แอนศิริ วลัยกนก หารือเรื่องการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการในชุมชนแออัด โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อดูแลและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเหล่านี้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอร่วมอภิปรายญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการในชุมชนแออัดค่ะ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการในชุมชนแออัด ต้องประสบ กับปัญหาความยากจนและการขาดแคลนสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต เหล่านี้ต้องเผชิญกับ ปัญหาความไม่มั่นคงของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านที่อยู่อาศัย หรือปัจจัยยังชีพต่าง ๆ ทำให้เรา ต้องมาพูดถึงสวัสดิการและการดูแลที่ยังมีปัญหา ไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการบางกลุ่มถูกทิ้งให้อาศัยเพียงลำพัง บ้างก็ตัวคนเดียวไม่มีครอบครัว บ้างก็บกพร่อง ทางครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่มีภาวะแตกแยก ใช้ความรุนแรง มีบุคคลในครอบครัว ที่ติดคุก ติดยา มีสภาพจิตใจที่ไม่ปกติ ซึ่งสภาวะครอบครัวแบบนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เด็กที่ต้อง พบเจอ แต่ผู้สูงอายุ ผู้พิการบางท่านก็ยังต้องอาศัยอยู่ในสภาวะครอบครัวแบบนี้เช่นกัน เด็กในชุมชนแออัดเป็นกลุ่มเปราะบางและขาดโอกาสในชีวิตที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ขาดความคุ้มครอง เด็กหลาย ๆ คนมีพัฒนาการถดถอยและล่าช้า เนื่องจากขาดปัจจัยที่ดี ในการเติบโต ในการเติบโตของเด็กนั้นมีปัจจัยในการพัฒนาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว โรงเรียน หรือสังคมแวดล้อม มีคำกล่าวที่ว่า เด็กคนหนึ่งจะโตมาเป็นผู้ใหญ่แบบไหน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เขาโตมา คำกล่าวที่ไม่เกินกว่าความเป็นจริงสักเท่าไรนัก สภาพแวดล้อมที่ดีก็เท่ากับเป็นการเริ่มต้นที่ดี เมื่อเราพูดถึงเด็ก ๆ ที่อาศัยในสภาพแวดล้อม ในชุมชนที่แออัด เด็ก ๆ ต้องอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ไม่ดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต บ้างก็ไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง หรือไม่ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมเท่าที่ควร หรือเรียกกัน แบบเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ การเลี้ยงดูแบบตามมี ตามเกิด สภาพแวดล้อมที่ไม่ดี ขาดการเลี้ยงดู อย่างเหมาะสม ก็อาจจะมีอีกสาเหตุที่ทำให้เด็กเลือกเดินในทางที่ผิด เช่น การเข้าไปยุ่งเกี่ยว กับยาเสพติด หรือการกระทำที่ไม่ถูกต้อง การลักเล็กขโมยน้อย ซึ่งอาจนำไปสู่การกระทำผิด ที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต ดิฉันขอยกตัวอย่างในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ ของดิฉัน เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๖๖ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีเด็ก ๆ ๓ คน อาศัยกันเพียงลำพังในห้องเช่า ไม่ได้เรียนหนังสือ อาศัยอาหารจากวัด และเพื่อนบ้านที่คอยแวะเวียนมาดูแลจัดหาให้ ซึ่งเพื่อนบ้านจึงได้ร้องเรียนและขอความ ช่วยเหลือมายังดิฉัน และเมื่อได้ลงพื้นที่จึงได้ทราบว่าผู้ปกครองเด็ก ๆ ถูกจำคุก เนื่องจาก ยาเสพติด ทำให้ต้องอาศัยอยู่กันเอง โดยมีพี่สาวคอยดูแลเรื่องค่าเช่าห้องให้ ซึ่งพี่สาวก็มี ภาระและครอบครัวที่ต้องดูแล จึงไม่สามารถดูแลและให้ความช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่ เคสนี้ดิฉันจึงได้เข้าไปพูดคุยกับทางโรงเรียนเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา และได้รับ การประสานไปยังหน่วยงานพื้นที่เพื่อดำเนินการช่วยเหลือเด็ก ๆ ปัจจุบันเด็ก ๆ ก็ได้รับ การดูแลเรียบร้อยแล้วนะคะ ในปัญหาที่เด็ก ๆ ยังได้เจอ ก็ยังมีความโชคดีที่เด็ก ๆ มีครู มีเพื่อนบ้านให้ความสนใจ คอยให้ความช่วยเหลือและให้คำแนะนำ แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะลืม ไม่ได้คือไม่มีใครจะมาสามารถช่วยเหลือได้ตลอด หากมีสิ่งใดที่จะสามารถช่วยเหลือและดูแล เด็ก ๆ เหล่านี้ได้ ก็คงเป็นสวัสดิการและการดูแลที่ดีจากภาครัฐ ที่จะดูแลจนกว่าพวกเขา เหล่านี้จะเข้มแข็งและสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ นอกจากเด็ก ๆ แล้วยังมีผู้สูงอายุและผู้พิการ ในชุมชนอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องประสบกับปัญหาเช่นเดียวกัน และไม่มีเงินเพียงพอดูแล ตัวเองได้ จึงต้องพึ่งพาดูแลลูกหลาน หรือคนในครอบครัว เคสตัวอย่างที่ดิฉันพูดเป็นเพียงหนึ่งในอีกหลายสิบเคสที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของดิฉัน ที่ได้รับ การช่วยเหลือประสานงานจัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ และผู้พิการอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถเข็นสำหรับคนป่วย ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก และผู้ใหญ่ นมผงสำหรับเด็ก หรือแม้กระทั่งรถรับส่งสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการที่ไปพบแพทย์ก็มี เนื่องจากข้อจำกัดหลายอย่าง ดิฉันเห็นว่าควรจะมีการจัดตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหา การดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ตามที่เพื่อนสมาชิก เอกราช อุดมอำนวย ได้ยื่นญัตตินี้ เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาและจัดสวัสดิการการดูแลเพิ่มขึ้นให้กับกลุ่มนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