ปารมี เสนอตั้งกรรมาธิการศึกษาปัญหาเด็ก-ผู้สูงอายุ-ผู้พิการในชุมชนแออัด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๙ กันยายน ๒๕๖๗

ปารมี ไวจงเจริญ สนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการในชุมชนแออัด โดยเน้นปัญหาการศึกษาของเด็กยากจน ค่าใช้จ่ายการเดินทางที่สูง และภาระจากกฎระเบียบโรงเรียนที่เข้มงวด พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขผ่านการเพิ่มงบประมาณรายหัว ขยายบริการขนส่งสาธารณะราคาถูกหรือฟรี ทบทวนกฎที่ไม่จำเป็น และผลักดันการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนที่ทันสมัยและเข้าถึงได้ง่ายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและเป็นพื้นที่พักผ่อนอย่างยั่งยืนสำหรับทุกคน

นายปารมี ไวจงเจริญ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนญัตติของคุณเอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนราษฎร กรุงเทพฯ เขต ๑๐ พรรคประชาชน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการในชุมชนแออัด ท่านประธานคะ ปัญหานี้เรื้อรังมานานแก้ไม่ได้สักที และเกี่ยวข้องกับหน่วยงานหลายหน่วย และในสภาก็ เกี่ยวข้องกับกรรมาธิการหลายคณะ ดิฉันจึงเห็นว่าจำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อพิจารณาศึกษาให้ได้ข้อมูลลึกซึ้งถึงต้นตอของปัญหา เพื่อจะได้แก้ได้ถูกจุดค่ะ ท่านประธาน เรื่องชุมชนแออัดดิฉันรู้จักดี เพราะว่าคือบ้านเกิดของตัวดิฉันเอง ดิฉันเป็นคนจนในกรุงเทพฯ เกิดในชุมชนแออัดหลังวัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ ปัญหาชุมชนแออัด นั้น หมักหมมมานานแก้ได้ยาก แต่ก็แก้ได้ค่ะท่านประธาน ถ้าเราตั้งใจแก้ที่ระบบอย่างเป็น องค์รวม เนื่องจากดิฉันเน้นทำประเด็นด้านการศึกษานะคะท่านประธาน จึงจะขออภิปราย มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาเด็กและนักเรียน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เนื่องจากเด็กในชุมชนแออัด ทั้งหมดยากจน นี่คือสาเหตุหลัก คุณภาพชีวิตของครอบครัวคนจนในชุมชนแออัดติดหล่ม วงจรความยากจน ทำให้ชีวิตพวกเขาขาดแคลนเสียทุกสิ่ง ชีวิตเคว้งคว้างเลื่อนลอย มองไม่เห็นอนาคต เรียนก็ไม่รู้จะเรียนไปทำไม ขาดทักษะและความรู้ในการเลื่อนสถานะทาง สังคม ทำให้ติดหล่มซ้ำซากชั่วนาตาปี เราจึงต้องมาแก้ไขตรงนี้ค่ะท่านประธาน ต้องมาสร้าง โอกาสให้เขา ต้องนำเขากลับเข้าระบบการศึกษา ทำให้เขาเห็นความสำคัญของการศึกษา เพราะดิฉันเชื่อว่าการศึกษานั้นแก้ปัญหาสังคมได้ค่ะท่านประธาน วิธีแก้ปัญหาเด็กในชุมชน แออัดตามความคิดของดิฉันต้องทำ ๓ สิ่งสำคัญนี้ค่ะท่านประธาน คือ ๑. เพิ่มงบการศึกษา ๒. เสริมบริการสาธารณะ และ ๓. ทบทวนกฎระเบียบโรงเรียน

โดยในประเด็นเรื่องเพิ่มงบการศึกษานั้น ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการให้เงิน อุดหนุนรายหัว ซึ่งดูเผิน ๆ อาจจะเยอะ แต่จริง ๆ แล้วน้อยมากนะคะ การจัดสรรงบของ กระทรวงศึกษาธิการต้องแก้ไขค่ะ ต้องเพิ่มงบรายหัว เพราะงบรายหัวพุ่งตรงไปที่ตัวเด็ก โดยตรง แล้วก็ปรับลดโครงการที่เยอะแยะเต็มไปหมด นำงบจากโครงการเหล่านั้นมาเพิ่มที่ งบรายหัว หรือกระทรวงศึกษาธิการอาจจะเปลี่ยนไปเลย อาจจะไปใช้วิธีจัดสรรงบแบบ วงเงินรวม หรือ Block Grant ก็ได้

