สกล สุนทรวาณิชย์กิจ หารือปัญหาที่ซับซ้อนในชุมชนแออัด ทั้งด้านการขาดแคลนเอกสารสิทธิ ความยากจน หนี้นอกระบบ การเข้าไม่ถึงบริการพื้นฐานอย่างน้ำสะอาด ไฟฟ้า และการศึกษา รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและอาชญากรรม พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขและปรับปรุงนโยบายให้ครอบคลุมและเป็นธรรมมากขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในชุมชนเหล่านี้อย่างยั่งยืน
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ ปัญหาที่ผมมักเจอเวลาลงพื้นที่ชุมชนแออัดต่าง ๆ มีมากมายหลายแห่งในจังหวัดปทุมธานี ผมสามารถแยกออกเป็น ๔ ด้านนะครับ
ด้านที่ ๑ คือด้านสวัสดิการประชาชนที่ไม่ถ้วนหน้า ส่วนหนึ่งเกิดจากสิทธิ สวัสดิการของรัฐเหล่านี้ถูกยึดโยงกับทะเบียนบ้าน ซึ่งต้องมีภูมิลำเนาในพื้นที่ให้บริการของรัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น การรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือผู้พิการได้ ซึ่งถูกกำหนด ในระเบียบกระทรวงมหาดไทยครับว่า รับจาก อปท. ที่มีภูมิลำเนาอยู่ หรือแม้กระทั่งสิทธิ ในการเข้าถึงการศึกษาของเด็ก เพราะทะเบียนบ้านของเด็กที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่บริการของ โรงเรียนอย่างน้อย ๒ ปี ซึ่งเด็กที่อยู่ในชุมชนแออัด เด็กส่วนหนึ่งเป็นเด็กที่ครอบครัวมีปัญหา ด้านที่อยู่อาศัย ต้องบุกรุกและอาศัยที่ดินของรัฐ จะไม่มีทางได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่ใกล้กับ ที่อยู่อาศัยในปัจจุบันเลย ท่านประธานครับ เหตุผลที่ทำให้ประชาชนในชุมชนแออัดบางแห่ง ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เพราะชุมชนที่บุกรุกอยู่ในที่ดินของรัฐหรือเอกชน เป็นชุมชนที่อยู่ แต่เดิมมาก่อนการออกทะเบียนบ้าน ต่อมาภาครัฐกำหนดให้เป็นที่ดินสาธารณสมบัติของ แผ่นดินจึงทำให้ไม่สามารถออกทะเบียนบ้านได้
ปัญหาที่ ๒ คือด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นปัญหากองขยะ เนื่องจากไม่มี ระบบการจัดการขยะที่ดี ปัญหาน้ำในแม่น้ำลำคลองเน่าเสีย รวมไปถึงปัญหาสาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐานที่ไม่ดี คือการเข้าไม่ถึงน้ำสะอาด ไฟฟ้าราคามาตรฐาน ต้องไปอาศัยบ้านที่มี ทะเบียนบ้านที่อยู่ข้างเคียงต่อน้ำ ต่อไฟเข้ามาใช้ หรือในบางกรณีถ้าชาวบ้านแถวนั้นไม่ให้ใช้ไฟ ก็ต้องไปขอไฟชั่วคราวที่ราคาสูงกว่าค่าไฟบ้านราคาปกติ มีอยู่ชุมชนหนึ่งประชาชนร้องเรียน กับผมว่า เขาขอถังขยะและรถจัดเก็บขยะให้มาที่หน้าหมู่บ้าน และประชาชน ในละแวกนั้นจะเอาขยะไปทิ้งหน้าหมู่บ้านเอง พออีก ๒ เดือน ผมกลับไปอีกครั้ง ก็พบว่า ประชาชนยังคงร้องเรียนเรื่องเดิมว่าไม่มีที่ทิ้งขยะ พวกเขาก็ต้องจัดการโดยการเผาขยะ แล้วก็ไม่มีที่ทิ้งเหมือนเดิม จนคอนโดมิเนียมใกล้เคียงร้องเรียนอยู่บ่อยครั้ง และการเผาขยะ ยังส่งผลต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมทางอากาศเพิ่มขึ้นอีก เมื่อเผาไม่ได้และไม่มีที่ทิ้งขยะ ทำให้ประชาชนบริเวณนั้นทิ้งขยะลงในคลอง และทิ้งขยะไม่เป็นที่ กองอยู่ตามทางเดินใต้ถุนบ้าน ทำให้น้ำเน่าเสีย ทำให้สุขภาพของเด็ก ประชาชน และผู้สูงอายุ ที่อาศัยในชุมชนแออัดล้วนได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและสร้างนิสัย ที่เพิกเฉยต่อความสะอาดในที่สาธารณะแก่เด็ก จนสืบต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น จึงอยากให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นใส่ใจในการแก้ปัญหาการเก็บขยะจากชุมชนแออัด เพื่อลดการทิ้งขยะ ลงในแหล่งน้ำครับ
