ธิษะณา ชุณหะวัณ หารือปัญหาชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานคร โดยเน้นความเดือดร้อนของกลุ่มเปราะบางอย่างเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ที่ประสบปัญหาความไม่มั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐาน และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเสนอแนวทางที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงของประชาชน ทั้งด้านที่อยู่อาศัย สวัสดิการ และการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เหมาะสมกับสภาพชีวิตและเวลาทำงานของแต่ละกลุ่ม
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. แบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร เขต ๒ พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันขอร่วมอภิปรายข้อเสนอญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการในชุมชนแออัด ในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเขตของดิฉัน เขตปทุมวัน เขตราชเทวี และเขตสาทร ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเขตใจกลางเมืองที่ขึ้นชื่อว่ากรุงเทพฯ เมืองเทพสร้าง แต่ไฉนชุมชนแออัดหลายจุดมีสภาพที่เสื่อมโทรม ไร้สุขอนามัย โครงสร้างพื้นฐานก็อ่อนแอ รวมไปถึงด้านสาธารณูปโภคที่เข้าไม่ถึง รวมถึงภาระค่าครองชีพที่มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักต่อผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้อยู่อาศัยที่เป็นกลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พิการ และเด็กเล็ก และผู้มีรายได้น้อยหาเช้ากินค่ำ ในขณะนี้อย่างที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ ประเทศไทยเรามีประชากร ๗๐ กว่าล้านคน ในประชากรผู้สูงอายุมีมากถึง ๑๒ ล้านกว่าคน นับเป็น ๑๘ เปอร์เซ็นต์ แบ่งตามช่วงผู้สูงอายุ ได้เป็น ๓ กลุ่มดังกล่าว ก็คือ ๖๐-๖๙ ปี ๖,๘๐๐,๐๐๐ กว่าคน ๗๐-๗๙ ปี ๓,๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน และ ๘๐ ปีขึ้นไป ๑,๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน จำนวนผู้พิการทั้งหมด ๒,๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ผู้มีรายได้น้อย ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อได้รับเงินแล้วก็ซื้อสินค้า อุปโภคบริโภค ๒๐๐-๓๐๐ บาทต่อเดือน ค่าเดินทางรวม ๆ เป็น ๑,๕๐๐ บาทต่อเดือน ได้รับเงินเยียวยาจากนโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐ ส่วนผู้พิการ เบี้ยยังชีพผู้พิการได้ ๑,๐๐๐ บาท ต่อคน เรากำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ในอนาคตจะมีคนวัยทำงาน ๑ คนต่อผู้สูงอายุ ๔ คน สำหรับผู้สูงอายุที่อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันไดที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้ เป็น ๖๐๐ บาท ถึง ๑,๐๐๐ บาท ตามขั้นอายุ ซึ่งถือว่าอยู่ต่ำกว่าระดับเส้นแบ่งแยกความยากจน หรือที่เรียกว่า Poverty Line อยู่ที่ ๒,๘๐๐ บาทต่อเดือน ในประเทศไทยเรายังถูกนับว่า เป็น ๑ ในบำนาญทางสังคมที่ค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งประเทศไทย ที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอยู่ ณ ขณะนี้จะทำให้งบในการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไป จนถึงปี ๒๕๙๓ โดยเบี้ยผู้สูงอายุและเงินบำนาญข้าราชการเพิ่มขึ้นเป็น ๑.๘ เปอร์เซ็นต์ ของ GDP ในปี ๒๕๖๒ และเป็น ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๙๓ ส่วนค่ารักษาพยาบาลก็คาดว่า จะเพิ่มขึ้น ๒.๘ เปอร์เซ็นต์ จาก GDP เป็น ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเวลาเดียวกันค่ะ ท่านประธานคะ ในประเทศเรามีคนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นของตนเองกว่า ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่มีที่อยู่ของตนเองอย่างมั่นคง ถาวร และอีกทั้งอุปสรรคต่าง ๆ เรายังมีมาก โดยเฉพาะชุมชน แออัดที่อยู่ในที่ดินของภาครัฐ และเสี่ยงต่อการถูกเวนคืนพื้นที่ นอกจากนั้นอุปสรรค ในการใช้งบประมาณในการซ่อมแซมสาธารณูปโภค หรือต่อเติมสาธารณูปโภค เช่น ทางลาด สำหรับผู้พิการ เป็นต้น และโครงสร้างพื้นฐานในที่ดินของภาครัฐก็มีปัญหาอุปสรรคทางด้าน กฎหมาย ต้องเรียนจากประสบการณ์ที่ดิฉันได้ลงพื้นที่ ก็ได้เห็นว่าการตั้งคณะกรรมการ วิสามัญเพื่อที่จะศึกษาปัญหาดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ในวงกว้างให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ชุมชนแออัด