ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ตั้งข้อสังเกตและสอบถามอย่างละเอียดถึงความสมดุลในร่าง พ.ร.บ.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฉบับปรับปรุง โดยเฉพาะประเด็นการแบ่งสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา การแบ่งปันผลประโยชน์ และความกังวลต่อการตั้งรัฐวิสาหกิจใหม่ที่อาจกระทบต่างๆ รวมถึงเรียกร้องให้มีการชี้แจงอย่างโปร่งใส พร้อมตั้งคำถามเชิงลึกเกี่ยวกับความสอดคล้องของกฎหมาย การประเมินผลกระทบต่อการแข่งขัน นวัตกรรม และธรรมาภิบาล เพื่อให้เกิดความชัดเจนทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม
เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎร ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จริง ๆ ธัญได้แปรญัตติ มาตรา ๔ ในการแก้ไขมาตรา ๗ ของร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยเฉพาะการแก้ไขใน (๒) นะคะ ที่มีการเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับสถาบัน ให้มีสิทธิร่วมถือกรรมสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับผู้วิจัยตามแต่กรณี หลังจากที่ธัญได้แปรญัตติไปแล้ว ก็ได้มีการเข้าไปพูดคุย ในคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าว ก็ได้รับคำชี้แจงมา ซึ่งทุกท่านก็ให้คำชี้แจงมาอย่างรอบด้าน ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีข้อชี้แจงแล้ว ธัญก็ยังมีข้อกังวลอยู่ว่า ทำไมบทบัญญัติของร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวนี้จึงดูไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติที่กฤษฎีกาอ้างถึงในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ วิสามัญ กฤษฎีกาได้ยกมาตรา ๘ ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ของงานวิจัย และนวัตกรรม ซึ่งกฤษฎีกาอ้างถึงนั้นเข้าใจถูกว่า เพื่อใช้แก้ปัญหาในเรื่องงานวิจัยที่ขึ้นหิ้ง ใช่ไหมคะ เราถึงมีพระราชบัญญัติดังกล่าวขึ้นมา เพื่อให้ผู้วิจัยมีสิทธิที่จะนำงานวิจัย ของตนเอง ไปทำให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ นี่คือสิ่งที่กฤษฎีกาอ้างนะคะ ธัญไม่ได้นอก พระราชบัญญัติท่านประธาน ทีนี้ตรงนั้นมันส่งผลให้เกิดการแข่งขันขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ งานวิจัยที่เป็นสาธารณะ คำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก จึงทำให้ไม่เกิดเศรษฐกิจ ที่ผลิตและมีการแข่งขันสูง ทำให้การแข่งขันทางธุรกิจเข้ามาของผู้แข่งรายใหม่ได้ง่ายดาย มากเกินไป อย่างไรก็ตามในร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ธัญไม่เห็นความสมดุลของกฎหมายผ่านตัวอักษร อย่างมาตรา ๘ ของพระราชบัญญัติที่ส่งเสริมการใช้ประโยชน์งานวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งกฤษฎีกาเป็นคน ที่อ้างถึงนะคะ อย่างไรก็ตามธัญก็มีข้อกังวลอีกว่าถึงแม้ว่าท่านจะบอกว่า ท่านได้มีการแบ่ง ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้วิจัย แต่ธัญก็ยังมีข้อกังวลในมาตรา ๒๙ ของร่างพระราชบัญญัติ สถาบันสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฉบับก่อนที่จะมีการแก้ไข ซึ่งท่านไม่ได้ แก้ไขมาว่า มาตรา ๒๙ มีการระบุไว้ว่า การค้นพบการประดิษฐ์ และการปรับปรุงกรรมวิธี