ณัฐวุฒิ ค้านถอนร่าง ก.ท้องถิ่น ยันจำเป็นต่อข้าราชการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ ตุลาคม ๒๕๖๗

ณัฐวุฒิ บัวประทุม แสดงความเห็นคัดค้านการถอนร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น โดยย้ำความจำเป็นของกฎหมายนี้ต่อข้าราชการส่วนท้องถิ่น และเสนอให้พิจารณาดำเนินการต่อแม้ไม่ต้องลงมติในขั้นตอนนี้ พร้อมทั้งหารือแนวทางการรับหลักการร่างกฎหมายที่อาจมีรายละเอียดต่างกันแต่อยู่ในกรอบเดียวกัน เพื่อให้สามารถพิจารณาควบคู่กันได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ รวมถึงเสนอให้ปรับถ้อยคำในมาตราต่าง ๆ เช่น มาตรา 13 และประเด็นการแก้ไขข้อบังคับข้อ 120 โดยเน้นให้เป็นอำนาจของ ก.จังหวัดในการคัดเลือกผ่านกระบวนการแข่งขัน ทั้งนี้อ้างอิงกรณีการแก้ไข พ.ร.บ. ยาเสพติดในอดีตเพื่อแสดงให้เห็นว่าการปรับแก้หลักการสามารถทำได้เมื่อมีความจำเป็น โดยไม่กระทบต่อเจตนารมณ์เดิมของกฎหมาย เพื่อให้กระบวนการนิติบัญญัติสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิผล

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัด อ่างทองครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณครับ ที่ท่านประธานได้กรุณาย้ำ คำถามว่าเป็นสิทธิของสภาแห่งนี้ที่จะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบที่จะให้มีการถอน ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ออกไปหรือไม่ อย่างไรก็ตามครับ ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้มีความแตกต่างกับ ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองและ ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งพวกผมเองนั้นยืนยันขอที่ให้มีการลงมติ ที่ไม่เห็นชอบกับการถอน แต่ประเด็นนี้ผมไม่ได้มีญัตติที่จะขอให้มีการลงมตินะครับ ฉะนั้น ผมจะขออนุญาตใช้เวลาสักเล็กน้อยครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานจะกรุณาขอให้ผม ได้มีเวลาอภิปรายว่าผมมีความเห็นแย้งต่อประเด็นที่กรรมาธิการจะเอากลับไปพิจารณา อย่างไร แต่ว่าจะไม่เสนอญัตติที่จะขอให้มีการลงมติให้ถอนหรือไม่นะครับ เพราะฉะนั้นต้อง ขอประทานโทษท่านประธานด้วยครับ พอดีท่านประธานเปลี่ยนวาระพอดี ผมจะขอใช้เวลา สักเล็กน้อยครับ ท่านประธานครับ ผมต้องย้ำแบบนี้นะครับว่า จริง ๆ มติวิปฝ่ายค้านมีความ ชัดเจนครับว่า จากสิ่งที่ท่านพัฒนา สัพโส ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนามในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการรับไปพิจารณาแก้ไขนั้นนี่ เราเห็นชอบด้วยและเราเห็นว่าเดินหน้าได้ ยิ่งผมมาฟังท่านพัฒนา สัพโส นะครับ ผมเองก็เป็นแฟนพันธุ์แท้วิทยุสภา ก็ต้องขออนุญาต โฆษณาช่วยท่านภราดร ปริศนานันทกุล ที่ท่านดูแลวิทยุสภา คลื่น ๘๗.๕ เมื่อเช้าก็เห็น ประเด็นว่าวันนี้พี่น้องข้าราชการส่วนท้องถิ่นนี่รอกฎหมายฉบับนี้อยู่ ผมคิดว่ามันมีอยู่สัก ๒-๓ ประเด็นครับ ที่จำเป็นต้องขออภิปราย แล้วก็ขอมีความเห็นแย้งในการถอนครั้งนี้ ถึงแม้จะไม่มีการ ขอให้ลงมติก็แล้วแต่

