เกรียงไกร ชี้ 'ชนเผ่าพื้นเมือง' คืออัตลักษณ์ ไม่ขัดมั่นคง ย้ำต้องเข้าใจถูกต้อง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๕ กันยายน ๒๕๖๗

เกรียงไกร ชีช่วง ยืนยันความสำคัญของคำว่า "ชนเผ่าพื้นเมือง" ที่สะท้อนอัตลักษณ์และวิถีชีวิตที่ผูกพันกับภูมินิเวศ พร้อมเน้นบทบาทของกลุ่มชนเหล่านี้ในการรักษาทรัพยากรและพัฒนาประเทศ โดยเรียกร้องให้มีการยอมรับอย่างเท่าเทียมในกฎหมายและสังคม โดยไม่ตีความในทางลบหรือสร้างความกังวลให้ชุมชน.

นายเกรียงไกร ชีช่วง กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายเกรียงไกร ชีช่วง กรรมาธิการ สัดส่วน ภาคประชาชนนะครับ เบื้องต้นต้องขอขอบพระคุณสำหรับข้อคิดเห็น หรือว่าข้อแนะนำ บางสิ่งบางอย่างจากท่านสมาชิกสภาที่เคารพทุกท่าน แล้วก็อยากจะยืนยัน แล้วก็ขอบคุณ เป็นอย่างยิ่งก็คือ ในส่วนของคณะกรรมาธิการจากสัดส่วนทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมือง ฝ่ายภาคประชาชน หรือว่ารัฐบาลเอง ที่ทำให้ร่างนี้สามารถเข้ามาถึงในวาระนี้ได้ ทั้งมวลนี้ครับ สิ่งที่อยากจะเพิ่มเติมแล้วก็ยืนยัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจแล้วก็สบายใจ สำหรับเสียงสะท้อน ที่มีความกังวลถึงคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เป็นอย่างนี้ครับ ต้องยอมรับว่ากระบวนการของ การพูดคุยปรึกษาหารือกันในชั้นคณะกรรมาธิการ ในจำนวน ๕ ร่าง อย่างน้อยมี ๓ ร่าง ที่ระบุแล้วพูดถึงคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง แน่นอนสิ่งที่ในส่วนของภาคประชาชนจะยืนยัน ก็คือว่า ไม่อยากให้เข้าใจไปได้ว่า คำนี้มันจะเป็นคำที่มันอ่อนไหวไปสู่ความมั่นคงต่าง ๆ เหล่านั้น โดยมี ๓ ข้อเท็จจริงที่อยากจะนำเสนอเพิ่มเติมนะครับ

ข้อเท็จจริงที่ ๑ เพื่อจะบอกว่า ถ้าเราพูดถึงสนับสนุนจากท่านศักดิ์ดาอีกครั้งหนึ่ง ก็คือว่า เรามีพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ หรือว่าพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง ที่มีชื่อหรือว่านิยามเรียก ตัวเองที่หลากหลายมาก ในสภานี้เองโดยภาพรวมตั้งแต่การอภิปรายรับรองวาระนี้ที่ผ่านมา ก็บอกว่า ทั่วประเทศเรามีมากมาย อันนี้คือสิ่งที่น่ายินดีเรื่องหนึ่งที่ประเทศไทยเรายอมรับ ในความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม อย่างเช่น พี่น้องมละบริ พี่น้องมันนิ พี่น้องญัฮกุร ทางภาคอีสานเอง หรืออื่น ๆ ทั่วภูมิภาค คำต่าง ๆ เหล่านี้มันอธิบายถึงคำนิยามที่พูดถึง ประวัติศาสตร์ การติดแผ่นดิน เกี่ยวข้อง มีความเชื่อ วิถีพึ่งพา แล้วก็ผูกพันกับระบบภูมินิเวศ ตรงนั้น มันก็เลยอธิบายได้ว่ามันก็น่าจะใช้คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ในการอธิบายตัวตนตรงนั้นได้ ที่สำคัญพี่น้องเองก็ยอมรับตรงนั้น ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เขตแดนหัวเมืองเอง พี่น้อง ก็มีบทบาท มีส่วนร่วมในการปกปักษ์รักษา ปกป้อง ทั้งทรัพยากร ทั้งเขตแดนต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันเช่นเดียวกัน

