สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๙ กันยายน ๒๕๖๗

ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เสนอแนวคิดการสร้างระบบนิเวศสังคมใหม่ โดยเน้นย้ำถึงศักยภาพของเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการในการสร้างสรรค์สังคม ชุมชนแออัด และชุมชนรายได้น้อย ที่มีเป้าหมายเพื่อลดอาชญากรรม ลดยาเสพติด และเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศในสังคมให้ดูดีขึ้น

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชนจากจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี และอำเภอหนองเสือ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายญัตติขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการในชุมชน แออัด ชุมชนแออัดในที่นี้ ผมขอให้พ่วงไปด้วยนะครับ ชุมชนรายได้น้อย อย่างเช่น การเคหะ เอื้ออาทร ชุมชนริมคลอง เพราะปัญหาและข้อจำกัดไม่แตกต่างกัน ปัญหาและการแก้ไข ได้ถูกนำเสนอไปโดยเพื่อน สส. หลายท่านแล้ว ผมเป็นคนสุดท้าย คนที่ ๒๔ เพราะฉะนั้น จะไม่พูดซ้ำนะครับ ในเรื่องของสังคมผู้สูงวัย ยาเสพติดในชุมชน การตกหล่นทางการศึกษา การแก้ปัญหา ก็เช่นการให้โอกาสทางการศึกษา แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพิ่มสวัสดิการ ผมก็คงไม่พูดซ้ำ แต่วันนี้ผมจะนำเสนอมุมมองใหม่ ในการแก้ปัญหาที่เรียกว่า ๔ ใหม่ ข้อ ๑ ก็คือการมองปัญหาใหม่ ข้อ ๒ คือการแก้ไขใหม่ที่สร้างสรรค์ ข้อ ๓ คือการสร้างระบบ นิเวศใหม่ทางสังคมที่เกื้อกูลกัน และข้อ ๔ การเปลี่ยนแปลงมุมมองใหม่ ๆ ในสังคม สิ่งเหล่านี้คืออะไร

เริ่มจากเรามองปัญหาใหม่ จากเด็กที่เรามองว่าอาจจะเป็นภาระที่เราต้อง เลี้ยงดู ให้มองว่าเป็นพลังขับเคลื่อนของชุมชน แทนที่จะมองว่าเด็กเป็นภาระ เราต้องมองว่า เขาเป็นนวัตกรรมที่มีศักยภาพ ปัญหาเพราะว่าเด็กขาดพื้นที่ในการแสดงออก ขาดโอกาส ในการแสดงความคิดสร้างสรรค์ วิธีการแก้ไขก็คือว่า ให้เด็กมีส่วนร่วมในการออกแบบ และปรับปรุงพื้นที่ในชุมชนของเขา ให้มีการจัดประกวด Idea นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหา ชุมชน โดยให้เด็กเหล่านี้เป็นผู้นำเสนอ จัดกิจกรรมให้เด็ก ส่วนผู้สูงวัยไม่ใช่จะรอรับการเลี้ยงดู อย่างเดียว ให้มองว่าผู้สูงวัยเป็นผู้ที่มีองค์ความรู้ สามารถถ่ายทอดภูมิปัญญาให้กับเราได้ มองผู้สูงวัยเป็นคลังความรู้ของชุมชน ไม่เพียงแต่รอรับความช่วยเหลือจากชุมชนเท่านั้น ปัญหาหาของสิ่งเหล่านี้ คือว่าผู้สูงวัยขาดช่องทางในการถ่ายทอดความรู้ แล้วก็ประสบการณ์ เพราะฉะนั้นวิธีการแก้ไขที่ผมนำเสนอก็คือว่า อาจจะสร้างแพลตฟอร์มให้กับผู้สูงวัยมา แบ่งปันความรู้และทักษะของตนเอง การทำอาหาร การเย็บปักถักร้อย การทอผ้า การทำ หลาย ๆ อย่าง ผู้สูงวัยมีความรู้เหล่านี้ สามารถนำกลับมาสอนชุมชนได้ แล้วทำให้ผู้สูงวัย มีกิจกรรมร่วมกันกับชุมชนได้ ส่วนผู้พิการส่วนมากจะมีศักยภาพนะครับ ทุกคนที่เป็นผู้พิการ เขาไม่ได้ต้องการรอรับความช่วยเหลือ เขาอยากทำงาน เขาอยากสร้างสรรค์สังคมให้กับ ส่วนรวม เพราะฉะนั้นเขาสามารถสร้างประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับชุมชนได้ ปัญหาก็คือว่าสังคมก็ยังไม่เปิดกว้างที่จะรับฟังผู้พิการเหล่านี้ วิธีการแก้ไขก็คืออยากให้มี การจัดทัวร์ชุมชนที่นำเสนอโดยผู้พิการ เพื่อให้คนทั่วไปได้สัมผัสความรู้สึกว่าประสบการณ์ ที่พิการรู้สึกอย่างไร ให้คนปกติได้รู้สึกอย่างนั้น จะได้เข้าใจคนพิการได้มากขึ้น แล้วก็ยัง สามารถสร้างพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ให้ผู้พิการแบ่งปันมุมมองของตัวเอง เพื่อให้เราเข้าใจ ถึงหัวอกของผู้พิการ แล้วก็อยากจะให้เขามีงานทำด้วย

การสร้างระบบนิเวศสังคมใหม่ ๆ ที่เกื้อกูลกัน อย่างที่ ๓ ใหม่ ก็คือว่าจะมี ตลาดนัดแลกเปลี่ยนทักษะในชุมชน ชุมชนไหน ใครมีทักษะอะไรก็เอามาแลกเปลี่ยนกัน มาแลกเปลี่ยนกันสอน ใครวาดภาพเก่งก็มาสอนคนที่อยากจะเรียนการวาดภาพ เด็กก็มา สอนเทคโนโลยีให้ผู้ใหญ่ ผู้สูงวัยก็แบ่งปันภูมิปัญญาให้กับเด็ก แล้วก็มีธนาคารเวลา ธนาคารเวลานี้คืออะไร ก็คือว่าสังคมนี้อาจจะช่วยเหลือกันอย่างเช่น เราไม่มีเวลาที่จะไปรับลูก ก็ให้เพื่อนบ้านไปรับลูกให้ ส่วนเราก็อาจจะไปรดน้ำต้นไม้ให้เขา ไปเก็บกวาดอะไรให้เขา แลกเปลี่ยนกัน ซึ่งจะทำให้สังคมเป็นสังคมที่เกื้อกูลกัน แล้วก็อยู่ร่วมกันอย่างสามัคคีนะครับ

ต่อไปก็คือ โครงการนวัตกรรมเพื่อทุกคน ก็คือมีการประกวดออกแบบ นวัตกรรมเพื่อยกระดับชุมชน สิ่งเหล่านี้สามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ทุนรอนมากเลย ส่งเสริม ความร่วมมือระหว่างสังคมผู้สูงอายุและผู้พิการร่วมกัน

ส่วนข้อสุดท้าย การเปลี่ยนมุมมองใหม่ของสังคม ก็อาจจะมี Campaign สร้างพลังที่หลากหลาย สร้างสื่อที่นำเสนอเรื่องราวความสำเร็จของชุมชน เกิดจาก ความร่วมมือของชุมชนที่กล่าวมานี้ มีความสำเร็จอะไรเราก็เอามานำเสนอกัน เป็นโครงการ สื่อสารของชุมชน เพื่อให้ชุมชนอื่นได้ทำตาม สร้างช่องทางสื่อสารทางสังคมออนไลน์เหล่านี้ การมองปัญหาให้เป็นมุมมองใหม่ ๆ บางทีอาจจะไม่ต้องใช้ทุนรอนมาก อันนี้เป็นข้อเสนอ Idea ที่เพิ่มเติมจากเพื่อน ๆ เพื่อให้เราเห็นศักยภาพของชุมชนที่บางทีเขาซ่อนอยู่ แล้วก็ลดโอกาส ที่เขาจะไปติดยาเสพติดด้วย ชุมชนเหล่านี้เมื่อมีความสามัคคีกัน เด็กดูแลผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ดูแลเด็ก ก็จะลดอาชญากรรม ลดยาเสพติด แล้วก็เปลี่ยนแปลงระบบนิเวศในสังคมให้ดูดีขึ้น โดยใช้ทุน เพียงนิดเดียวครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