สุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล ชี้แจงรายงานประจำปี 2566 ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ครอบคลุมการใช้จ่ายงบประมาณ ผลการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ และความสำเร็จด้านต่างๆ ทั้งการพิจารณาคดี การสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อดิจิทัล รวมถึงการผลิตสื่อเพื่อผู้พิการและการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการเสริมสร้างความเข้าใจและเชื่อมั่นของประชาชนต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนและชุมชนท้องถิ่น ผ่านการสื่อสารที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการส่งเสริมงานวิจัย ความเสมอภาคทางเพศ และความโปร่งใสในการดำเนินงาน ซึ่งสะท้อนจากผลการประเมินที่ได้คะแนนสูงและระดับความเชื่อมั่นของประชาชนที่เพิ่มขึ้น
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายสุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ขอชี้แจงรายงานประจำปีศาลรัฐธรรมมนูญประจำปี ๒๕๖๖
สำนักงานศาลธรรมนูญตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นส่วนราชการที่เป็นหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีฐานะเป็นกรม ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ได้รับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน เป็นเงินอุดหนุนจากรัฐบาล โดยมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
๑. รับผิดชอบงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญ
๒. ศึกษาและรวบรวมข้อมูลคำสั่ง และคำวินิจฉัยเกี่ยวกับงานของคณะตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
๓. สนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยและเผยแพร่กิจการของศาลรัฐธรรมนูญ
๔. ปฏิบัติการอื่นตามที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมอบหมาย
กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้แก่ พระราชบัญญัติสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๒ และฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ หน่วยงานได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบเงินอุดหนุน จำนวน ๓๖๐ ล้านบาทเศษ โดยเป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร จำนวน ๑๘๖ ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน จำนวน ๘๖ ล้านบาทเศษ และค่าครุภัณฑ์ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง จำนวน ๘๘ ล้านบาทเศษ งบประมาณประจำปี ๒๕๖๖ มีการเบิกจ่าย ในส่วนของงบประมาณทั้งสิ้น ๓๑๖ ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละ ๘๗.๖๖ คงเหลืองบประมาณ ๔๔ ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละ ๑๒.๓๔ ซึ่งประกอบด้วย
๑. ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ได้รับการจัดสรร ๑๘๖ ล้านบาทเศษ มีผลการเบิกจ่าย ๑๘๕ ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละ ๙๙.๕๔ คงเหลืองบประมาณ จำนวน ๐.๔๖ ค่าใช้จ่าย ด้านการดำเนินงาน ได้รับการจัดสรรจำนวน ๘๖ ล้านบาทเศษ มีผลการเบิกจ่ายงบประมาณ จำนวน ๖๖ ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละ ๗๔.๙๗ คงเหลืองบประมาณคิดเป็นร้อยละ ๒๕.๐๒ ค่าใช้จ่ายด้านครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้างได้รับการจัดสรรจำนวน ๘๘ ล้านบาทเศษ มีการเบิกจ่ายงบประมาณ จำนวน ๖๔ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๔.๙๘ คงเหลืองบประมาณ คิดเป็นร้อยละ ๒๕
๒. งบประมาณตามแผนปฏิบัติการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ งบค้างเบิก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ งบประมาณค่าใช้จ่ายด้านดำเนินงาน จำนวน ๑๗๔ ล้านบาทเศษ มีผลการเบิกจ่ายงบประมาณ จำนวน ๑๒๐ ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละ ๖๙.๐๑ คงเหลือ งบประมาณร้อยละ ๓๐.๙๙
ผลการดำเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญและสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖
