ร่มธรรม ขำนุรักษ์ อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการในชุมชนแออัด โดยเน้นความเร่งด่วนจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงและปัญหาสังคมที่ทวีความรุนแรง พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบตั้งแต่การส่งเสริมการมีบุตร การพัฒนาทักษะแรงงาน การเตรียมความพร้อมวัยเกษียณ ไปจนถึงการดูแลคนพิการอย่างองค์รวมเพื่อให้เข้าถึงสวัสดิการ อุปกรณ์ เครื่องมือ โครงสร้างพื้นฐาน และโอกาสในการมีงานทำอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางและสร้างสังคมที่ยั่งยืน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขออภิปราย สนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ปัญหาการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ในชุมชนแออัด ซึ่งท่านเอกราช อุดมอำนวย แล้วก็ เพื่อนสมาชิกหลายท่านเป็นผู้เสนอ ท่านประธานครับ ผมรอที่จะมีโอกาสได้อภิปราย สนับสนุนญัตตินี้มาเป็นเวลานับเดือน เนื่องจากค้างอยู่ในวาระการประชุมมาเป็นเวลานาน แต่ที่สำคัญที่สุดคือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็ก เยาวชน ผู้พิการ และผู้สูงอายุที่รอไม่ได้ครับ ผมขอเรียนกับท่านประธานครับว่า ขณะนี้ประเทศไทย ของเราและหลายประเทศทั่วโลกได้เผชิญปัญหาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครับ หมายความว่าวันนี้เด็กเกิดน้อยลง วัยทำงานมีน้อยลง ผู้สูงอายุมีเพิ่มขึ้น ซึ่งประชาชนแต่ละ ช่วงอายุก็เผชิญปัญหาที่แตกต่างกันออกไป โดยอัตราการเกิดของเด็กไทยขณะนี้เหลืออยู่แค่ ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คนต่อปี จากในอดีตที่เคยอยู่ที่ประมาณ ๑ ล้านคนต่อปี เด็กและ เยาวชนในวันนี้ยังไม่ได้รับการดูแลที่ดีอยู่หลาย ๆ คน ทั้งจากปัญหาเศรษฐกิจ สวัสดิการ แล้วก็ปัญหาสังคม วันนี้เรามีเด็กหลุดจากการศึกษานับ ๑ ล้านคน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลครับ
ต่อที่วัยผู้สูงอายุครับ วันนี้ประเทศไทยของเราได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยสมบูรณ์ เรามีประชากรที่มีอายุมากกว่า ๖๐ ปี คิดเป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร ทั้งหมด แล้วก็มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น วันนี้หลาย ๆ คนไม่พร้อมที่จะเกษียณครับ ไม่มีเงิน เพียงพอที่จะดำรงชีพ
สุดท้ายก็คือวัยทำงาน วันนี้วัยทำงานเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจปากท้อง รายได้น้อย ค่าครองชีพมีสูง มีภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก แล้วก็พวกเขาต้องต่อสู้และดิ้นรน เพื่อเลี้ยงชีพแล้วก็ดูแลครอบครัว ทำให้มีข้อจำกัดทางด้านเวลา แล้วก็ไม่สามารถดูแลสมาชิก ครอบครัว ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ แล้วก็ผู้พิการได้อย่างเหมาะสมครับ แล้วปัญหาเหล่านี้ก็ส่งผลให้หนุ่มสาวมีลูกน้อยลง เกิดเป็นวงจรปัญหาที่น่ากังวล ส่งผลกระทบ ต่อโครงสร้างประชากร แล้วก็เศรษฐกิจของประเทศ ท่านประธานครับ หากเราไม่จัดการ อะไรเลย ก็มีการวิเคราะห์ มีการประมาณการว่า ในอีก ๖๐ ปีข้างหน้าประชากรของไทย จะเหลือเพียง ๓๓ ล้านคน ท่านประธานคงจะนึกออกว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อประเทศบ้าง อย่างไรก็ตามครับ วันนี้เราก็มีหลายหน่วยงานที่ดูแลกลุ่มเปราะบาง ดูแลความเป็นอยู่ของ ประชาชนทุก ๆ กลุ่ม ซึ่งผมก็เชื่อว่าทุกหน่วยงานก็พยายามทำเต็มที่ภายใต้งบประมาณ ที่จำกัด แต่วันนี้ต้องยอมรับจริง ๆ ว่ากลุ่มเปราะบางของประเทศเรายังไม่ได้รับการดูแลที่ดี แล้วก็ยังไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีเท่าที่ควร ญัตติในวันนี้จึงเป็นอีก ๑ กลไกที่สำคัญที่สภาแห่งนี้ เราจะร่วมกันหาทางออกร่วมกันครับ ทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหา แล้วก็ดูแลกลุ่มเปราะบาง อย่างจริงจังและเป็นระบบ โดยผมขออนุญาตเสนอแนวทางที่จะให้กรรมาธิการได้นำไปศึกษา ๒-๓ ประเด็น ดังนี้
ประเด็นที่ ๑ การดูแลเด็กและเยาวชน ขอให้กรรมาธิการได้ศึกษาครับว่า จะทำอย่างไรให้เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราต้องสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนมีลูก มากขึ้น โดยเฉพาะการดูแลขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการให้เงินอุดหนุน การเลี้ยงดูบุตร ที่เหมาะสม การผลักดันการศึกษาตั้งแต่ขั้นปฐมวัยไปจนถึงการศึกษาขั้นสูงที่มีคุณภาพทั่วถึง แล้วก็เข้าถึงได้ง่าย หลาย ๆ ท่านชอบพูดว่าเด็กและเยาวชนคืออนาคตของชาติ เพราะฉะนั้น เราต้องมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเยาวชนในวันนี้ ขณะที่เขายังเป็นเด็ก เพื่อที่โตไปจะได้เป็น ประชาชนที่ได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศของเรา สำหรับวัยทำงาน ขอได้ศึกษาว่าจะทำ อย่างไรให้คนทำงาน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ให้ได้รับค่าแรงและเงินเดือนที่เพียงพอ ต่อการเลี้ยงชีพ แล้วก็ดูแลครอบครัว คนวัยทำงานควรมีสวัสดิการ มีการพัฒนาทักษะ มีเวลาการทำงาน แล้วก็มีเวลาพักผ่อนที่เหมาะสม เพราะวัยทำงานคือกลุ่มคนสำคัญ ที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ พวกเขาควรจะมีความเป็นอยู่แล้วก็คุณภาพชีวิตที่ดี แล้วก็ได้สร้างครอบครัวที่เข้มแข็ง
อีกประการสำคัญ คือเราต้องสร้างกลไกให้วัยทำงานมีความพร้อมที่จะเกษียณ มีเงินและรายได้ที่เพียงพอในการดำรงชีพในวัยชรา ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบกองทุน หรือว่า เงินบำเหน็จ บำนาญ เป็นต้น สำหรับการดูแลผู้สูงอายุ ขอให้ศึกษาว่าจะทำอย่างไร ให้ผู้สูงอายุมีเงินที่เพียงพอในการดำรงชีพ โดยเฉพาะรัฐบาลต้องมีมาตรการรองรับสังคม ผู้สูงอายุ เช่น การให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่สนับสนุนจากภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ไปจนถึงการดูแล สุขภาพ ให้ผู้สูงอายุได้มีกิจกรรม มีที่อยู่อาศัย มีสังคมที่ดี แล้วก็การสร้างงานเสริม สร้างรายได้ให้วัยเกษียณ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกครับ เป็นทางเลือกที่สำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุ ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีด้วยเช่นกัน
ประเด็นสุดท้ายก็คือ การดูแลคนพิการ ขอให้คณะกรรมาธิการได้ศึกษาว่า จะทำอย่างไร ให้คนพิการได้มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็น มีสวัสดิการที่ครบถ้วน มีสถานศึกษา สำหรับคนพิการที่ทั่วถึง โดยควรมีโครงสร้างพื้นฐานที่คำนึงถึงทุกกลุ่ม ทุกคน ที่เรียกว่า Universal Design ให้คนพิการได้ใช้ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ อีกประเด็นที่สำคัญ ก็คือการสร้างโอกาสให้ชีวิตคนพิการ เราต้องผลักดันให้คนพิการมีงาน มีรายได้ มีอาชีพ แล้วก็ให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยให้ได้
ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้ผมก็ขอฝากให้คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมา ได้ทำงานอย่างรอบคอบ ได้มีข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลอย่างครบถ้วน เพื่อให้เกิดการดูแลพี่น้อง ประชาชนทุก ๆ กลุ่ม ทุก ๆ วัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเหมาะสม
สุดท้ายนี้ครับ ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่า เราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคนต้องทำให้ได้ อย่างนักการเมืองเราหลาย ๆ คนมักจะกล่าวหาเสียงเอาไว้ ก็คือต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ให้เกิดขึ้นได้จริง ๆ เสียทีครับ ขอบคุณครับท่านประธาน