ภาพที่ ๒ ที่อยากให้ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติได้เห็นว่า โดยข้อเท็จจริงเอง ภาพลักษณ์ของประเทศเรา ไม่ว่าจะเป็นการ Promote การท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการ Promote ทรัพยากรต่าง ๆ ก็มีการกล่าวถึงแล้วพูดถึงชนเผ่า ไม่ว่าในมิติไหน มันเป็นเสน่ห์ ที่อธิบายว่า ถ้าไปภาคเหนืออาจจะต้องไปเที่ยวพื้นที่ของพี่น้องในระบบนิเวศแบบนี้ ศักยภาพ แบบนี้ใช่ไหมครับ ไปภาคใต้จะไปเจอพี่น้องชนเผ่าลักษณะแบบนี้ ศักยภาพแบบนี้ การท่องเที่ยวก็ Promote ที่สำคัญงานศึกษาวิจัย งานเสวนา งานต่าง ๆ สถาบันการศึกษา หรือสถาบันพระปกเกล้า หรืออื่น ๆ ที่เป็นงานศึกษาของรัฐสภา ก็เคยมีคำว่า ชนเผ่า เข้ามา อยู่ในการศึกษาตรงนั้น ผมกำลังคิดว่าคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ก็เลยไม่น่าจะหมายถึง คำที่อ่อนไหว หรือไปแสดงถึงความมั่นคงต่าง ๆ เหล่านั้นได้นะครับ

อีกส่วนหนึ่งครับ ถึงวันนี้เองหรือที่ผ่านมานี้ ทุกท่านครับ สื่อมวลชนเอง หลายช่องก็นำเสนอข่าวสารที่มีการระบุคำนี้ ซึ่งเราก็คุ้นชิน Thai PBS ก็พยายามจะเล่าเรื่อง ของพี่น้องมันนิในการอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติ ความเชื่อต่าง ๆ การดำรงอยู่ต่าง ๆ หรืออื่น ๆ อีกมากมาย ต่าง ๆ เหล่านี้เรากลับกลายเป็นว่าคำแบบนี้ก็เป็นคำที่คุ้นชินต่าง ๆ ไม่น่าจะตีความไปถึงความอ่อนไหวต่าง ๆ เหล่านั้นได้นะครับ แต่วันนี้สิ่งที่กังวลส่วนหนึ่ง ก็คือกลายเป็นว่า เรากำลังแสดงหรือสื่อสารไปในเจตนาที่สุ่มเสี่ยง ทำให้พี่น้องเรานี้ ยิ่งมีความกังวลมากขึ้น ภาพเดิมที่สภายอมรับในวาระที่ ๑ ครั้งนั้น พี่น้องเราทั่วประเทศ ก็ชื่นชมแล้วก็ยินดี แล้วก็คิดว่าหลังจากนี้ใน ๕ ร่าง ที่มีทุกภาคส่วนเกี่ยวข้อง จะทำให้ ความงดงามนั้นคงอยู่ ซึ่งเราก็ขออิงไปอยู่ในแค่มาตราที่ ๓ เท่านั้นเองกับคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ตรงนั้นเอง ที่เหลือก็ไม่มีแล้ว เพราะว่าเราก็เข้าใจสิ่งที่ทางสภาสื่อสาร ออกมานะครับ

สุดท้าย ในฐานะบทของสภาชนเผ่าพื้นเมืองเองครับ เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าเราจะได้กฎหมายมาด้วยความ Drama หรือความเห็นอกเห็นใจ สงสารมานะครับ แต่ไม่เห็นในมุมศักยภาพของพวกเรา ที่พวกเราก็พยายามแสดงความเป็นพลเมืองหนึ่ง ทั่วประเทศ บททุกบทที่เราก็ช่วยกัน สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็น โรคอุบัติใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงตามพลวัต พวกเราก็ลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งมากมาย ตรงนี้ละที่อยากจะยืนยันว่าคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง นัยตรงนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของความอ่อนไหว เลยนะครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องของสิ่งที่เราจะช่วงชิงบางสิ่งบางอย่างเลย เราแค่อยากจะให้คน ที่ยอมรับตัวตน ยอมรับตัวเอง และพร้อมจะระบุคำนี้ใส่เข้าไป เหมือนที่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการบอกว่า เราควรจะโอบรับทุกคนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังครับ ขอบคุณครับ