๒.๑ ผลการดำเนินงานด้านคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ผลการดำเนินงาน ด้านคดีของศาลรัฐธรรมนูญในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๑. มีคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ รวมจำนวน ๑๐๕ เรื่อง แยกเป็นคดีที่ค้างพิจารณามาจากปีงบประมาณ ๒๕๖๕ จำนวน ๒๐ เรื่อง และคดีที่มีการยื่นเข้ามาใหม่ในระหว่างปีงบประมาณ ๒๕๖๖ จำนวน ๘๕ เรื่อง
๒. ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดีแล้วเสร็จ รวมจำนวน ๘๙ เรื่อง แยกเป็นคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเสร็จและมีคำวินิจฉัย จำนวน ๒๓ เรื่อง และเป็นคดี ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้อง จำหน่ายคดี ยกฟ้อง จำนวน ๖๖ เรื่อง
๓. คดีที่ยังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ยกไปดำเนินการ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ จำนวน ๑๖ เรื่อง
๒.๒ ผลการดำเนินงานด้านเอกสารสิ่งพิมพ์และสื่อประชาสัมพันธ์
๒.๒.๑ โครงการพัฒนาการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ และสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญในยุคดิจิทัล สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้จัดโครงการพัฒนา เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญและสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญในยุคดิจิทัล โดยได้ผลิตและเผยแพร่สื่อเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ และการรวบรวมคำวินิจฉัยสำคัญมาเรียบเรียงใหม่ ซึ่งอยู่ภายใต้องค์ประกอบหลัก ๓ ประการ คือ ๑. หลักนิติธรรม ๒. การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๓. หลักสิทธิมนุษยชน เพื่อเสริมสร้างการรับรู้และความเข้าใจของประชาชนในหน้าที่ และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญต่อการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ความรู้ เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ และสิทธิเสรีภาพของประชาชน ภายใต้ รัฐธรรมนูญในรูปแบบที่น่าสนใจ และสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้โดยง่าย โดยได้ผลิต และเผยแพร่สื่อเนื้อหาผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งสามารถสร้างการรับรู้ที่เข้าถึงได้ง่าย เข้าใจง่าย รวดเร็ว ครอบคลุมทั่วถึงในระยะเวลาอันรวดเร็ว จำนวน ๔ ช่องทาง ดังนี้
๑. ผลิตอินโฟกราฟิก จำนวน ๖ ชิ้นงาน เผยแพร่ผ่านทาง LINE Official Account ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ๑. เรื่องค่านิยมสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ๒. การติดตามข้อมูลข่าวสารสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญทางช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ๓. การสืบค้นคำวินิจฉัยและคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ๔. การยื่นคำร้องด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ๕. การเปิดรับฟังความคิดเห็นและสอบถามข้อสงสัยของศาลรัฐธรรมนูญ ๖. การตอบ ข้อสงสัย ช่วยสืบค้นข้อมูลทาง Chatbot หนุงหนิง
๒. ผลิตสารคดีสั้นศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน ๒ เรื่อง ผ่านทางช่องทาง YouTube สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องที่ ๑ เวนคืนไม่ใช่เวรกรรม จากคำวินิจฉัยที่ ๒/๒๕๖๔ พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๓๔ ขัดหรือแย้ง รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ เรื่องที่ ๒ ผมเป็นราษฎรที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง จากคำวินิจฉัย ที่ ๒/๒๕๖๖ คณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒)
๓. ผลิตสื่อประเภทเสียง Podcast จำนวน ๒ ชิ้นงาน โดยนำเนื้อหาจาก สารคดีสั้นทั้ง ๒ ตอน มาปรับเป็นสื่อประเภทเสียง Podcast ผ่านทางช่องทาง YouTube สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
