ชลน่าน ยันถอนร่างแก้ท้องถิ่น หลังฟังความเห็นรอบด้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ ตุลาคม ๒๕๖๗

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น โดยวิพากษ์วิจารณ์การปรับอำนาจของคณะกรรมการกระจายอำนาจระดับจังหวัด และคัดค้านข้อกังวลว่าการแก้ไขดังกล่าวเกินหลักการ พร้อมยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวไม่เกินกรอบที่กฎหมายกำหนด

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ต่อประเด็นที่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล ส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จะขออนุญาตสภาแห่งนี้เพื่อถอนร่างที่กรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้ว กลับไปปรับปรุงใหม่เพื่อเสนอเข้ามา โดยได้ฟังความเห็นจากทางคณะกรรมการ ประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล แล้วก็หลายฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายค้านเอง ที่ได้ให้ความเห็นมา ในข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องการทำงานของสภา ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพครับ ถ้าพิจารณาโดยถี่ถ้วน ประเด็นที่ท่านประธานกรรมาธิการเกรงว่าการแก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะมีข้อความหรือหลักการที่เพิ่มเติมเข้าไปเกินหลักการ หรือไม่ เพราะคำว่า เกินหลักการกับแก้ไขหลักการนี้แตกต่างนะครับ ท่านเกรงว่าจะมีการ แก้ไขเกินหลักการ ไม่ใช่เป็นการแก้ไขหลักการ ก็เลยจะต้องนำกลับไปปรับปรุงใหม่ ความเห็นผมที่ผมจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ต้องแยกภาพใหญ่กับภาพลึกที่อยู่ใน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในมุมผม ผมเองได้เข้าไปมีส่วนที่ทักท้วงตั้งแต่แรกว่า กรรมาธิการ ได้ไปแก้ไขหลักการกลับมาในสภาแห่งนี้ แล้วเสนอผ่านท่านประธานไปยังประธาน คณะกรรมาธิการและกรรมาธิการให้ไปแก้ไขปรับปรุงว่า กรณีถ้ามีการแก้ไขหลักการ โดยปกติแล้วร่างที่รับจากสภาผู้แทนราษฎรไป มันจะแก้ไขหลักการไม่ได้ หรือเพิ่มเติม หลักการก็ไม่ได้ มันจะเป็นการเกินหลักการ แต่กรณีมีการแก้ไขที่มีความเหมาะสม สมเหตุสมผล และเป็นประโยชน์มากขึ้น สภาแห่งนี้ก็สามารถจะพิจารณาดูว่าจะอนุญาต ให้มีการแก้ไขหลักการนั้นได้หรือไม่ ด้วยกระบวนการที่เป็นนิติวิธีของพวกเราที่ทำกันมา ตลอด ผมก็เสนอแนะและเข้าไปดูให้ในรายละเอียด ซึ่งกรรมาธิการก็ไปปรับปรุงกลับมาอีก รอบหนึ่งก็เสนอมาครั้งนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานอนุญาต หรือสภาแห่งนี้อนุญาตให้กรรมาธิการถอนไปนี่ ถอนไปเพื่อไปปรับปรุงมีอยู่ ๒ กรณีเองครับ กรณีที่ ๑ ก็กลับไปร่างเดิม กลับไปร่างเดิมที่พวกเรารับหลักการ คือสภาแห่งนี้รับหลักการ ในมาตรา ๔ ที่มีการแก้ไขนั้นก็กลับไปร่างเดิม อะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับร่างเดิมก็ตัดออกให้หมด ก็เป็นกฎหมายไปได้เลย ไม่ต้องถอนก็ได้ ถ้าอย่างนั้น ถอนไป ไปแก้มาใหม่ กลับมาร่างเดิม ให้สภาแห่งนี้เห็นชอบ ก็เป็นร่างเดิมที่สภารับหลักการไป