อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท้วงติงร่างกฎหมายห้ามตีเด็กในประมวลกฎหมายแพ่งฉบับแก้ไข เนื่องจากกังวลว่าจะเกิดความสับสนระหว่างการลงโทษทางวินัยกับการใช้ความรุนแรง จึงเรียกร้องให้ถอนร่างกลับไปทบทวนและชี้แจงให้สอดคล้องกับบริบทสังคม การศึกษา และผลกระทบต่อผู้ปกครองอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันปัญหาการบังคับใช้ที่คลุมเครือ
ท่านประธานครับ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายในวาระที่ ๒ ของร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ได้มีการเสนอ อยากเรียนท่านประธานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาผมเองเป็นวิปรัฐบาลด้วย ก็ได้มีการพิจารณา ร่วมกับเพื่อนวิปรัฐบาลเกี่ยวกับกฎหมายตรงนี้ในวาระที่ ๒ ผมเสียดายจริง ๆ เสียดายที่ ในที่ประชุมวิปรัฐบาล คณะกรรมาธิการไม่ได้มาชี้แจงด้วย ให้เจ้าหน้าที่ พม. มาชี้แจง ก็คือ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาชี้แจง ในการแก้ไข แปรญัตติในส่วนของมาตรา ๒ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เราเรียกว่า ห้ามตีเด็ก เรียนท่านประธานว่า ในประเด็นนี้ผมเองก็ได้ซักกับเจ้าหน้าที่ของ พม. คือกฎหมายตรงนี้ต้องเรียนท่านประธาน เลยว่า มันเป็นกฎหมายเทคนิคจริง ๆ แล้วก็เป็นกฎหมายที่ผมคิดว่า สภาแห่งนี้ต้องพิจารณา ให้รอบคอบ เพราะว่าคำว่า เฆี่ยนตีเด็ก เราเองได้ออกกฎหมายตรงนี้ไป ผมก็คิดว่าจะกระทบ กับสังคมพอสมควร เพราะว่าพ่อแม่เป็นผู้ปกครอง หรือเป็นบุพการีที่จะต้องเลี้ยงดูเด็ก การที่จะต้องเฆี่ยนตีเด็กหรือตีเด็ก ผมก็ได้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ของ พม. ได้เสนอให้ทางวิป ขอให้คณะกรรมาธิการได้ถอนกฎหมายนี้ออกไปก่อน เพราะว่าทางเจ้าหน้าที่ พม. มาชี้แจง โดยไม่มีคณะกรรมาธิการของชุดนี้มาชี้แจงเลย ก็ถามว่าแล้วการที่พ่อแม่ถือไม้กวาด ทางมะพร้าวเล็ก ๆ ตีเด็กมันผิดกฎหมายไหม เจ้าหน้าที่ พม. ก็บอกว่า ผิดกฎหมาย ต้องเรียน ท่านประธานว่า พรรครวมไทยสร้างชาติเอง แล้วก็ผมไม่ได้เห็นด้วยกับการทำร้ายร่างกายเด็ก แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับการทารุณกรรมกับเด็ก แล้วก็การใช้ความรุนแรงกับเด็ก เมื่อสักครู่นี้คุณหมอที่มาชี้แจงซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง กับเด็ก แล้วท่านก็บอกมีผลทางวิชาการชัดเจนว่า การใช้ความรุนแรงกับเด็กจะทำให้ พัฒนาการของเด็กมีปัญหา ผมก็เห็นด้วยครับว่า การใช้ความรุนแรงกับเด็กมันเป็นสิ่งที่ ไม่เหมาะสม การทารุณทางร่างกายและจิตใจเด็กเป็นสิ่งที่สังคมรับไม่ได้ แต่ต้องเรียน ท่านประธานว่า แล้วการตีเด็กอะไรคือความรุนแรง ตีขนาดไหนคือ รุนแรง แล้วการตี