๔. ผลิตบทความและจัดทำรูปภาพโปสเตอร์ประกอบบทความ หรือ Content โดยนำบทความที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้จัดหา จำนวน ๖ บทความ ไปออกแบบ และจัดทำภาพ Poster ประเภทบทความ เพื่อให้บทความมีความน่าสนใจ สวยงาม และมีความสอดคล้องกับบทความ ไม่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดี และไม่ละเมิด ทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลใด เพื่อนำมาเผยแพร่ผ่านช่องทางทางเว็บไซต์ Web Content สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ดังนี้ เรื่องที่ ๑ ภารกิจในการดำเนินงานของ ศาลรัฐธรรมนูญตามพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ความเป็นมาของข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องที่ ๓ การกำหนด คำบังคับให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องที่ ๔ การอำนวยความสะดวก ให้แก่คนพิการ คนทุพพลภาพและผู้สูงอายุ ให้สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างทั่วถึง เรื่องที่ ๕ การใช้สิทธิต่อศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องที่ ๖ รัฐธรรมนูญกับหลักกฎหมายอาญาไม่มีผลย้อนหลัง เป็นโทษ
๒.๒.๒ โครงการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญสำหรับ ผู้พิการทางสายตาในรูปแบบหนังสืออักษรเบรลล์ หนังสือเสียงระบบ Daisy และวีดิทัศน์ ล่ามภาษามือ การจัดทำหนังสือดังกล่าวเป็นการจัดทำหนังสืออักษรเบรลล์และหนังสือเสียง Daisy สำหรับผู้พิการทางสายตา ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ประกอบด้วยการจัดทำ คำวินิจฉัยในรูปแบบหนังสืออักษรเบรลล์และหนังสือเสียง Daisy จำนวน ๔๓ คำวินิจฉัย รวม ๕๗ ชุด ได้แก่ ๑. การพิจารณาวินิจฉัยว่าด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับ แก่คดี ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ มาตรา ๒๑๒ จำนวน ๓๕ คำวินิจฉัย ๒. การพิจารณา วินิจฉัยคำร้องของบุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพว่าการกระทำขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ มาตรา ๒๑๓ จำนวน ๕ คำวินิจฉัย การพิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ของบทบัญญัติแห่งกฎหมายตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นผู้เสนอ มาตรา ๒๓๑ จำนวน ๓ คำวินิจฉัย สำนักงานศาลธรรมนูญได้จัดส่งหนังสืออักษรเบรลล์ให้หน่วยงานหลักที่สำคัญ จำนวน ๓๐ แห่ง เช่น สมาคมคนตาบอดแต่ละส่วนภูมิภาค โรงเรียนสอนคนตาบอด ในประเทศไทย หอสมุดแห่งชาติ มูลนิธิช่วยคนตาบอด เป็นต้น ซึ่งปกหนังสืออักษรเบรลล์ มี QR Code เพื่อสามารถ Scan รับฟังหนังสือเสียงระบบ Daisy จำนวน ๓๕ คำวินิจฉัย และหนังสือเสียงระบบ Daisy อื่น ๆ ที่จัดทำไว้ในปีที่ผ่านมาทางเว็บไซต์ของคลังสารสนเทศ หอสมุดจดหมายและพิพิธภัณฑ์ จากข้อมูลสถิติการรับฟังหนังสือระบบเสียง Daisy จากสถาบันคนตาบอดแห่งชาติ เพื่อการวิจัยและพัฒนา มูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย มีผู้รับฟังหนังสือเสียงระบบ Daisy ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ จำนวน ๔๓ คำวินิจฉัย ประกอบด้วยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ และมาตรา ๒๑๓ และมาตรา ๒๓๑ พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๖๕ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ถึงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ สรุปได้ดังนี้ สายด่วนข่าวสารความรู้ ๑๔๑๔ จำนวน ๑๖๐ ครั้ง Application DevTools List Mobile จำนวน ๔๔๙ ครั้ง ผลจากการประเมินของผู้รับฟังหนังสือเสียงระบบ Daisy ปรากฏว่า ได้รับคะแนนหนังสือเสียงระบบ Daisy ๔.๐ คะแนน จากคะแนนเต็ม ๕.๐ และได้รับคะแนน ผู้อ่านระบบ Daisy ๔.๕ คะแนน จากคะแนนเต็ม ๕ คะแนน การจัดทำวีดิทัศน์ล่ามภาษามือ สำหรับผู้พิการทางหูประกอบด้วย การจัดทำวีดิทัศน์ล่ามภาษามือ พร้อมคำบรรยายแทนเสียง และแผ่นพับประชาสัมพันธ์ จำนวน ๕ เรื่อง คือบันทึกการให้สัมภาษณ์รายการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อประชาชน ตอนที่ ๑-๔ และวีดิทัศน์เผยแพร่บทบาทหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้จัดทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์ และจัดทำ QR Code เพื่อสามารถ เข้าไปรับชมวีดิทัศน์ล่ามภาษามือสำหรับผู้พิการทางหู จำนวน ๕ เรื่อง และผลงานอื่น ๆ ที่ได้จัดทำไว้เมื่อปีที่ผ่านมาบน YouTube ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเพิ่มช่องทางการ รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญให้แก่กลุ่มผู้พิการทางหูอีกช่องทางหนึ่ง
๒.๒.๓ การจัดพิมพ์วารสารศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน ๓ ฉบับ ฉบับปีที่ ๒๔ เล่มที่ ๗๑ จนถึงเล่มที่ ๗๒ สุดท้ายคือเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ การแจกจ่ายวารสารศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแจกจ่ายไปยังกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยบุคคลและหน่วยงาน ภายในและหน่วยงานภายนอกสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ บุคคลและหน่วยงานภายนอก สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้แก่ ห้องสมุดหน่วยงานของรัฐ ห้องสมุดประชาชนจังหวัด ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้กรุงเทพมหานคร ห้องสมุดของสถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน หอสมุดแห่งชาติ และสมาชิกวารสารศาลรัฐธรรมนูญ
๒.๒.๔ การจัดพิมพ์เผยแพร่รายงานการศึกษาวิจัย จำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้ ๑. ศาลรัฐธรรมนูญกับการคุ้มครองสิทธิ ในความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคล ในสังคมยุคดิจิทัล ศึกษาเปรียบเทียบต่างประเทศ โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ๒. หลักเกณฑ์ในการกำหนดมาตรการชั่วคราวและการบังคับตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ โดยมหาวิทยาลัยนเรศวร ๓. การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ด้อยโอกาสและคนกลุ่มเฉพาะ โดยมหาวิทยาลัยนเรศวร
๒.๒.๕ การจัดพิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ ดังนี้ ๑. รายงานการศึกษา บรรทัดฐานสำคัญในคดีรัฐธรรมนูญ ๒. รายงานการศึกษาศาลรัฐธรรมนูญในรัฐเสรี ประชาธิปไตยในศตวรรษที่ ๒๑ ๓. รายงานการศึกษาศาลรัฐธรรมนูญในรัฐเสรีประชาธิปไตย ในศตวรรษที่ ๒๑ ฉบับภาษาอังกฤษ
๒.๒.๖ การจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับ มูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ประจำประเทศไทย สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้มีความร่วมมือ ทางวิชาการกับมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ สำนักงานประเทศไทย มาอย่างต่อเนื่อง โดยมูลนิธิ ได้ให้การสนับสนุนเงินทุนในการดำเนินงานทางวิชาการแก่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒ จนถึงปัจจุบัน โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ได้รับการสนับสนุน เงินทุนในการจัดพิมพ์หนังสือสรุปคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๒ ฉบับภาษาไทย อังกฤษ และ Thumb Drive บรรจุหนังสือ
๒.๓ ผลการดำเนินงานด้านวิจัย
๒.๓.๑ โครงการด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านรัฐธรรมนูญ และกฎหมายมหาชน และเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
๑. การศึกษาเรื่องสภาพบังคับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๔ และข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ โดยสถาบัน บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นที่ปรึกษา
๒. การศึกษาวิจัยเรื่องความเท่าเทียมและความเสมอภาค ทางเพศตามรัฐธรรมนูญ โดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นที่ปรึกษา
๒.๓.๒ โครงการพัฒนาและส่งเสริมการวิจัยของศาลธรรมนูญ ๑. การศึกษาเรื่องบรรทัดฐานสำคัญในคดีรัฐธรรมนูญ โดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณ ดอกเตอร์ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นหัวหน้าคณะ ๒. การศึกษาเรื่องศาลรัฐธรรมนูญในรัฐเสรีประชาธิปไตย ในศตวรรษที่ ๒๑ โดยมีศาสตราจารย์ ดอกเตอร์บรรเจิด สิงคะเนติ เป็นหัวหน้าคณะ
๒.๓.๓ โครงการให้ทุนสนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์ โครงการให้ทุน สนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการ เงินสมนาคุณทางวิชาการและบทความทางวิชาการ ในประเทศ เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ความทันสมัย มีความเป็นสากล มุ่งใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนการพัฒนา เนื่องจากการให้ทุน สนับสนุนการศึกษาวิจัยเป็นการช่วยสนับสนุนนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ในสาขานิติศาสตร์ สาขารัฐศาสตร์และสาขาเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการศึกษาวิจัย ทางกฎหมายมหาชน รัฐธรรมนูญ คดีรัฐธรรมนูญ สถาบันทางการเมือง ปรัชญาการเมือง การปกครอง การบริหารจัดการภาครัฐและเศรษฐศาสตร์ เพื่อใช้ในการสนับสนุนข้อมูล ทางด้านคดีและวิชาการแก่ศาลรัฐธรรมนูญ และสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองคาพยพ สำคัญของประเทศในการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยแล้ว ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๑ วรรคท้าย บัญญัติว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ผู้ได้รับทุนสนับสนุนการทำ วิทยานิพนธ์ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ในระดับปริญญาโท จำนวน ๔ ราย จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้ได้รับทุนสนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ระดับปริญญาเอก จำนวน ๔ ราย ๑. คณะการพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร สถาบันบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตร์ ๒. คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ๓. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๔. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
๒.๔ ผลการดำเนินงานด้านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ สำนักงานศาลพระธรรมนูญ ได้รับคะแนน ๙๕.๒๒ คะแนน ซึ่งเป็นระดับคะแนนที่สูงกว่าค่าเป้าหมายตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบที่มีค่าคะแนน ๘๕ คะแนนขึ้นไป สามารถ จำแนกผลการประเมินรายตัวชี้วัด ดังนี้ ๑. การปฏิบัติหน้าที่ได้ ๙๙.๒๙ เปอร์เซ็นต์ ๒. การใช้งบประมาณได้ ๙๔.๙๐ เปอร์เซ็นต์ ๓. การใช้อำนาจได้ ๙๕.๑๘ เปอร์เซ็นต์ ๔. การใช้ทรัพย์สินของทางราชการได้ ๙๕.๗๕ เปอร์เซ็นต์ ๕. การแก้ไขปัญหาการทุจริตได้ ๙๘.๑๗ เปอร์เซ็นต์ ๖. คุณภาพการดำเนินงานได้ ๙๔.๐๓ เปอร์เซ็นต์ ๗. ประสิทธิภาพ ในการสื่อสารได้ ๘๙.๑๘ เปอร์เซ็นต์ ๘. การปรับปรุงการทำงานได้ ๘๙.๐๒ เปอร์เซ็นต์ ๙. การเปิดเผยข้อมูลได้ ๙๕.๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐. การป้องกันการทุจริตได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
๒.๕ ผลการดำเนินงานด้านการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชน ที่มีต่อการอำนวยความยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้โครงการ ประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มีวัตถุประสงค์ ๕ ประการ ได้แก่ ๑. เพื่อสำรวจความรู้ความเข้าใจของประชาชนที่มีต่อศาลรัฐธรรมนูญ ๒. เพื่อสำรวจ ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการอำนวยความยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ ๓. เพื่อสำรวจ ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อการดำเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญ ๔. เพื่อวิเคราะห์ ความสัมพันธ์ของความรู้ความเข้าใจ ความเชื่อมั่นและความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ และ ๕. เพื่อนำเสนอข้อมูลและข้อเสนอแนะตามหลักการการวิจัยสถาบัน เพื่อนำมาใช้ในการกำหนดแนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงานและคุณภาพการให้บริการ ที่สอดคล้องกับความคาดหวังของประชาชน ผู้มีส่วนได้เสียและผู้รับบริการอย่างมีประสิทธิภาพ การสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนดังกล่าว เป็นการวิจัยที่เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง ๓,๕๕๘ คน โดยจากประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร และในภูมิภาค ๑๘ จังหวัด และข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสนทนากลุ่ม จำนวน ๑๓ ครั้ง ในเขตกรุงเทพมหานครและในภูมิภาค ๑๒ จังหวัด ในช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือน ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ผลการสำรวจปรากฏว่า ร้อยละของประชาชนที่มีความเชื่อมั่น ต่อการอำนวยความยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ เท่ากับ ๗๓.๐๗ สูงกว่าในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ซึ่งได้ ๖๐.๓๙ จากผลการศึกษาคณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะต่อศาลรัฐธรรมนูญและสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อนำมาใช้ในการกำหนดแนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงาน และคุณภาพการให้บริการของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ดังนี้
๑. ด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ และอำนาจ รวมทั้งการดำเนินงานในมิติต่าง ๆ ของศาลรัฐธรรมนูญ ได้แก่
๑. การสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน ควรแตกต่างไปตามคุณลักษณะ ของกลุ่มเป้าหมาย
๒. เพิ่มศักยภาพในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่ ของศาลรัฐธรรมนูญให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยอาจมุ่งเน้นการให้ความรู้และ การสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โทรทัศน์ เว็บไซต์ ศาลรัฐธรรมนูญและข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ เป็นหลัก ศาลรัฐธรรมนูญ ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ต่าง ๆ ของศาลรัฐธรรมนูญมากยิ่งขึ้น ควรจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้มากขึ้นและกระจายไปยัง กลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ ในส่วนของภูมิภาคและจังหวัดต่าง ๆ
๓. ใช้ช่องทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ช่องทางอื่น นอกเหนือจาก ช่องทางที่ศาลรัฐธรรมนูญมีอยู่แล้ว
๔. ประชาสัมพันธ์เชิงรุก เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและการให้ความรู้ แก่ประชาชน เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่นอกเหนือจากหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กับการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับชีวิต ประชาชนโดยตรง หรือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนอกเหนือจากประเด็นทางการเมือง เป็นต้น
๕. สร้างเครือข่ายการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ ได้แก่ เครือข่ายภาคประชาชนในรูปของชมรม เครือข่ายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เครือข่ายองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายภาคเอกชน เครือข่ายสื่อมวลชน
๖. มุ่งเน้นการให้ความรู้ การสร้างความเข้าใจไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชน ได้แก่ ส่งเสริมให้สถานศึกษาได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ โดยมีตัวแทนนักเรียน นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วม ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาบรรจุวิชาวิธี พิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเข้าไปในหลักสูตร ส่งเสริมให้มีการจัดค่ายให้กับเยาวชน และ
๗. การกระจายอำนาจไปยังส่วนภูมิภาค
๒. การสร้างความเชื่อมั่นต่อการอำนวยความยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ ได้แก่
๑. สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนผ่านการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ ได้แก่ เน้นย้ำและให้ข้อมูลเชิงลึกในประเด็นที่ประชาชนมีความเชื่อมั่นน้อย วิเคราะห์ และนำเสนอประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากศาลรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน การให้ความรู้ ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้สิทธิและเสรีภาพของตนเอง ให้ข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชน ศาลรัฐธรรมนูญอาจใช้จุดเด่นของศาลซึ่งเป็นศาลที่ประชาชน มีความสนใจในวงกว้าง โดยเฉพาะด้านการเมืองในการให้ความรู้ประเด็นเกี่ยวข้องกับการวินิจฉัย เน้นการให้ความรู้ในประเด็นที่ประชาชนมีความรู้น้อย แต่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นมาก ได้แก่ เน้นย้ำความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และขั้นตอนการวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สร้างความรู้ความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