ปัญหาที่ ๓ ด้านหนี้สินนอกระบบ ท่านประธานทราบไหมครับว่าประชาชน ซึ่งอยู่ในชุมชนแออัดเป็นกลุ่มประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบธนาคารได้ เนื่องจาก ๑. ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และ ๒. ไม่มีเงินเดือนที่แน่นอน เพราะส่วนใหญ่ ในชุมชนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ทำให้ไม่มีเงินเดือนที่แน่นอน ๒ ปัจจัยหลักนี้ทำให้พวกเขา เกิดการกู้หนี้ยืมสินจากกลุ่มกู้นอกระบบ ต้องยอมรับดอกเบี้ยร้อยละ ๕ ร้อยละ ๑๐ ร้อยละ ๒๐ ต่อเดือน เมื่อปัญหาหนี้สินกองทับเขาจนเป็นดินพอกขึ้นมาเรื่อย ๆ ก็ต้องโยกย้ายถิ่นฐาน เพื่อป้องกันตัวเองจากอันตรายการทวงหนี้โหด เมื่อหลายคนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ ยังส่งผลกระทบอีกหลายอย่าง เช่น เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา เพราะผู้ปกครองไม่มีเงิน ที่จะส่งเสียให้เรียน หรือการดูแลผู้สูงอายุในบ้านไม่ได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ เนื่องจากคนดูแล ซึ่งเป็นลูกหลานในบ้าน ต้องออกไปทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ แม้กระทั่งรัฐบาลที่ดูจะพยายาม ดูแลผู้สูงอายุผ่านโครงการครอบครัวอุปถัมภ์ที่ขึ้นไปกว่า ๓,๐๐๐ บาท แต่ใช้คำว่าไม่เกิน เพราะตามจริงจ่ายเริ่มต้นที่ ๒,๐๐๐ บาท ก็ไม่รู้ว่าตั้งใจจะเอามาสู้กับนโยบายเบี้ยสูงอายุ ๓,๐๐๐ บาทถ้วนหน้าของอดีตพรรคก้าวไกลหรือไม่ แต่นโยบายครอบครัวอุปถัมภ์ ทั้งเข้าถึงยาก ทั้งจำกัดจำนวน จำกัดเวลา และล่าสุดก็ปิดรับลงทะเบียนไปแล้ว ทำให้ประชาชนหลายครอบครัว ลงทะเบียนไม่ทัน ไม่ได้รับสิทธิที่ควรจะได้รับ
ปัญหาด้านที่ ๔ ด้านอาชญากรรม ทั้งปัญหาความรุนแรง ปัญหายาเสพติด และการลักขโมย ทำให้เราเห็นได้ชัดเจนว่า ภายในชุมชนแออัดไม่มีหลักประกันความปลอดภัย ในการดำรงชีวิตของผู้ที่อาศัยในชุมชนแออัด ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง บุคคลเหล่านี้ การดำรงชีวิตตัวเองปกติก็เป็นไปด้วยความยากลำบากแล้ว ยังต้องมาระแวดระวังตัวเอง จากอาชญากรรมภายในชุมชนที่ตัวเองอยู่อีก กลุ่มที่เป็นอันตรายมากก็คือเด็กครับ เนื่องจาก เด็กต้องเจริญเติบโตในสิ่งแวดล้อมที่มีปัญหา ทำให้เกิดภาพจำในเด็กว่าปัญหานี้มันไม่ได้เป็น ปัญหาครับ เพราะผู้ใหญ่ที่เป็นเด็กเหล่านั้นทำให้เห็นกันแบบนี้ทั้งนั้น ส่งผลกระทบที่เป็น ปัญหาสังคมไปเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ ที่ผมอภิปรายมาทั้งหมดไม่ได้หมายความว่า คนที่บุกรุกที่ดินสาธารณะเป็นสิ่งไม่ดีนะครับ แต่ผมมองว่าประชาชนคนไทยทุกคนควรได้รับสิทธิ และสวัสดิการจากภาครัฐโดยถ้วนหน้า
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมเลยตั้งข้อสังเกตว่า เพราะเหตุใดชุมชนแออัด มักถูกละเลยการพัฒนา เพื่อเพิ่มศักยภาพของชุมชนให้คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน ดีขึ้นอยู่เสมอ ทั้ง ๆ ที่ชุมชนแออัดก็ควรที่จะได้รับการดูแลบำรุงไม่ต่างจากชุมชนอื่น ๆ และพวกเขาก็มีส่วนในการขับเคลื่อนประเทศเหมือนกับพวกเราทุกคน ณ ที่นี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน