ชลน่าน ศรีแก้ว ตั้งข้อสังเกตต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติในวาระที่ 2 โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 3 และการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองเด็ก ซึ่งอาจส่งผลต่อเจตน์ของกฎหมายและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงเสนอให้ทบทวนหลักการใหม่เพื่อความสมดุลระหว่างสิทธิเด็กกับผู้ปกครอง พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการปฏิบัติตามกระบวนการนิติวิธีอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกฎหมายถูกคว่ำในขั้นตอนต่อไป
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ผมได้ลุกขึ้นอภิปราย ต้องขอเรียนผ่านท่านประธาน ขอกราบอภัยเพื่อนสมาชิกที่ได้ลงชื่อไว้ กระผมยกมือไม่ได้ลงชื่อแต่ได้รับโอกาส ประเด็นที่ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ได้พิจารณากันในขณะนี้ เป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติในวาระที่ ๒ หลังจากที่เรา รับหลักการมาแล้ว เป็นร่างของคณะกรรมาธิการที่จะกลับมาเสนอต่อสภาว่า จะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบกับคณะกรรมาธิการ กฎหมายฉบับนี้สั้นครับมีแค่ ๓ มาตรา แล้วคณะกรรมาธิการ ก็แก้ไขในมาตรา ๓ สิ่งที่ผมฟังท่านประธานได้อนุญาตให้ท่านสมาชิกได้อภิปราย มันมีแนวคิด อยู่ ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ คือสนับสนุน ส่วนที่ ๒ คือคัดค้าน แล้วผมก็กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า เสียงข้างมากในสภาแห่งนี้มีแนวโน้มคัดค้าน เท่าที่ฟังจากการอภิปราย มีข้อเสนอให้คณะกรรมาธิการถอนไปปรับแก้ หรือมีมติว่าจะไม่เห็นชอบกับกฎหมายฉบับนี้ ในวาระที่ ๒ เลย อันนี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด ผมเองด้วยความเคารพท่านประธานครับ การพิจารณาในวาระนี้สิ่งที่เรากำลังพิจารณากัน มันเป็นประเด็นที่คณะกรรมาธิการได้ไปแก้ไขในตัวบทมาตรา ๓
ประการแรกสุด ผมเองกลับไปตรวจดูหลักการที่สภาแห่งนี้รับไป ผมเคยพูด ไว้หลายครั้งท่านประธานครับว่า การเขียนหลักการแล้วเอาถ้อยคำในหลักการมาเขียน ในตัวบท มันเป็นการมัดมือสภาแห่งนี้ จำใจต้องยอมรับและเห็นชอบตามกฎหมายฉบับนั้น เพราะถ้าท่านไปเปลี่ยนแปลง แก้ไขถ้อยคำ ยกตัวอย่าง ที่ท่านเห็นอยู่ในภาพฉายขณะนี้ ถ้อยคำในหลักการถูกแก้ไขหมดเลย ถ้าท่านประธานจะกรุณากลับไปตรวจสอบดูหลักการ ผมขออนุญาตอ่านหลักการเพื่อบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้จะได้ช่วยกันทำงานต่อไป หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อกำหนดสิทธิของผู้ใช้อำนาจปกครอง ในการทำโทษบุตร ต้องไม่เป็นการกระทำทารุณ ถ้อยคำนี้ การกระทำทารุณกรรม ถ้อยคำนี้ ถูกคณะกรรมาธิการแก้ไขออกไป ตัดออกไป หรือทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ หลักการมีแค่นี้ครับ ถ้อยคำที่อยู่ในหลักการเดิมถูกตัดออกไปอยู่หลายถ้อยคำ แล้วคณะกรรมาธิการก็ไปเปลี่ยน ถ้อยคำใหม่มาในตัวร่าง สิ่งที่เป็นประเด็นก็คือคำว่า ทารุณกรรม ซึ่งเป็นประเด็นหลักนะครับ แล้วก็เติม การลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุตร ออกมา ประเด็นที่ผมนำเรียน ท่านประธานขณะนี้ คือ
เรื่องที่ ๑ มีการแก้ไขหลักการอย่างแน่นอน เจ้าของร่างต้องกราบด้วยความเคารพ ว่าท่านเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย ผมไม่แน่ใจว่าท่านได้ต่อสู้ในชั้นของการพิจารณาวาระ ในการพิจารณาชั้นกรรมาธิการหรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องที่ ๑ นะครับ
เรื่องที่ ๒ เท่าที่ฟัง แม้คณะกรรมาธิการไปแก้ไขในการตัดหลักการออกไป แล้วเพิ่มถ้อยคำใหม่เข้ามา ดูเสมือนว่าจะเบากว่าเดิม ในมุมผมเลยครับ เบากว่าเดิม เพราะไม่มีคำว่า ทารุณกรรม ไปแล้ว แต่ยังมีคำว่า ห้ามเฆี่ยนตี อยู่ ประเด็นที่เรากำลัง อภิปรายขณะนี้ ถ้าสมมุติว่า สภาแห่งนี้ไม่เห็นชอบกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ มีอยู่ ๒ อย่าง ๑. คว่ำไปเลย ๒. กลับไปใช้ร่างเดิมของสภา หรือ ๓. ให้คณะกรรมาธิการ ถอนไปแก้ไขใหม่ทั้งหมด นั่นหมายความว่า ต้องไปแก้ไขหลักการด้วย ทางเลือกเหล่านี้จะเอา อะไร ถ้าท่านประธานสังเกตคำอภิปรายของสมาชิกนะครับ มีแนวโน้มว่า ถ้าคณะกรรมาธิการ ไม่ถอนเขาจะคว่ำเลย นั่นคือสภาแห่งนี้กำลังปฏิเสธสิ่งที่สภาแห่งนี้รับหลักการไปด้วย ถ้าคว่ำก็คือ ปฏิเสธในการรับหลักการของสภาแห่งนี้ไปตั้งแต่วาระที่ ๑ คือแนวทางเหล่านี้ ผมเองในฐานะที่ทำงานด้านนี้มาพอสมควร ผมเห็นว่าเรากำลังหลงทิศ ถ้าทางออกทั้ง ๓ นี่นะครับ ถ้าจะเป็นการดี แล้วเป็นการส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครองเอง สิทธิเด็กเอง ต้องมา ชั่งน้ำหนักให้ดี ถ้าคณะกรรมาธิการคิดว่า จะถอนไป แล้วไปแก้ไขหลักการใหม่ทั้งหมดเลย ให้มัน Balance ถามว่า ทำได้ไหม ผมยืนยันว่าทำได้ แม้ในชั้นรับหลักการ รับหลักการไปแล้ว คณะกรรมาธิการได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักการกลับมาที่สภาแห่งนี้ แน่นอนครับ ท่านทำผิด ข้อบังคับแน่นอน เพราะข้อบังคับบอกว่า ต้องไม่แก้ไขหลักการ แต่มันมีความจำเป็นต้องแก้ ก็แก้ได้ สภาแห่งนี้เคยอนุมัติกฎหมายที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักการมาหลายฉบับครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ พระราชบัญญัติแก้ไขว่าด้วยเรื่องอ้อยและน้ำตาล ท้องถิ่นที่กำลัง จะเข้ามาใหม่ อันนี้ก็แก้หลักการ แต่ท่านต้องมาขออนุญาตกับสภาแห่งนี้ว่า จะยอมให้แก้ไหม เรามีกระบวนการการตรากฎหมาย เรามีนิติวิธีอยู่ ถ้าสภาแห่งนี้อนุมัติและเห็นชอบ กับแก้หลักการใหม่ ท่านไปได้ครับ วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ผ่านสภาผู้แทนราษฎรเราก็ส่งให้ วุฒิสภาได้เลย วิธีที่เราทำกันมาผมพูดหลายครั้งในสภาแห่งนี้ครับ เมื่อท่านเปลี่ยนแปลงแก้ไข หลักการ ท่านต้องไปเขียนหลักการใหม่ให้เราดูในข้อสังเกตที่ท่านบันทึกมาให้เราดู พร้อมกับ เหตุผลที่ท่านแก้ เพื่อสภาแห่งนี้จะได้ดูว่า จะเห็นชอบกับท่านหรือไม่ อันนี้วิธีการเราทำมา อย่างนี้ตลอด แต่ฉบับนี้ไม่มีครับ ไม่ได้ระบุไว้ในข้อสังเกตเลย ทั้ง ๆ ที่ท่านมีการแก้หลักการ ออกไป และฟังจากถ้อยคำเมื่อท่านแก้มาตัด ทารุณกรรม ออกไป เหลือแต่ เฆี่ยนตี สภาแห่งนี้ ก็ยังยอมไม่ได้ เพื่อปกป้องสิทธิผู้ปกครอง แนวโน้มมันจะถูกคว่ำ ผมก็เลยกราบเรียน ท่านประธานว่า ลองหาวิธีการดูว่ามันควรจะเป็นอย่างไร ข้อเสนอผมเราทำงานมาหนัก ขนาดนี้แล้ว คณะกรรมาธิการยอมนิดหนึ่งเถอะครับ ถอนไปเลย ถอนไปท่านไปปรับปรุง ตัวบทใหม่เลย รับข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิกวันนี้ไปปรับปรุงนะครับ ให้มีความสมดุลกัน ระหว่างสิทธิเด็กและสิทธิของผู้ปกครอง ถ้อยคำอันไหนที่มันกำกวม เช่น คำว่า ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ ท่านเอาอะไรมาวัด ท่านสมาชิกหลายท่านถามอยู่ มันจะเป็นสิ่งที่เป็นเหตุ ให้เกิดการลงโทษผู้ปกครองได้ เกิดแปลความได้หลายมุม ท่านก็ไปปรับแก้ เขียนกฎหมาย ให้มันกระชับ ชัดเจนและสั้น เหมือนที่ท่านเขียนมาตอนแรกผมคิดว่า เอาปรับมา แต่ว่าถ้าท่าน แก้หลักการ แล้วอย่าลืมนิติวิธี หรือกระบวนการการตรากฎหมายของเราที่ท่านต้องมา ขออนุญาตต่อสภาแห่งนี้ ด้วยความขอบคุณท่านประธาน