เว้นแต่ร่างมาตราอื่นซึ่งสภาไม่ติดใจ มันก็ไม่จำเป็นต้องไปแก้ไขอะไร อันนี้เป็นทางเลือกที่ ๑ ทางเลือกที่ ๒ ท่านจะไปแก้ไข อย่างไร ที่บอกว่าไม่เกินหลักการ ผมตรวจสอบร่างของกรรมาธิการครั้งสุดท้ายที่แก้มา มันเป็นไปไม่ได้เลยครับ ช่องทางที่ ๒ จะแก้ไขให้มีหลักการเป็นไปตามที่ท่านต้องการ โดยไม่เกิน หลักการ หรือคาดว่าจะเกินหลักการเป็นไปไม่ได้ ผมยังยืนยันนะครับ การแก้ไขของ กรรมาธิการเป็นการแก้ไขหลักการ ท่านต้องดูสาระของกฎหมายและหลักการที่เขียนใน กฎหมายฉบับนี้ อย่าไปเอาภาพอื่นมาใส่ เพราะว่าสิ่งที่กรรมาธิการถูกทักท้วงก็คือว่า ทำมาแล้วเกินหลักการ ผมเองเห็นว่าไม่เกิน ไม่เกินเพราะอะไรครับ ท่านอ่านรายละเอียดใน หลักการนี้ครับ อ่านรายละเอียดในตัวบทที่ท่านแก้สิครับ กฎหมายฉบับนี้หลักการเดิม การสอบแข่งขัน การสอบคัดเลือก การบรรจุแต่งตั้ง ท่านยกให้คณะกรรมการกระจายอำนาจ ระดับจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดที่เรารับหลักการไป แต่พอกรรมาธิการไปพิจารณา ท่านบอกว่า การสอบคัดเลือกหรือการคัดเลือก การเลือกข้าราชการ อยากให้เป็นหน้าที่และ อำนาจของตัวนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ไม่ใช่เป็นคณะกรรมการขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัด เป็นคนดำเนินการ กรรมาธิการก็ไปแก้ไขโดยตัดหน้าที่และอำนาจของ คณะกรรมการกระจายอำนาจจังหวัดออกในส่วนนี้ นั่นหมายความว่า หน้าที่และอำนาจของนายกที่มีอยู่ เดิมอยู่ในกฎหมายเดิม ก่อนที่ท่านจะ แก้ไข มีกฎหมายท้องถิ่นใช้บังคับอยู่แล้ว มันก็อยู่ในกฎหมายฉบับนั้น มันไม่ได้เกี่ยวกับตรงนี้เลย เพราะไม่มีตัวบทอะไรมารองรับว่าให้เป็นหน้าที่และอำนาจของนายก ท่านเองถูกทักท้วงว่า การมอบอำนาจในการคัดเลือกข้าราชการในการสอบแข่งขัน ถ้ายกไปให้นายกมันจะเป็น การเกินหลักการของกฎหมายฉบับนี้ ผมเห็นแย้งครับ กฎหมายฉบับนี้ไม่พูดถึงอำนาจนายกเลย ไม่ได้พูดถึงอำนาจนายกเลยนะครับ อยู่ในตัวบทนี้ครับ อยู่ในหลักการนี้ครับ พูดเฉพาะหน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการกระจายอำนาจระดับจังหวัดเท่านั้นเอง ที่เดิมบอกให้ ๓ อย่าง พอกรรมาธิการไปเห็นบอกตัดเหลืออย่างเดียวคือสอบแข่งขัน บรรจุ แต่งตั้งเท่านั้น ตัวบทก็เขียนรองรับ อันนี้เอามาตรา ๔ อย่างเดียว มาตรา ๕ ผมไม่เกี่ยว แล้วมันจะเกิน หลักการตรงไหน ท่านตัดอำนาจเดิมออก ท่านไม่ได้เพิ่มอำนาจให้กรรมการกระจายอำนาจ ระดับจังหวัดมีหน้าที่จาก ๓ อย่าง เป็น ๔ อย่าง เป็น ๕ อย่าง ถ้าเป็น ๔ อย่าง เป็น ๕ อย่าง นี่เกินหลักการแน่นอนครับ ผมยังเถียงว่าไม่เกินหลักการ แต่การที่ท่านตัดเอาว่า การแข่งขัน หรือการคัดเลือกไม่ใช่หน้าที่ของกรรมการกระจายอำนาจระดับจังหวัดแล้ว มันเป็นหน้าที่ ใคร กฎหมายเก่ารองรับอยู่ เป็นหน้าที่ของนายก ส่วนวิธีกฎหมายมันจะคาบเกี่ยวกันอย่างไร ท่านต้องไปดูรายละเอียด ท่านส่งมาแค่นี้ เราก็ทำได้แค่นี้ ผมเห็นว่าไม่เกินหลักการครับ เป็นการแก้ไขหลักการตัดในส่วนที่จาก ๓ เหลือ ๑ อยู่ในหลักการอยู่ เป็นการแก้ไข วิธีการ แก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