สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๖ กันยายน ๒๕๖๗

รักชนก ศรีนอก ระบายความไม่พอใจต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากปิดการแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก และเรียกร้องให้บอร์ดบริหารพิจารณาการเปิดการแสดงความคิดเห็นดังกล่าว โดยอภิปรายเกี่ยวกับการดำรงตนเป็นเสาหลักของความยุติธรรมและความเที่ยงธรรมของเลขาธิการและสำนักงาน และแสดงความเห็นอกเห็นใจ

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม วันนี้จะขอร่วมอภิปรายในรายงาน ประจำปี ๒๕๖๖ ของศาลรัฐธรรมนูญค่ะ ก่อนอื่นดิฉันก็ต้องขอแสดงความเสียใจที่สำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญตัวท่านเองไม่ใช่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ดิฉันเข้าใจดีนะคะ แต่ว่ามันก็เป็น ด้วยเหตุแห่งการกระทำของคนในองค์กรของท่าน ที่ทำให้ท่านอาจจะต้องมาแบกรับ กับคำพูด หรือว่าการวิพากษ์วิจารณ์ที่ท่านอาจจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับการกระทำนี้ด้วยนะคะ ดิฉันก็แสดงความเห็นใจนะคะ แต่ว่าก็ต้องยอมรับกันนะคะว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนี้ ก็ไม่ได้มีที่มาที่ยึดโยงกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน แล้วก็จากที่ดิฉันได้ติดตามการทำงาน ของท่านนะคะ ก็ได้ทราบว่านอกจากท่านจะไม่ได้มีที่มาที่ยึดโยงกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนแล้ว ท่านก็ยังไม่ได้พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของพ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วยนะคะ เพราะว่า น้อยที่สุดสิ่งที่ท่านทำได้เลยก็คือรับฟังความคิดเห็นผ่านทาง Comment เฟซบุ๊ก อันนี้ดิฉัน ก็ได้เปิดดูในรายงานของท่านมีอยู่ในหน้า ๑๗๐ ด้วย ที่ท่านเอางานในเฟซบุ๊กมาใส่ในรายงาน ซึ่งก็เป็นที่แน่ชัดว่าในนี้ก็ปิด Comment เฟซบุ๊ก หรือว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่จะดูอยู่ตอนนี้ อยากจะเข้าไป Comment ใน Page ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญก็ทำไม่ได้นะคะ ดิฉันก็อยากจะฝากตั้งเป็นข้อสังเกตว่าท่านอย่าอยู่แต่ในกระดองนะคะ ถ้ากล้าทำ แล้วก็ต้องกล้ารับผลแห่งคำวิจารณ์ด้วย ท่านยืดอกเลยค่ะ ชูอก ชูหน้าเลย ยืดรับผล แห่งการกระทำของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปเลยนะคะ ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็จะได้เป็นที่ระบาย รูระบายของพี่น้องประชาชนสักนิดหนึ่ง ถ้าเขาได้ไป Comment นะคะ แล้วก็สิ่งที่ดิฉัน อยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตคือ ท่านได้ของบประมาณในปีนี้ ในปีล่าสุดอาจจะยังไม่ได้มีอยู่ ในเล่ม ๒๕๖๖ แต่ว่าท่านได้ของบประมาณในการทำ Survey ออนไลน์ไปเพื่อรับฟัง ความคิดเห็นของพ่อแม่พี่น้องประชาชนนะคะ ท่านได้ทำ Survey ออนไลน์ เพื่อรับฟัง ความคิดเห็นของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ๑ ล้านบาท ที่ดิฉันได้อภิปรายไป แต่ว่าก็อย่างที่ว่าไป เช่นกันค่ะ ว่าท่านปิด Comment เฟซบุ๊ก อันนี้ดิฉันอยากจะถามท่านเลขาธิการแล้วก็บอร์ดบริหารนะคะว่า ท่านมาขอเงินเพื่อทำ Survey ออนไลน์ไปเพื่ออะไรคะ ในเมื่อ Comment เฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นช่องทางที่ง่ายที่สุด ถูกที่สุด และไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายใด ๆ เลยที่ประชาชนจะสามารถวิพากษ์วิจารณ์ หรือว่า ส่งเสียงไปถึงการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญได้ ท่านกลับปิดช่องทางนี้เสีย แต่ไปขอเงิน ๑ ล้านบาท เพื่อรับฟังความคิดเห็น ท่านจะทำไปเพื่ออะไรคะ เพราะว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่มีใคร ได้อ่านความคิดเห็นที่แท้จริงค่ะ เพราะว่าเมื่อท่านทำ Survey ออนไลน์ไปนี่ ท่านก็จะไปคัดกรอง เอาสิ่งที่มันเสียดแทงจิตใจของท่าน หรือว่าสิ่งที่ท่านคิดว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่อยากจะอ่าน ออกไปนะคะ อันนี้ดิฉันก็ขอตั้งเป็นข้อสังเกตเอาไว้นะคะ ว่าท่านไม่กล้าที่จะเปิด Comment ในเฟซบุ๊ก รับฟังความเห็นของพ่อแม่พี่น้องประชาชนนะคะ ก็อย่ากรุณาตั้งคำของบประมาณ เพื่อ Survey ในการรับฟังความคิดเห็นเลยค่ะ แล้วก็อยากที่จะตั้งคำถามไปถึงบอร์ดบริหาร ตรงนี้เลยว่า นโยบายต่อจากนี้คือท่านจะมีโอกาสเปิด Comment ในเฟซบุ๊กไหมคะ เดี๋ยวดิฉันจะรอฟังคำตอบแล้วดิฉันก็คิดว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ฝากดิฉันมาก็รอคำตอบ เช่นกันนะคะ

สุดท้ายนี้ค่ะ ที่ดิฉันได้ฟังท่าน ๓๐ นาที ท่านทำกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่ CSR แล้วก็จัดอบรม จัดแข่งขัน มีความร่วมมือกับต่างประเทศด้วยนะคะ อันนี้ดิฉัน ขอตั้งคำถามนะคะว่า ท่านจะทำสิ่งเหล่านี้ไปเพื่ออะไรคะ ในเมื่อภารกิจหลักของท่าน ท่านไม่สามารถทำได้ ก็คือการดำรงตนเป็นเสาหลักของความยุติธรรมและความเที่ยงธรรม หรือเป็นที่พึ่งให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนในประเทศนี้อย่างแท้จริง ตีความเพื่อขยายสิทธิ และเสรีภาพของพ่อแม่พี่น้องประชาชนให้เหมือนกับที่ท่านไปเอาแบบอย่างมาจากเยอรมัน ถ้าท่านทำสิ่งเหล่านี้ที่เป็นพันธกิจ ภารกิจของท่านไม่ได้ ดิฉันก็ไม่รู้ว่าท่านจะไปทำหน้าที่อื่น ที่เรียกได้ว่าสูญเปล่า สูญงบประมาณทำไมนะคะ ก็ต้องขอแสดงความความเห็นอกเห็นใจ กับท่านเลขาธิการ แล้วก็สำนักงานที่ต้องมารับฟัง Comment นะคะ ต่อวันต่อจากนี้ ก็เดี๋ยวคงมีคนมาสับท่านอีกเยอะค่ะ ก็เป็นกำลังใจให้นะคะ แล้วก็ฝากตอบคำถามของ ดิฉันด้วยนะคะ เดี๋ยวรอคำตอบ ขอบพระคุณค่ะ