เนื่องมาจากครอบครัวในชุมชนเหล่านี้ยังคงประสบปัญหาต่าง ๆ เช่น การมีผู้ป่วย ติดเตียงในครัวเรือน บางรายก็พ่วงมาด้วยค่าใช้จ่ายในการรักษาบางประการที่ค่อนข้างสูง และเน้นการดูแลอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยหลายรายมีภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น แผลกดทับ ข้อยึดติด กล้ามเนื้อลีบ ผื่นจากการใส่ผ้าอ้อม หรืออาจจะมีสภาวะทางจิตเป็นสภาวะซึมเศร้า ซึ่งสภาวะเหล่านี้ย่อมมีผลกระทบไปถึงจิตใจของผู้ที่เลี้ยงดูผู้ป่วย อันเนื่องมาจากผู้ป่วย ติดเตียงต้องใช้ความอดทน และบางรายก็ต้องพยายามติดตามอาการอยู่ตลอดเวลา อาจก่อให้เกิดสภาวะที่กดดันในการที่จะต้องดูแลผู้ป่วย ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือกลุ่มที่จะถูกไล่ รื้อถอนพื้นที่ อย่างเช่น ในเขตของดิฉันมีชุมชนที่ได้รับผลกระทบ มีชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ ชุมชนกุหลาบแดง ชุมชนหลังวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ชุมชนแดงบุหงา และชุมชนริมทาง รถไฟมักกะสัน ซึ่งเป็นที่ดินทั้งของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์และของ รฟท. หรือว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งหมดสัญญาเช่าแล้ว แล้วก็กำลังจะถูกขายให้กับนายทุน ชุมชนต่าง ๆ ที่ดิฉันกล่าวมาก่อนหน้านี้ ยังมีการได้รับผลกระทบจากการเวนคืนพื้นที่ของ การรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างรถไฟเชื่อม ๓ สนามบิน EEC ค่ะท่านประธาน ซึ่งการที่ จะเวนคืนพื้นที่เหล่านี้ เราก็ต้องคำนึงถึงการที่จะย้ายผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบางไปอยู่ ยังแฟลตที่เป็นแนวดิ่ง ซึ่งปัญหาของผู้ที่อยู่แนวราบแล้วย้ายไปแนวดิ่ง ก็เป็นปัญหาค่ะ เพราะว่ามีความไม่สะดวกสบายสำหรับผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ เป็นต้น นอกจากนั้น แฟลตการเคหะแห่งชาติที่สร้างเพื่อผู้มีรายได้น้อยก็ยังขายไม่ออกถึง ๑๗,๐๐๐ ยูนิต หรือการเลี้ยงดูเด็กในสภาวะแวดล้อมที่พัฒนาไปทางที่ดี เพื่อพร้อมให้เด็กได้เจริญเติบโต และมีประสิทธิภาพตามสภาพแวดล้อมดังกล่าว ซึ่งเด็กในชุมชนบางครอบครัวก็อาจไม่ได้ ถูกเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมที่ถูกสุขอนามัย อันเป็นผลจากภาระค่าใช้จ่าย แล้วก็เวลาที่ไม่ เพียงพอต่อการเลี้ยงดู เพราะผลกระทบจากเศรษฐกิจในปัจจุบัน และยังไม่รวมไปถึงผู้สูงอายุ ที่ต้องอาศัยอยู่ในอาคารที่มีความเสื่อมโทรม และในชุมชนแออัด และไร้สุขอนามัยมาเป็น เวลานานด้วยค่ะ นี่เป็นบางส่วนเท่านั้นนะคะ จากที่ดิฉันได้ลงพื้นที่กับทีมงาน แล้วก็พูดคุยกับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในเขตปทุมวัน เขตสาทร เขตราชเทวี แล้วก็ได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชน ก็รู้สึกถึงความลำบากที่พวกเขาต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ดิฉันต้องขอ เล่าให้ฟังว่าปัญหาที่เจอบ่อยครั้ง ก็คือปัญหาตึกที่อยู่อาศัยที่ไม่ได้มีการบูรณะเป็นระยะเวลา หลายปี เนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอ ปัญหาการไล่รื้อถอนทำให้เป็นผู้ไม่มีที่อยู่อาศัย โดยมีการเตรียมพร้อมที่จะจัดที่อยู่อาศัยใหม่ให้ แล้วก็งบประมาณไม่เพียงพอ เพราะมีแค่ งบประมาณให้กับค่าวัสดุตามราคาตลาดเท่านั้น
ปัญหาด้านสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน แล้วก็ศูนย์บริการบุคลากรทางการแพทย์ ที่ไม่เพียงพอในแต่ละครัวเรือน ผู้ปกครองที่มีเด็กเล็กที่จำเป็นต้องหารายได้มาบำรุงค่าใช้จ่าย และด้วยผลที่ค่าครองชีพแพง ก็ส่งผลให้เกิดหนี้สินครัวเรือน ท่านทราบไหมคะว่า ปัญหา การขาดแคลนการด้อยโอกาสเหล่านี้ห้อมล้อมกลุ่มผู้อยู่อาศัยที่เป็นกลุ่มเปราะบาง จนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังอยู่ในกรุงเทพมหานคร ดิฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะต้องแก้ไข ปัญหาค่ะทุกท่าน ดิฉันอยากเสนอเกี่ยวกับแนวทางดังต่อไปนี้ สำหรับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ กล่าวคือการดูแลผู้สูงอายุกับผู้พิการต้องใช้เวลาในการที่จะพาคนหนึ่ง ไปหาหมอ แต่ก็ไม่สามารถจะทำได้ เพราะสวัสดิการบัตรทอง เปิดในเวลาที่แรงงานต้องทำงาน และเขาต้องทำ OT ล่วงเวลาอีกนะคะ ซึ่งทำให้พวกเขาไม่สามารถพาคุณพ่อ คุณแม่ ไปหาหมอได้อย่างสะดวก หรือถ้าจ้างผู้อื่น