เครื่องมือ และเครื่องจักรของบุคคลที่ทำขึ้นในสถาบัน ตลอดจนสิทธิเหล่านี้ให้ตกเป็น ทรัพย์สินของสถาบันทั้งหมด ที่ผ่านมาได้รับการสื่อสารจากอาจารย์เอก แล้วก็คุณชวลิตบอกว่า มีการพูดคุยกัน แล้วก็จะตั้งข้อสังเกตในท้ายรายงาน แต่ธัญก็รู้สึกว่าได้อ่านแล้วก็ไม่มีการตั้ง ข้อสังเกตที่จะไปศึกษาเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ธัญกำลังจะพูดถึง การเติบโตของเศรษฐกิจและผลประโยชน์ขนาดใหญ่มาก ๆ ท่านได้รับข้อท้วงติงจาก กระทรวงการคลังหรือไม่ว่า เราอาจจะเข้าสู่ภาวะรัฐกระเป๋าฉีก เพราะท่านมีอำนาจที่จะเข้าไป ร่วมทุนกับภาคเอกชน และถ้าเกิน ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านก็มีสิทธิที่จะขอรับงบประมาณ และจัดสรรงบประมาณด้วยวิธีการรับงบได้อีก เราจะมีรัฐวิสาหกิจเพิ่มไปเรื่อย ๆ โดยที่คนตัวเล็ก ตัวน้อยที่เป็นผู้วิจัยนั้น จะไม่ได้รับส่วนแบ่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรตามตัวกฎหมายนี้หรือไม่ เพราะฉะนั้นท่านประธาน ธัญเข้าใจนะคะ ธัญก็รับฟังข้อคิดเห็นของท่าน ข้อโต้เถียงของท่าน ท่านก็ให้เหตุผลมา ซึ่งธัญก็มีทั้งรับได้แล้วก็รับไม่ได้ วันนี้ธัญไม่ได้ขออะไรท่านมาก ธัญอยากให้ ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือผู้ที่เกี่ยวข้องตอบในสภาแห่งนี้ชัด ๆ เพื่อเป็นการอภิปราย เพื่อให้ประชาชนและนักวิจัยทุกคนในประเทศนี้ได้ยินพร้อมกัน ธัญมีทั้งหมด ๘ คำถามค่ะ
ข้อที่ ๑ ท่านเคยชี้แจงว่า มีการแบ่งปันผลประโยชน์กับผู้วิจัยอยู่แล้ว ถึงแม้ว่า จะไม่ได้กำหนดลงในกฎหมาย ธัญอยากทราบหลักเกณฑ์และรายละเอียดค่ะ
ข้อที่ ๒ ธัญอยากจะทราบว่า เมื่อนักวิจัยนั้นออกจากองค์กรของท่าน ไปทำงานวิจัยที่อื่น เขายังมีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ ที่ทำให้กับองค์กรท่านหรือไม่
ข้อที่ ๓ เหตุผลอันใดท่านจึงไม่บัญญัติกฎหมายฉบับนี้ให้สอดคล้องกับ มาตรา ๘ ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์งานวิจัยและนวัตกรรม
ข้อที่ ๔ ท่านเพิ่มคำว่า เศรษฐกิจ เข้ามา แต่ท่านไม่ระบุในเชิงปัจเจก และกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้วิจัย ท่านจะบรรลุเศรษฐกิจการแข่งขันได้อย่างไร มันเท่ากับว่าผู้วิจัยนั้น ย้อนกลับไปสู่สถานะก่อนมีร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ งานวิจัยและนวัตกรรมใช่หรือไม่ จะเกิดการผูกขาดและขัดขวางพัฒนางานวิจัยจากนักวิจัย รายอื่นหรือไม่ และจะส่งผลต่อความหลากหลายทางนวัตกรรมอย่างไร
ข้อที่ ๕ ท่านมีตัวชี้วัดอย่างไรกับเป้าหมายทางเศรษฐกิจเชิงพาณิชย์ และประโยชน์สาธารณะที่รัฐเป็นผู้ลงทุนเงินวิจัย รวมถึงธรรมาภิบาลในการตัดสินใจ ในองค์กรของท่าน
ข้อที่ ๖ ได้มีการประเมินผลหรือไม่ว่า การเพิ่มอำนาจของสถาบันในร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ ส่งผลต่อการแข่งขันที่อาจเกิดความไม่เป็นธรรม
ข้อที่ ๗ โปรดอธิบายมาตรา ๒๙ ของพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีในสภานี้ว่า มันขัดแย้งกับมาตรา ๘ ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ งานวิจัยและนวัตกรรมหรือไม่
ข้อที่ ๘ ข้อสุดท้าย ธัญอยากทราบว่า เหตุใดท่านจึงไม่ตั้งข้อสังเกตที่เรา ได้พูดคุยกันในท้ายเล่มรายงานฉบับนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