กับการทารุณกรรมมันคนละเรื่องกันนะครับ การทำร้ายร่างกายเด็ก กับการตีลูกก็คนละเรื่องกัน ผมก็เลยบอกว่า ถ้าทางเจ้าหน้าที่ พม. ที่มาชี้แจงยังไม่สามารถชี้แจงได้ว่า การตีเด็กถือว่า เป็นความรุนแรงหรือไม่ ท่านต้องถอนกลับไปและท่านต้องไปทำมาตรฐานกฎหมาย มาตรา ๒ ของท่านที่ท่านแก้ไขมา อย่างที่คุณหมอชลน่านได้ชี้แจงครับว่า ท่านต้องทำให้ชัดเจนก่อน ถ้ากฎหมายตรงนี้ออกไป แล้วเจ้าหน้าที่ไปบังคับใช้ แล้วเกิดความกำกวม มันก็จะเป็นปัญหา ของสังคม เพราะว่าผมก็เรียนกับท่านประธานว่า วันนี้ต้องเรียนกับท่านคณะกรรมาธิการ แล้วก็เพื่อนสมาชิกว่า วันหนึ่งเราเคยออกกฎหมายครูห้ามตีเด็กนักเรียน วันนี้เราบอกว่า การศึกษาไทยมันถอยหลังลงไป วันนี้เราไปอยู่อันดับ ๘ ของ ASEAN กฎหมายตรงนี้เคยทำ วิจัยหรือยังว่า กฎหมายที่เราบอกว่า ครูห้ามตีเด็กมันมีผลกระทบต่อการศึกษาหรือไม่ ผมไม่รู้นะครับว่ามันมีผลกระทบหรือไม่ และผมก็ไม่รู้ว่ามีใครมาวิจัยอย่างนี้หรือไม่ว่า วันนี้ การศึกษาไทยมันถอยหลังลงไป เพราะครูไม่กล้าตีเด็ก ไม่ใช่ลูกฉัน จะเป็นอย่างไร จะโตไป จะดีจะเลว จะดีจะชั่วอย่างไรก็เป็นลูกคนอื่น ตีไปก็ผิดกฎหมาย ตรงนี้มันมีผลกระทบไหม เราได้มาวิจัยไหม แน่นอนครับ ผมย้ำครับ เราไม่เห็นด้วยกับการทารุณกรรมเด็ก ไม่เห็นด้วย กับการใช้ความรุนแรงกับเด็ก อันนี้ชัดเจนนะครับ แต่การตีเด็กนี่ตีอย่างไร เจ้าหน้าที่ พม. กับคณะกรรมาธิการก็ชี้แจงไม่ได้ เพราะว่าท่านไม่มา ก็เลยบอกว่า ขอให้ท่านถอนไปก่อน เพราะว่ากฎหมายนี้เรารับหลักการมา ถ้าท่านยังยืนยันใช้กฎหมายที่ท่านแก้มาอย่างนี้อยู่ ผมคิดว่าสมาชิกส่วนใหญ่ก็คงจะไม่เห็นด้วยนะครับ ก็เลยเรียนกับท่านประธาน
สิ่งที่สำคัญอีกอันหนึ่งท่านประธานครับ เรามีกฎหมายบอกว่า พ่อแม่ ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเด็กและเยาวชน ถ้าเด็กทำผิดพ่อแม่ต้องรับผิดชอบด้วย แต่วันนี้เรากำลังออกกฎหมายที่คลุมเครือว่า พ่อแม่ตีเด็กไม่ได้ แล้วถามพ่อแม่ว่า วันนี้ ถ้าตีเด็กไม่ได้ แล้วต้องรับผิดชอบกับการกระทำความผิดของเด็ก ๆ ของเยาวชน มันจะเหมาะสมหรือไม่ วันนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราต้อง Clear ประเด็นนี้ด้วยนะครับ ผมคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องพิจารณาด้วย ฉะนั้นเรายืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้ ความรุนแรงกับเด็ก และไม่เห็นด้วยกับการทารุณกรรมเด็ก แต่คณะกรรมาธิการควรจะต้อง ถอนร่างตรงนี้กลับไปแก้ไขให้ชัดเจนก่อนว่า ที่ท่านไปรับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก กับกฎหมายมาตรา ๒ ท่านต้องแก้ให้ชัดเจน เพื่อให้ได้เกิดการบังคับใช้ให้เป็นประโยชน์ กับสังคม ไม่เกิดความคลุมเครือครับ ขอบคุณท่านประธานครับ