ในประการที่ ๑ เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่ผมเองก็ยืนยันมาโดยตลอดว่ากรณี ขั้นรับหลักการของร่างกฎหมายใด ๆ นั้น มีความสำคัญยิ่ง ฉะนั้นหากมีความเห็นที่แตกต่าง หรือมีความเห็นที่เห็นว่าร่างกฎหมาย ๒ ฉบับขึ้นไปนะครับ มีความแตกต่างอย่าง มีนัยสำคัญนั้นนี่ สภาก็ควรจะต้องชัดเจนแต่ต้นว่า ควรมีการลงมติแบบใดหรือแม้กระทั่ง หากเห็นว่ากฎหมายบางฉบับ ผมยกตัวอย่าง เช่น ในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ในสภาชุดนี้ที่เกี่ยวข้องกับความผิดเกี่ยวกับเพศนี่ เราไม่ได้เอาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสื่อลามก ออนไลน์ของเด็กนี่เข้ามา เพราะเจ้าหน้าที่สภาเห็นว่ามีหลักการที่แตกต่าง ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว มีการแก้ไขในหมวดความผิดเกี่ยวกับเพศเช่นเดียวกัน อันนี้ก็เคยเกิดกรณีตัวอย่างครับ แต่ก็อย่าลืมว่าร่างกฎหมายหลายฉบับนะครับ ถึงแม้จะมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ สภาก็เคยรับหลักการมาเช่นเดียวกัน เช่น ในสภาชุดที่ ๒๕ ความแตกต่างระหว่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิต กับความแตกต่างกับการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สมรสเท่าเทียม สภาก็เคยรับหลักการพร้อมกัน หรือแม้กระทั่งในสภาชุดนี้นะครับ ร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตอนพิจารณาเรายังงงด้วยซ้ำนะครับ ผู้เสนอภาคประชาชน ร่างแรกมาอภิปรายก่อน ลงมติก่อน อีกร่างหนึ่งมาอภิปรายทีหลัง ลงมติทีหลังก็ยังมีการรวม พิจารณาได้ ฉะนั้น การที่จะบอกว่าขั้นตอนที่เรารับหลักการมา ถึงแม้จะมีความสำคัญ แต่เรา ก็เคยรับหลักการร่าง พ.ร.บ. หลายฉบับที่อาจจะมีความแตกต่างในเชิงวิธีการของการ ปฏิบัติงานไม่ใช่แตกต่างกันในเชิง Concept เช่นเดียวกัน ฉะนั้นในกรณีของกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ผมเองถึงแม้จะทราบดีว่า มีความแตกต่างใน รายละเอียดบางอย่าง แต่ผมคิดว่าในเชิงหลักการไม่ได้แตกต่างกันถึงขนาดที่จะไม่สามารถรับ หรือพิจารณาไปพร้อมกันได้ และเราก็มีร่างหลักที่ใช้ในการพิจารณา นั่นเป็นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ความจริงต้องขอบพระคุณท่านพัฒนา ท่านย้ำและผมก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ท่านอาจารย์ชำนาญ จันทร์เรือง รองประธาน คณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่งก็ส่งข้อความมาหาผมบอกว่า แบบนี้กรรมาธิการรับไปจากสภา ก็ทำอะไรไม่ได้เลย ข้อบังคับ ข้อ ๑๒๐ ที่บอกว่าคณะกรรมาธิการอาจเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิมก็ไม่สามารถทำงานได้ เพราะว่าเอาเข้าจริง ๆ แล้วมันอยู่ ที่ว่าท้ายที่สุดของการลงมติจะเป็นแบบใด อยู่ที่ว่าเขาเห็นว่าในฐานะที่ได้รับฉันทานุมัติ จากสภาแห่งนี้นี่จะพิจารณาเป็นแบบใด ซึ่งผมเองก็เห็นชอบนะครับว่า กรณีของเนื้อหา ที่มีการตัดคำว่า สอบคัดเลือกและคัดเลือกออก เหลือแต่การแข่งขันโดยให้เป็นอำนาจของ ก. จังหวัดนั้น เราเองก็ชอบด้วยเหตุและผล ชอบด้วยกระบวนการ ชอบด้วยวิธีการและเห็นว่ามันเกิด รูปธรรมในการปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ได้จริง ฉะนั้น เป็นการแก้ไขถ้อยคำในมาตรา ซึ่งถึงแม้อาจจะขัดกับหลักการ เดี๋ยววางไว้ก่อนนะครับ แต่ก็เป็นประเด็นที่คณะกรรมาธิการ พิจารณาและทำได้ครับ และผมเห็นชอบด้วย นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ

ประการที่ ๓ ก็คือว่าท้ายที่สุดคำถามอยู่ที่ว่าตกลงหลักการแก้ไขได้หรือไม่ คำ ๆ นี้ถ้ามีท่านได้เคยยืนยันมาก่อนว่าในอดีตที่ผ่านมาเคยมีการแก้ไขกฎหมายที่จะขอ แก้หลักการ แล้วเคยมีคำวินิจฉัยว่าแก้ไม่ได้ ผมจะไม่ติดใจเลยครับ แต่ที่ทราบมาก็คือ ความเห็น อาจจะเป็นความเห็นในระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยซ้ำที่บอกว่าการแก้ไข หลักการมันอาจจะไม่ควรกระทำนะ เพราะมันจะไปกระทบกับอนาคตในการออกกฎหมาย ผมเองก็ไม่สามารถที่จะเห็นชอบด้วยทั้งหมดได้ ถึงแม้ผมจะเห็นชอบนะครับว่า ในการที่จะไป กระทบกฎหมายในอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่เราพึงระวัง แต่จะบอกว่าแก้ไม่ได้เลย ใครครับ ที่เป็นคนวินิจฉัย ผมยกตัวอย่างนะครับท่านประธาน ต้องขอประทานโทษ ผมไม่อยากเสนอ ญัตติให้ลงมตินะครับ ฉะนั้นขอใช้เวลาสักนิดหนึ่ง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ เคยมีการแก้ไขหลักการในสภาแห่งนี้ครับ เอกสารอยู่ในมือผม หลักการ ที่สภารับมาทั้งหมดมี ๖ วงเล็บด้วยกัน แต่เมื่อพิจารณาเนื้อหาเอาร่างของท่านวัฒนา เซ่งไพเราะ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ฝั่งท่านนะครับ เสนอเข้ามา รับมาด้วย แล้วเห็นว่ารายละเอียดของท่านวัฒนา ใน (๗) (๘) นั้นมีเหตุผลก็มีการแก้หลักการ ท่านเห็นไหมครับในอดีตที่ผ่านมา แต่เราจะทำเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น และต้องได้รับเสียง เห็นชอบจากสภาแห่งนี้มากพอที่จะทำ และอย่าลืมหลักการไม่ได้คงอยู่ ท้ายที่สุดหลักการ จะหายไปครับ หลังจากที่สภาได้ลงมติแล้ว แต่สิ่งที่คงอยู่นั้นคือเหตุผลที่จะออกไปเป็น เจตนารมณ์ของกฎหมาย ฉะนั้นด้วย ๓-๔ เหตุผลที่ผมได้นำเรียนต่อท่านประธาน ผมเสนอ แบบนี้แล้วกันครับ ผมคงไม่ค้านกับการถอน แต่การถอน แล้วท่านบอกว่า ท่านไม่อยากไปแก้ หลักการ ท่านเอาคำนี้ไว้ก่อนนะครับ ท่านไม่อยากไปแก้หลักการ ฉะนั้นข้อเสนอของผมก็คง เป็นข้อเสนอในลักษณะว่า ท่านก็ควรจะต้องใส่เป็น (๖) วรรคสอง ที่เขียนรายละเอียดของ ประเด็นเรื่องของการคัดเลือก และการคัดเลือกโดยอาจจะไม่พูดถึงว่าเป็นอำนาจ ของ ก.จ. หรือ ก. จังหวัดต่าง ๆ ตามที่ ก. จังหวัดร้องขอ หรือที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ร้องขอ แต่เขียนถ้อยคำที่มันสอดรับกับหลักการที่ควรมา พูดกันง่าย ๆ ก็คือว่าไม่ให้ ๒ คำนี้ หายไป แต่มาเขียนวิธีการ กระบวนการใหม่ครับ ไม่เช่นนั้นกลายเป็นว่าท่านถอนออกไปอีก เดินหน้าไม่ได้ กลับไปกลับมาแบบนี้ เราก็ไม่ได้ลงมติเสียที กระบวนการที่ค้างรอการพิจารณา การยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๖๐ ก็ไม่เกิดเสียที ฉะนั้นผมคิดว่าคงไม่บังอาจ หรือไม่กล้า ที่จะเสนอญัตติในการค้านนะครับ แต่ประเด็นที่จะนำไปสู่การแก้ไขนั้นก็ขอให้แก้ไข ตามที่ท่านได้ถอนไปจริง ๆ คือ ไม่แตะในเรื่องของหลักการ ซึ่งจริง ๆ ผมไม่เห็นด้วยนะครับ แต่ถ้าท่านไม่แตะก็ต้องเพิ่มถ้อยคำในมาตรา ๔ ที่แก้ไขมาตรา ๑๓ (๖) โดยการเพิ่มวรรคสอง ต่าง ๆ ให้ครอบคลุมนะครับ แล้วก็ไปพิจารณาว่ามันแตะกับวรรคท้ายเดิมของมาตรา ๑๓ ด้วยหรือไม่ ในคำว่าหลักเกณฑ์และการดำเนินงาน ซึ่งมีคำว่าวิธีการดำเนินการตาม (๑) ถึง (๕) ประกอบกันด้วย ก็ขออนุญาตเป็นข้อเสนอครับ และต้องขอบพระคุณ แล้วก็ชื่นชมท่านพัฒนา สัพโส ผมฟังวิทยุเมื่อเช้าเห็นถึงความตั้งใจ ความมุ่งมั่นของท่าน แต่ว่าเพื่อความสมบูรณ์ ฝากพี่น้องข้าราชการ บุคลากรท้องถิ่นรออีกนิด ผมเองพร้อม สนับสนุนครับ ก็ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ให้เวลา แล้วก็ขอยืนยันว่าแม้ไม่เห็นด้วย แต่เคารพการตัดสินใจของทางคณะกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับ