อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หารือบทบาทของ Thai PBS ในฐานะสื่อสาธารณะที่มีคุณภาพ พร้อมเสนอให้เสริมสร้างความน่าเชื่อถือ รักษาอิสระจากการครอบงำของทุน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเน้นการผลิตรายการที่ส่งเสริม Soft Power ผ่านวัฒนธรรมและกีฬาพื้นบ้าน พร้อมเรียกร้องการคัดกรองเนื้อหาอย่างรอบคอบเพื่อรักษาความสามัคคีและคุณภาพของสื่อในยุคดิจิทัล
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ มีคำกล่าวว่า สื่อมวลชนคือภาพสะท้อนของสังคม สังคมเป็นเช่นไร สื่อมวลชนก็เป็นและสะท้อนเช่นนั้น ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตประกาศตัวแสดงตนครับว่า ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ Thai PBS ของแทร่ครับ ผมชอบดูหลายรายการครับ ไม่ว่าจะเป็น รายการ Foodwork ของ Chef บุ๊คกับน้องไข่ตุ๋น ผมชอบดูรายการ ดูให้รู้ Dohiru กับฟูจิ ฟูจิซากิ (Fuji Fujisaki) หรือฟูจิเซ็นเซ ผมชอบรายการมหาอำนาจบ้านนา ที่ไปดูนวัตกรรม การเกษตรยุคใหม่ แต่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนนะครับว่า ในความน่าสนใจ ในความท้าทาย ของสื่อในยุคปัจจุบันนั้น มี ๒ ปรากฏการณ์ที่จะท้าทายกับการทำหน้าที่สื่อ
เรื่องแรกครับ ก็คือเรื่องของทุนหรืองบประมาณในการบริหารจัดการ ผลิตรายการโทรทัศน์ ซึ่งข้อ ๑ นี้ ทาง Thai PBS นั้นไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณครับ ท่านมีรายได้จากภาษีบาปและภาษีอื่น ๆ ราว ๆ ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ประเด็นข้อปัญหาที่ ๑ จึงตกไป
ประเด็นปัญหาข้อที่ ๒ คือเรื่องความท้าทายของการเกิดขึ้น ซึ่งสื่อใหม่ ในยุคที่คนไทยใช้เวลาท่องโลกอินเทอร์เน็ตอยู่ในโลก Social Media ๗-๘ ชั่วโมงต่อวัน Thai PBS จะอยู่ตรงไหน นอกเหนือจากอยู่ถนนวิภาวดีรังสิต ท่านต้องรักษาสมดุลอย่างไร ให้เป็นสื่อมาตรฐานที่ทุกคนเข้าถึงและสามารถตรวจสอบ ตรวจทาน บนพื้นฐาน ความน่าเชื่อถือได้ นอกเหนือจากการที่ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ Thai PBS สื่อสาธารณะแล้ว ผมยังเป็นแฟนพันธุ์แท้ของอาจารย์ดอกเตอร์อนุสรณ์ ธรรมใจ ด้วยความรักเคารพนะครับ สมัยก่อนเวลาดูข่าวถ้าใช้คำว่า อนุสรณ์ชี้ อนุสรณ์ฟันธง อนุสรณ์กร้าว ต้องเป็นอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แต่ถ้าเป็นอนุสรณ์ชี้ อนุสรณ์วิเคราะห์ อนุสรณ์แนะ อนุสรณ์เสริม ต้องเป็น ดอกเตอร์อนุสรณ์ ธรรมใจ นั่นก็เป็นความโชคดีครับ ที่เรามี Guru ผู้รู้ มีนักปราชญ์ราชบัณฑิต มาเป็นกรรมการนโยบาย แต่ต้องขออนุญาตกราบเรียนนะครับว่า ในยุคของความท้าทาย ในขณะที่แพลตฟอร์ม Social Media กำลังมานั้น Thai PBS ต้องครองตน ปฏิบัติตนอย่างไร ผมฟังรายงานท่านนะครับในช่วงต้น ท่าน ผอ. ได้กรุณารายงานนะครับว่า Thai PBS จะไม่ยอมให้ทุนเข้าไปครอบงำคุณค่าของการนำเสนอการสื่อสารที่มีคุณค่า นั่นหมายความว่า ไม่ต้องไปพึ่งพา Sponsor ไม่ต้องพึ่งพาผู้สนับสนุนรายการ แต่ว่าสามารถจะสร้างคุณค่า ของสื่อได้ด้วยตนเอง ท่านที่เคารพครับ ในความท้าทาย ๒ ประการ ผมมีข้อเสนอแนะ ประเด็นใหญ่ ๆ ๓ ประเด็นด้วยกันครับ
ประเด็นแรก เรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่าง Thai PBS กับประชาชน ผมอภิปรายรายงานของ Thai PBS เมื่อปีที่แล้ว แล้วก็เป็นความโชคดีนะครับ ผมได้รับเกียรติ เป็นแขกรับเชิญ ไปร่วมพูดคุยล้อมวงเสวนาในหัวข้อ รายการดีต้องมีคนดู ซึ่งผมเป็นคนอภิปราย เมื่อปีที่แล้ว ปีนี้จะกราบเรียนนะครับว่า หลังการอภิปรายถ้าท่านจะเชิญผมไปอีก ผมยินดี ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ แม้ว่าท่านจะมีสภาผู้ชม สภาประชาชน แต่ผมเชื่อว่ากระบวนการ ในการรับฟังเสียงและกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนยังเป็นสิ่งสำคัญ
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมขออนุญาตเน้นย้ำ ก็คือเรื่องของการส่งเสริมและผลักดัน ผลิตรายการในแนวประเภท Soft Power ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงหลักของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ผมดูถ่ายทอดเรือครับ เป็นเรือใหญ่ยาวประจำปีของหลายลุ่มน้ำ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็ได้ดูครับ มีข้อเสนอแนะ เวลาเราดูนี้มุมกล้องผมคิดว่าน่าจะต้องปรับปรุงสักเล็กน้อย เพราะเวลาดูการถ่ายทอดแข่งขันเรือยาวมันดูไม่ออกในช่วงกลางน้ำ ระหว่างทุ่นน้ำแดง กับทุ่นน้ำน้ำเงิน ใครนำใครครับ ไปตัดภาพกลับไปกลับมา มันอาจจะทำให้เสียอรรถรส ในการรับชม เช่น นาคามรกต นาคามรกตหนี นาคามรกตหนี จันทรามรกตจี้ จี้ จี้ตาม ช่วงกลางของการแข่งขันดูไม่ออกครับว่าใครนำใคร รวมถึงกรณีของการถ่ายทอดกีฬา พื้นบ้าน ซึ่งเป็นการผลักดัน Soft Power จะต้องดำเนินการต่อไป ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ ขนาดที่เรียกว่าไปตามดู Event Thai PBS ครับ เขามี Event น้ำพริกบ้านฉัน ภาคอีสาน บ้านผมก็มีแจ่วบอง มีปลาร้ามาแปลงเป็นน้ำพริกประเภทต่าง ๆ ภาคใต้มีข้าวยำ น้ำบูดู มีน้ำพริก Style แบบใต้ รายการแบบนี้ครับต้องมีให้มากขึ้น
และประเด็นที่ ๓ ความจริงท่านอดิศร เพียงเกษ พูด ท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ พูดไปแล้ว และเพื่อนสมาชิกหลายท่านกังวลเรื่องนี้ครับ ท่านที่เคารพครับ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่า ถ้าเราจะเปรียบสื่อที่ Thai PBS ซึ่งเป็นสื่อสาธารณะผลิตนั้นเป็นทองคำ ผมเชื่อว่าเป็นทองคำบริสุทธิ์ระดับเปอร์เซ็นต์ทอง ๙๖.๕ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่ห่วงหรอกครับ ถ้าเป็นทองก็เรียกว่า ทองมาตรฐาน ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเอาทองมาคืนครับ แต่ที่กังวลก็คือว่า ๓ เปอร์เซ็นต์กว่าที่เป็นแร่ทองแดง แร่อื่น ๆ ที่มาเจือปน ตรงนี้ละครับ ท่านอาจจะเห็นว่า มันเป็นส่วนเล็กส่วนน้อย ไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น และ Creditability แต่ผมกราบเรียนครับว่า รายการประเภทกาแฟไม่ใส่น้ำตาลที่ท่านว่าเมื่อสักครู่นี้ หรือรายการประเภทนั่งคุยกัน ๓ คน คือเฉพาะ ๓ คนคุยกันยังไม่ปรองดองสมานฉันท์เลยครับ คุยกันไปคุยกันมาทะเลาะกัน กลางรายการ นี่ผมดูตลอดนะครับ แล้วรู้ได้อย่างไรว่าเขาทะเลาะกัน วันรุ่งขึ้นอีกคนไม่มา ถัดไปอีกวันอีกคนไม่มาครับ รายการประเภทนี้ต้องระมัดระวังครับ ท่านอย่าไปส่งเสริม จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามแต่ รายการประเภทเซาะกร่อนบ่อนทำลายความสมัครสมาน สามัคคีของคนในชาติต้องระมัดระวัง อย่าให้ ๓ เปอร์เซ็นต์นั้นไปเจือทองคำบริสุทธิ์ ๙๖.๕ เปอร์เซ็นต์ที่ดีอยู่แล้ว และท่านต้องระมัดระวังนะครับว่า การกระทำใด ๆ ที่นำไปสู่ ความสับสน นำไปสู่ความขัดแย้งแตกแยกและเมื่อความน่าเชื่อถือหายไป ที่สุดท่านจะไม่เหลือ และกอบกู้คืนได้ยาก กราบขอบพระคุณครับ