ประการต่อมาค่ะท่านประธาน เรื่องบริการสาธารณะที่ไม่เกื้อหนุนสำหรับ การเข้าถึงการศึกษา ท่านประธานทราบไหมคะว่าการไปโรงเรียน นักเรียนและผู้ปกครอง ต้องจ่ายค่าอะไรเยอะที่สุด ภาระด้านไหนเยอะที่สุด หลายท่านจะนึกถึงค่าข้าว ค่าอาหาร แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ค่ะท่านประธาน ค่าใช้จ่ายที่เยอะที่สุด คือค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไปโรงเรียนค่ะ ถ้าเอาตัวอย่างเด็กในกรุงเทพฯ จะต้องจ่ายค่าเดินทางไปโรงเรียนอย่างน้อย ที่สุดเดือนละ ๖๐๐ บาท และอาจจะมากที่สุดถึงเดือนละ ๒,๒๐๐ บาท แต่รายได้ของพ่อแม่ ยากจนตามชุมชนแออัดรวมกันจะประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน เพราะฉะนั้นค่าเดินทาง สูงมากค่ะท่านประธาน เป็นรายจ่ายที่หลาย ๆ ครอบครัวยากจนไม่อาจจ่ายได้ การแก้ปัญหานี้ จึงต้องมองไปที่ระบบขนส่งสาธารณะที่ต้องขยายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่และบริการฟรีให้กับ เด็กนักเรียน หรืออย่างน้อยที่สุดถ้าไม่ฟรี ก็ต้องเก็บค่ารถในอัตราราคาถูก เพื่อช่วยลดภาระ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปกลับของเด็ก ๆ ทุกโรงเรียน ทุกคนค่ะ

ประเด็นต่อมานะคะท่านประธาน เรื่องกฎระเบียบของโรงเรียนไทยที่สร้าง ภาระเกินความจำเป็น กระทรวงศึกษาธิการและโรงเรียนท้องถิ่นต่าง ๆ ต้องทบทวน กฎข้อบังคับที่ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายส่วนเกิน อย่างเช่น พวกเครื่องแบบการแต่งกายค่ะ ท่านประธาน เพราะว่าเครื่องแบบการแต่งกายจริง ๆ แล้วเป็นภาระมากต่อผู้ปกครอง ควรปรับลดลง เพื่อไม่ให้เป็นปัจจัยบังคับที่จะส่งผลกระทบต่อการเรียนของเด็ก

ดิฉันขอเพิ่มเติมอีกประเด็นนะคะท่านประธาน ที่จะช่วยแก้ไขนี้ได้อย่างเป็น ระบบและยั่งยืน คือสังคมไทยเราต้องเร่งสร้าง Lifelong Learning การเรียนรู้ต่อเนื่อง ตลอดชีวิตให้ได้ เราต้องสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นแพร่กระจายให้ทั่วเมือง แล้วก็ต้องเป็นระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน ตัวอย่างเช่น อาจจะต้องมี การสร้างศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน ที่ในศูนย์การเรียนรู้ชุมชนนั้นต้องประกอบด้วยห้องสมุด บ้านหนังสือ หรือสวนสนุก มีของเล่นสำหรับเด็ก ซึ่งต้องออกแบบให้มีความทันสมัย เป็นมิตร น่าใช้งาน ให้เป็นสถานที่ที่ส่งเสริมทั้งการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน และเป็นพื้นที่แห่ง การพักผ่อน ผ่อนคลาย พักผ่อนหย่อนใจของทุกคน อันนี้สำคัญมากนะคะท่านประธาน และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนนี้ต้องเป็นของชุมชนอย่างแท้จริง ต้องออกแบบระบบให้ใช้งานง่าย และที่สำคัญมากนะคะท่านประธาน ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนนี้ต้องเข้าถึงง่าย เพราะว่าทุกวันนี้ ศูนย์การเรียนรู้หรือห้องสมุดหลาย ๆ ที่ของทางราชการชุมชนจะเข้าถึงได้ยากมาก การเข้าถึงง่ายนี่สำคัญมากนะคะ ดิฉันจึงขอฝากประเด็นเหล่านี้เอาไว้ เพื่อใช้ในการแก้ปัญหา เด็กในชุมชนแออัดต่อไปค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