ธีระชัย แสนแก้ว หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถาบันวิจัยที่มุ่งเน้นผลิตเทคโนโลยีในเชิงพาณิชย์ และเรียกร้องการนำงานวิจัยของคนไทยมาใช้พัฒนาประเทศชาติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการนำผลการวิจัยไปส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs และช่วยเหลือธุรกิจ Startup ให้สามารถนำสินค้าไปแข่งขันในตลาดโลก
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผม ขออนุญาตท่านประธาน เพื่อที่จะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในมาตรา ๓ คณะกรรมาธิการ มีการแก้ไข ซึ่งเป็นการแก้ไขมาตรา ๖ เดิม ด้วยเหตุผลดังนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ การที่คณะกรรมาธิการแก้ไขมาตรา ๓ นั้น และแก้ไขมาตรา ๖ เดิม กระผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และสร้างประโยชน์ ให้แก่พี่น้องประชาชน และประเทศชาติเป็นอย่างมาก เพราะผมคิดว่าในการจัดตั้ง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย จะต้องเป็นสถาบันวิจัยที่มุ่งเน้น ผลิตในเชิงพาณิชย์นี่ละครับ และเน้นคำว่า เชิงพาณิชย์ แล้วสถาบันแห่งนี้มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในสังกัดกระทรวง อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดังนั้นการที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไข เพิ่มเติมในมาตรา ๓ เป็นการแก้ไขมาตรา ๖ เดิมนั้น ประเด็นนี้เป็นการแก้ไขวัตถุประสงค์ ใน (๑) ครับท่านประธาน ให้สถาบันมีการริเริ่ม ส่งเสริม ดำเนินการ วิจัยสร้างนวัตกรรม ให้กับการบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้มีการนำไปใช้ประโยชน์ที่จะทำให้ประเทศชาติ มีความสามารถในการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจในระดับสากลและพึ่งพาตนเอง รวมทั้ง ยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีการพัฒนายั่งยืน ในส่วนนี้คณะกรรมาธิการเพิ่มเติม ทางด้านเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ กระผมเห็นว่าการแก้ไขเพิ่มเติมคำว่า การแข่งขัน สามารถแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ อันนี้จึงมีความสำคัญและสอดคล้องกับการจัดตั้งสถาบันด้วย และจะต้องเป็นสถาบันวิจัยของรัฐที่มุ่งเน้นในการผลิตเทคโนโลยีและในเชิงพาณิชย์
แล้วอีกประการหนึ่งครับท่านประธาน ประเทศเรามีคนเก่งและนักวิจัย มีนักศึกษาหัวกะทิเก่ง ๆ เยอะแยะครับ แต่ละสาขาวิชานั้นมีงานวิจัยที่เขียนและเป็นประโยชน์ ต่อการต่อยอดในการพัฒนาประเทศชาติเป็นอย่างมากในทุก ๆ ด้าน แต่ปัญหาที่สำคัญคือ งานวิจัย งานเขียนของคนเก่ง ๆ เหล่านี้ กลับไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ให้กับประเทศชาติ เท่าที่ควร งานวิจัยดี ๆ หลายเล่มก็ทิ้งไว้บนหิ้ง ขึ้นอยู่บนหิ้งไม่ได้มาใช้ประโยชน์อะไรเลย วิจัยต่าง ๆ วิจัยกันมาเพื่อที่จะเรียนจบปริญญาโท ปริญญาเอก แล้วก็จบ แล้วยังซ้ำร้าย ท่านประธานครับ วิจัยงานเขียนและคนเก่ง ๆ เหล่านี้จำนวนมากที่ถูกบริษัทใหญ่ ๆ จอง ในต่างประเทศเลยนะ จองดูดไปทำงานในต่างประเทศทั้งหมดนะครับ ทำให้สมองไหล ท่านรัฐมนตรีที่รักครับ ในฐานะท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ภาวะสมองไหล คือการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีทักษะสูง มีความเก่ง มีความเชี่ยวชาญจากประเทศของเรา ไปยังประเทศอื่นหลายประเทศ ภาวะสมองไหลนี้น่ากลัวนะครับท่านประธาน เพราะว่า การที่ประเทศของเรากำลังสูญเสียคนเก่ง ๆ ที่เสียคลังสมองของประเทศให้กับภาครัฐ และภาคเอกชน การขาดแคลนแรงงาน เศรษฐกิจของประเทศเราไม่สามารถที่จะเติบโต ได้เท่าที่ควร เพราะภาวะขาดแคลนแรงงานเก่ง ๆ ที่เป็นมันสมองของประเทศ ขาดการพัฒนา นวัตกรรม เพราะฉะนั้นที่ชัดมากตอนนี้คือว่า กระแสของคนรุ่นใหม่ที่แสดงออกว่าจะเป็นการ ย้ายประเทศ ผมไปเห็น Page ท่านประธานครับ Page อันหนึ่งบอกว่า ย้ายประเทศกันเถอะ เป็นเฟซบุ๊กที่มีคนเข้าร่วมถึงล้านกว่าคนภายในเวลาไม่กี่เดือนครับ เรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่น่ากังวลมาก จึงมีความจำเป็นที่เป็นเหตุที่กระผมเห็นด้วยกับการที่คณะกรรมาธิการจะต้อง นำเอางานวิจัยคนไทยลงจากหิ้งเสียทีนะครับ นำงานวิจัยเหล่านี้มาใช้พัฒนาประเทศชาติ ของเราในอนาคต นำมาพัฒนาต่อยอดสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนทุกภาคส่วน
แล้วอีกอย่างหนึ่งครับท่านประธาน ที่กระผมอยากจะขอฝากผู้บริหาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยว่า งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม มีประโยชน์ขอให้ท่านนำวิจัยเหล่านี้ เข้ามาส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs และช่วยเหลือธุรกิจ Startup ให้สามารถนำสินค้าพวกเขาไปแข่งขันในตลาดโลก ท่านต้องทำให้งานวิจัยเหล่านี้มาช่วยเหลือ และสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ในการไปแข่งขัน เวทีโลกให้ได้ แล้วก็ฝากท่านประธาน ช่วยกันทำงานวิจัยในเชิงพาณิชย์และงานวิจัยเหล่านี้ จะนำไปสู่มือของพี่น้องประชาชนที่ต้องการใช้ประโยชน์ของงานวิจัย กระผมเชื่อครับว่า จะช่วยเหลือระบบเศรษฐกิจของประเทศเราเป็นอย่างมากในทางที่ดีขึ้น และจะช่วยเหลือ เศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชน ดังนั้น กระผมขอสนับสนุนความในมาตรา ๓ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๓ ซึ่งเป็นการแก้ไขวัตถุประสงค์มาตรา ๖ เพื่อเราจะสามารถ นำงานวิจัย สร้างมูลค่าเพิ่มในทางด้านเศรษฐกิจ สร้างผลดีต่ออนาคตของลูกหลานต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