ชลน่าน ศรีแก้ว หารือร่างกฎหมายว่าด้วยสภาชาติพันธุ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาอย่างมากจากฉบับเดิม โดยแสดงความกังวลต่อโครงสร้างองค์กรและการตั้งงบประมาณผ่านองค์การมหาชน พร้อมเสนอให้ทบทวนร่างกฎหมายใหม่เพื่อความรอบคอบและประโยชน์สูงสุด รวมถึงเรียกร้องให้กำหนดนิยาม "ชนเผ่าพื้นเมือง" ไว้ในมาตรา 3 เพื่อความชัดเจนและครอบคลุมสิทธิอย่างเท่าเทียม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตเรียนหารือท่านประธานก่อนที่จะมีการลงมติ ในมาตรา ๓ ว่าด้วยบทนิยาม ซึ่งมีความสับสนกับเพื่อนสมาชิกพอสมควร ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน เท่าที่สมาชิกช่วยกันดูนี้ ผมเอาภาพใหญ่นะครับ ร่างของ คณะกรรมาธิการได้ไปปรับแก้จากร่างหลักที่รับไปในชั้นรับหลักการคือ ร่างของคณะรัฐมนตรี ไปเยอะมาก มีการเปลี่ยนแปลงในหลายเรื่องนะครับ และที่สำคัญมันมีกลไกที่เรากังวลว่า ถ้าเป็นไปตามร่างคณะกรรมาธิการ สามารถนำสู่ปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ที่คณะกรรมาธิการและพวกเราทั้งหมดที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ต้องการที่จะเพิ่มเรื่องของ การรับรองสิทธิ ความเสมอภาคของพี่น้องชาติพันธุ์ หรือท่านจะเรียก ชนเผ่าพื้นเมือง อะไรก็แล้วแต่นะครับ ในเรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียม สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นคณะกรรมาธิการมีความปรารถนาดี และเขียนมาจากร่างเดิมที่เปลี่ยนไป ค่อนข้างเยอะมากก็คือ เปลี่ยนคำว่า สมัชชาชาติพันธุ์ ไปเป็น สภาชาติพันธุ์ การเปลี่ยนแปลง ตรงนี้มันเป็นการเปลี่ยนที่แตกต่างไปจากร่างเดิมอย่างลิบลับ มันมีโครงสร้างองค์กร เกิดขึ้นมา ที่มาสมาชิก มีกรรมการบริหารสภา มีประธานสภา มีรองประธานสภา มีผู้ทรงคุณวุฒิที่กำหนดไว้ในกฎหมายแห่งนี้ สิ่งที่ผมกังวลนะครับ เขียนดี ถ้าไม่รอบคอบ ไม่รัดกุม มันจะนำสู่ปฏิบัติไม่ได้ จริงอยู่ครับ ท่านบอกว่าประชุมไม่เยอะหรอก ปีละ ๒ ครั้ง เว้นแต่มีความจำเป็นก็อาจจะประชุมมากกว่านั้น ก็ใช้งบประมาณไม่เยอะ แต่ความเป็นสภา อันนี้คือสภาครับ นี่คือสภา โครงสร้างมันไม่แตกต่างจากสภาแห่งนี้ สิทธิประโยชน์ของ ท่านประธาน สิทธิประโยชน์ของเพื่อนสมาชิก ค่าใช้จ่ายในการทำหน้าที่ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ ติดตามมา ท่านตั้งผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๒๕ คน มาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสภาก็ล้วนแต่มีค่าใช้จ่าย แม้แต่การคัดเลือกก็มีค่าใช้จ่าย จริงอยู่ครับ ร่างเดิมนี้เราให้สำนักงานปลัดเป็นผู้ดูแล สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะครับ ท่านไปเปลี่ยน เปลี่ยนโครงสร้างตรงนี้เอาหน่วยงานธุรการไปฝากไว้กับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การ มหาชน) ซึ่งเป็นองค์การมหาชน ให้มาเป็นหน่วยงานเสมือนเป็นหน่วยงานเลขานุการ ทำหน้าที่ธุรการให้ ทีนี้ผมเองด้วย ความเคารพครับ การตั้งงบประมาณกลไกในกฎหมายฉบับนี้จะตั้งงบประมาณผ่าน ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เป็นผู้ของบประมาณให้กับสภาแห่งนี้ ซึ่งในมุมนี้ องค์การมหาชนรับงบประมาณเป็นลักษณะทุนหมุนเวียน เป็นลักษณะเงินเป็นก้อน หรือที่เรา เรียกว่า Global Budget ภาระงบประมาณที่เกิดขึ้นกับการตั้งสภาขึ้นมา มันจะสอดรับ กับหน้าที่และอำนาจของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) หรือไม่ ท่านไปแก้ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยศูนย์นี้หรือเปล่าว่า เขามีอำนาจหน้าที่ที่จะต้องมากำกับ มาดูแลงาน ของสภาแห่งนี้ จริงอยู่มันเป็นกฎหมายฉบับรองไม่ต้องผ่านสภา ท่านไปตราพระราชกฤษฎีกา มารองรับได้ ตาม พ.ร.บ. องค์การมหาชน แต่ผมก็เป็นห่วงเป็นกังวลว่ามันจะรับผิดชอบ งานที่ท่านหวังขึ้นมาได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นประเด็นหนึ่งที่สมาชิกหลายท่านเห็น สอดคล้องกันว่าถ้าไม่มั่นใจก็อยากให้ท่านไปพิจารณาว่า กฎหมายฉบับนี้ถ้าเอาไปปรับปรุง แก้ไข เปลี่ยนแปลงให้ดีแล้วกลับมาใหม่ มันจะเป็นประโยชน์มากกว่าหรือไม่นะครับ โดยเฉพาะคำที่เราเถียงกัน หาข้อสรุปให้ได้ ท่านอยากให้มีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ติดเข้าไปอยู่ ในกฎหมาย แปะไว้ตรงตัวบทนิยามในมาตรา ๓ และเขียนคลุมเอาไว้ กลุ่มชาติพันธุ์ หมายความรวมถึง ชนเผ่าพื้นเมืองด้วย เพราะฉะนั้นคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ทุกมาตรา ก็หมายถึงชนเผ่าพื้นเมือง อันนี้รับได้ ถ้าทำอย่างนั้น
แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมเองอยากจะฝากท่านประธาน ไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการหรือกรรมาธิการลองใคร่ครวญให้ถ้วนถี่นะครับ องค์กรโครงสร้างขนาดใหญ่ ที่ท่านตั้งขึ้นมา สมาชิกถ้าท่านบอกมากลุ่มละ ๕ ๕ ๕ มันจะมีกี่ ๕ ต่อไปอนาคต ซึ่งเราไม่รู้เลย บอกเอามาขึ้นทะเบียนเป็นชาติพันธุ์ มาขึ้นทะเบียนกลุ่มชนเผ่าพื้นเมือง ขึ้นทะเบียนอะไรต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้เองมันไปปลายเปิดมาก ภารกิจที่ท่านหวังมันอาจจะ ติดขัดได้ ก็ด้วยความหวังดีกับท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ ลองพิจารณาดู สมาชิกส่วนใหญ่จะเอาตามเสียงข้างน้อยคือ กลับไปร่างเดิมของรัฐบาล กลับไปร่างเดิมของรัฐบาล นั่นหมายความว่า สมัชชาที่เขามีอยู่มันก็จะกลับขึ้นมา สภาที่ท่าน อยากได้มันอาจจะไม่ได้ แต่ถ้าท่านไปปรับเราคุยกันดี ๆ ความเป็นสภาที่มีความเป็นไปได้ มันอาจเป็นสภาเหมือนกับที่ท่านต้องการก็ได้ ซึ่งอันนี้เป็นข้อตัดสินใจ เพราะขณะนี้เท่าที่ผม ฟังเสียงดูเขาจะกลับไปร่างเดิม แม้กระทั่งนิยามของสภาที่เราโหวตผ่านเมื่อสักครู่นะครับ พอไปดูในตัวบทแล้ว ทุกคนไปดูในรายละเอียดแล้วมันเป็นไปไม่ได้ เมื่อมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ในตัวบท มันต้องกลับมาแก้คำนิยามใหม่อีก ซึ่งอันนี้เป็นความห่วงใยของผมที่ดูกฎหมาย ฉบับนี้มานะครับ ด้วยความเคารพท่านประธานลองพิจารณาดูครับ เพื่อประโยชน์ที่แท้จริง ของพี่น้องชาติพันธุ์ แล้วพวกเราที่เราเห็นว่าเขาคือ มนุษย์คนหนึ่งที่ต้องมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ขอบพระคุณท่านประธานครับ