร์มีความปลอดภัยมากกว่านี้นะครับ ส่วนเรื่องอื่น ๆ เพื่อน สส. ได้พูดไปเยอะแล้วนะครับ อันนี้เป็น Culture Shock จริง ๆ ผมไม่คิดว่า จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับเมืองไทย แล้วก็กลับมาครั้งแรกนั่งรถทัวร์ไปก็ขวัญผวาไป ด้วยความไม่เคยชิน นอกจากนี้ก็จะพูดถึงเรื่องของรถรับส่งนักเรียน ปัญหาที่เราเจอนะครับ รถรับส่งนักเรียนในประเทศไทยเราเป็นอะไรนะครับ ก็เป็นรถตู้อย่างที่เห็นและปัญหา ก็คือการลืมเด็กไว้ในรถตู้ แล้วก็ทำให้เกิดการเสียชีวิต เหตุการณ์นี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำอีก แล้วก็ไม่มีการแก้ไข รถรับส่งนักเรียนอีกส่วนหนึ่งก็คือ รถสองแถว พอมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก็เทกระจาดกันเลยผมจะยกตัวอย่างนะครับ ขอรูปที่ผมส่งสไลด์ ไปนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
รถนักเรียนของต่างประเทศ ที่มีสีเหลืองสดใส มองเห็นทั้งกลางคืนและกลางวัน รถคันนี้ก็เป็นรถแทบจะเรียกว่า มีความปลอดภัยสูงมาก ๆ เป็นรถกระจกเปิด กระจกใส มองเห็นเด็กได้ ไม่มีทางลืมเด็กไว้ ข้างใน หรือลืมเด็กเด็กก็ลงมาได้ ไม่ใช่รถตู้ที่ล็อกตาย แล้วก็กระจกซ้ายขวาบานใหญ่มองเห็น Blind Spot ท่านเห็นป้าย Stop นั่นไหมครับ เวลาที่รถนักเรียนหยุดรับส่งนักเรียน ป้าย Stop นั้นจะกางออกมา อันนี้มันเหมือนกับสัญญาณไฟให้หยุด หรือว่าถ้าภาษาลาว เขาเรียกว่าไฟอำนาจนะครับ ไฟแดงเขาเรียกไฟอำนาจ อันนี้เป็นไฟอำนาจจริง ๆ นะครับท่าน ถ้าเกิดเปิดตรงนี้ขึ้นมาปุ๊บ รถที่อยู่ข้างหน้าและที่อยู่ข้างหลังห้ามแซงเด็ดขาด จะต้องจอด ความปลอดภัยสูงสุด ถ้าคุณแซงเขาไป แม้แต่จะมี ๒ เลน หรือ ๔ เลนก็ห้ามแซง จะต้องหยุดทั้งหมด ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง เพราะว่าอะไร เพราะว่าเด็กอาจจะลงจากรถ แล้ววิ่งข้ามถนนเลย อันนี้ป้องกันอุบัติเหตุได้ดีเลย แล้วโทษของเขาคืออะไร ถ้าเกิดคุณทำผิด ครั้งแรกคือมีการแซงก็จะถูกปรับ ๒๕๐-๔๐๐ เหรียญ อันนี้ในนิวยอร์ก ๒๕๐-๔๐๐ เหรียญ หรือ ๘,๐๐๐-๑๔,๐๐๐ บาท หรือว่าจำคุก ๓๐ วัน ตัดแต้ม ๕ แต้ม ถ้าผิดครั้งที่ ๒ จะเพิ่ม ค่าปรับเป็น ๖๐๐-๗๕๐ เหรียญ ๒๑,๐๐๐-๒๖,๐๐๐ บาท หรือจำคุก ๑๘๐ วัน จำคุก ๖ เดือน คุณแซงป้ายนี้จำคุก ๖ เดือน ถ้าทำผิดซ้ำครั้งที่ ๒ แล้วก็ตัดแต้ม ๕ แต้มเช่นกัน เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าต่างประเทศเขาให้ความสำคัญกับเด็กนักเรียนมาก ๆ เนื่องจาก เด็กยังวุฒิภาวะน้อย ยังไม่รู้ว่าอันตรายอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้นผู้ใหญ่จะต้องคอยสอดส่องให้ ไม่ใช่ให้เด็กไปเสี่ยงภัยเอาเอง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมอยากจะพูดนะครับท่าน และนอกจากนี้ รถรับส่งนักเรียนของเราไม่มีความปลอดภัย มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย ก็ทำให้พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ไม่ไว้ใจรถรับส่งนักเรียนจึงต้องไปส่งเอง การขับรถไปส่งเอง ไปส่งไปรับเช้าเย็นนี้เกิดอะไรขึ้น สูญเสียทรัพยากรทั้งค่าน้ำมัน ทั้งเวลาของปู่ย่าตายาย แล้วก็ยังทำให้การจราจรติดขัด ถ้าท่านเข้าไปในซอยที่มีโรงเรียนอยู่ตอนบ่ายสามโมงเย็นหรือตอนเช้า ท่านไม่ต้องรอ เลยครับ เป็นชั่วโมงครับในนั้น ทำให้เกิดการสูญเสียรถติด อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกว่า ถ้าเรามีรถที่มันมีความปลอดภัย พ่อแม่สามารถไว้ใจได้ ต่างประเทศในนิวยอร์กแทบจะไม่มีข่าว ว่ามีการสูญเสียเลยในเรื่องของรถรับส่ง อุบัติเหตุน้อยมาก แทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะฉะนั้น พ่อแม่ก็ไว้วางใจ แล้วก็สามารถที่จะไว้ใจคนขับรถให้ขับรถไปส่งลูกของเราได้ และมั่นใจว่า ตอนเย็นจะได้เห็นหน้าลูกหลานของเขาครับ ขอบคุณครับท่านประธาน