สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๙ กันยายน ๒๕๖๗

เอกราช อุดมอำนวย ขอเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนแออัด โดยเฉพาะปัญหาของเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ และขอให้รัฐบาลนำนโยบายที่ถูกต้องไปแก้ไขปัญหา และช่วยเหลือผู้พิการที่มีอาชีพประกอบอย่างยากลำบาก

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นเลยต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้ อภิปรายสนับสนุนญัตติดังกล่าว แล้วก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่มีญัตติในทำนองเดียวกันอีก ๕ ฉบับ ท่านประธานครับ เท่าที่ผมฟังมาเพื่อนสมาชิกอภิปรายไปเป็นเสียงในแนวทาง เดียวกัน แล้วทุกคนชี้ให้เห็นปัญหา ไม่ว่าจะเป็นท่านแอนศิริ วลัยกนก ท่านลงพื้นที่บอกเลยว่า รายละเอียดข้อเท็จจริงเจอมา ปัญหาเป็นอย่างไรบ้าง ต้องแก้ไขอย่างไร ท่านณัฐชาก็พูด ชัดเจนว่า ในกรรมาธิการก็พร้อมที่จะรับเรื่องนี้ไปศึกษาอยู่แล้ว หรือว่าท่านศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ท่านภัณฑิล น่วมเจิม ก็อภิปรายถึงแนวทางแก้ปัญหาในแบบวิธีการที่แตกต่างกัน แล้วก็ ชื่นชมเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอื่น ๆ ด้วยนะครับ โดยเฉพาะที่อภิปราย สนับสนุนญัตติดังกล่าว แล้วก็มีข้อเสนอที่ค่อนข้างจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ท่านประธานครับ เท่าที่ผมฟังมาทั้งหมดพอจะสรุปได้ว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันปัญหา ของชุมชนแออัดก็มีความเสี่ยงสูง แล้วผู้แทนราษฎรที่ลงไปพื้นที่เจอปัญหาจริง ๆ ทั้งปัญหา เรื่องของเด็ก เรื่องของผู้สูงอายุ และเรื่องของผู้พิการ เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ แล้วทุกคน ความเป็นผู้แทนก็อยากที่จะดูแลประชาชน ดูแลความเดือดร้อนของพวกเขา ให้รัฐเข้าไปดูแล ระบบสวัสดิการ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เขาเจอในชีวิตประจำวันอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ระบบงบประมาณ รวมถึงนโยบายต่าง ๆ ปัจจุบัน แน่นอนว่าไม่สนองต่อความต้องการในการ แก้ปัญหา ดังนั้นความจำเป็นที่เราจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญครั้งนี้ เราก็จะได้ข้อมูลมาศึกษา วิเคราะห์ แล้วก็เสนอแนะเป็นมาตรการปรับปรุง เพื่อให้รัฐบาลรับนำไปเป็นข้อแนวทางที่จะ แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้พูดขึ้นมานอกเหนือจาก ญัตติ อาจจะเป็นข้อสังเกตเพิ่มเติม อย่างปัญหาการศึกษาที่ท่านปารมีก็แนะนำไว้ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาด้านสุขภาพของประชาชน หรือว่าการเข้าถึงการศึกษา สวัสดิการต่าง ๆ ผลที่คาดหวัง ที่เราจะมีต่อการตั้งกรรมาธิการวิสามัญครั้งนี้ ก็คือเราจะสามารถมีข้อเสนอที่เป็นเชิงรูปธรรม เป็นนโยบายลงไปแก้ปัญหาได้ตรงจุด อย่างน้อยถ้าพิจารณาแล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน นำข้อสรุปต่าง ๆ เหล่านี้ส่งไปให้รัฐบาลปรับเป็นนโยบาย ตั้งเป็นแผนงานให้หน่วยงาน รับทราบปัญหาและแก้ไขได้อย่างตรงจุด ผมเชื่อว่าสภาผู้แทนราษฎรของเราจะใช้โอกาสนี้ เวทีนี้ สะท้อนปัญหาที่ได้รับจากพี่น้องประชาชน นำไปสู่การแก้ไขที่เป็นประโยชน์ในเชิง นโยบาย แล้วเพื่อนสมาชิกทุกท่านก็จะได้มีแนวทางที่ไปพูดคุยกับพี่น้องประชาชนได้อย่าง ชัดเจนครับ เรื่องเด็กเล็กจะเอาอย่างไร เงินสมทบ เงินอุดหนุนที่อาจจะยังไม่ทั่วถึง ปัญหาเหล่านี้ จะนำไปสู่การปฏิบัติเชิงเป็นรูปธรรม อย่างนโยบายจะหาพื้นที่ทางงบประมาณให้พวกเขา อย่างไร กลุ่มผู้สูงอายุถูกพูดถึงมาโดยตลอดว่าเราสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว เราจะมีแนวทาง ในการดูแลอย่างไร แน่นอนครับ หลายคนก็พูดกัน แต่เราต้องการที่มัน Highlight ขีดเส้นใต้ มากกว่านี้ เพราะเรารู้ว่าปัญหามันเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น แล้วมิหนำซ้ำยังมีปัญหาเชิง ทับซ้อนอีกว่าผู้สูงอายุ ถ้ายังอยู่ในความดูแลของลูกหลานนี่ง่ายครับ แต่ปัจจุบันผู้สูงอายุ ก็จำนวนมากทีเดียวที่ประสบปัญหาก็คือว่าต้องอยู่คนเดียว เงินเกษียณก็ไม่มี ก็เป็นเรื่องที่ สภาเราต้องไปคิดนะครับ เพราะพวกเขาเหล่านี้ ก็คือคนที่จ่ายภาษีทำให้แผ่นดินนี้อยู่มาได้ จนถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้ครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของผู้พิการ ก็เป็นกลุ่มเปราะบางที่เรา แทบจะไม่มีนโยบายที่เอื้อให้กับผู้พิการอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างเช่นกรณี ของการซ่อมบ้าน การดูแลจัดสรรเงินกู้ให้กับผู้พิการ ลองไปถามครับ ร้อยทั้งร้อย แทบจะบอกว่าไม่รู้จักโครงการของรัฐที่จะสนับสนุนเขาเลย นอกจากเบี้ยที่ได้เป็นรายเดือน พอจะมีโอกาส มีวิธีการอย่างอื่นไหมครับ หรือแม้กระทั่งง่าย ๆ เลยครับ ในปัจจุบันคนที่อยู่ ในชุมชนแออัดต่าง ๆ ที่เขาอาจจะประสบอุบัติเหตุจากการประกอบอาชีพ เกิดอยู่ดี ๆ ต้องเป็นผู้ทุพพลภาพขึ้นมา พวกเขาจะทำอย่างไรในเรื่องอาชีพ ผมคิดว่านี่คือเวทีสำคัญครับ ท่านประธาน ก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิกอีกครั้ง แล้วก็หวังว่าญัตตินี้จะเป็นประโยชน์ แล้วก็ นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง ขอบคุณท่านประธานครับ