รวี ชี้สังคมสูงวัยเร่งตัว ห่วงผู้พิการ-ผู้สูงอายุไร้การดูแล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๙ กันยายน ๒๕๖๗

รวี เล็กอุทัย หารือปัญหาการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการที่ถูกมองข้าม โดยชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มสังคมสูงวัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากข้อมูลปี 2565 พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการวางแผนรองรับทั้งด้านสุขภาพ รายได้ และที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนแออัดและจังหวัดที่มีผู้สูงอายุกระจุกตัวหนาแน่น พร้อมเสนอให้สภาเร่งร่วมกันหาแนวทางแก้ไขเพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืนและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ สำหรับปัญหาการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยที่ไม่สมควรถูกมองข้ามเป็นอย่างยิ่งครับ โดยเฉพาะเมื่อเรามองไปยังประเทศต่าง ๆ จะเห็นได้ชัดเลยว่าจำนวนประชากร โดยเฉพาะ จำนวนผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วทุกมุมโลก และเป็นประเด็นที่ รัฐบาลในหลาย ๆ ประเทศต่างให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ของเรา จากรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุของไทย ในปี ๒๕๖๕ ของกรมกิจการผู้สูงอายุ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

มีตัวเลขให้เห็นนะครับว่า ในกลุ่มประเทศ สมาชิก ASEAN ประเทศไทยของเรามีสัดส่วนผู้สูงอายุอยู่ที่ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ของประชากร ทั้งประเทศ มากเป็นอันดับที่ ๒ รองจากสิงคโปร์ ซึ่งมีสัดส่วนผู้สูงอายุอยู่ที่ประมาณ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ในขณะเดียวกันก็มีถึง ๗ ใน ๑๐ ของกลุ่มประเทศ ASEAN ที่มีประชากรอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปเกินกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ลงลึกไปกว่านั้นจะพบว่าประเทศไทยของเรา ซึ่งมีจำนวนประชากร ณ ปัจจุบันอยู่กว่า ๖๖ ล้านคน หากมีการนับการเป็นผู้สูงอายุตั้งแต่ อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป จะมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุอยู่ถึง ๑๓ ล้านคน หรือ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากรไทยทั้งหมด และในรายงานมีการคาดการณ์ว่า ในปี ๒๕๘๕ หรืออีก ๑๘ ปีต่อจากนี้ ประเทศไทยของเราจะมีประชากรลดลงเหลือ ๖๐ ล้านคน และจะมีจำนวน ผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นเป็น ๑๙ ล้านคน หรือ ๓.๒ เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ สิ่งที่น่าเป็นกังวลมากกว่านั้นครับท่านประธาน นั่นก็คือที่ผ่านมาเรามีอัตราการเพิ่มขึ้นของ ประชากรที่ติดลบเป็นปีที่ ๒ ติดต่อกันแล้ว โดยสังเกตได้จากเส้นสีฟ้า ซึ่งเป็นเส้นการแจ้งเกิด ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ จนถึงปี ๒๕๖๕ มีแนวโน้มที่ลดลงมาเรื่อย ๆ โดยปี ๒๕๖๕ มีการแจ้งเกิด อยู่ที่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน ในขณะที่เส้นสีส้มเป็นอัตราการแจ้งตาย ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากปี ๒๕๖๐ ไปปี ๒๕๖๕ โดยปี ๒๕๖๕ มีการแจ้งตายอยู่ที่ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ คน คือสรุปได้ว่ามีอัตราการตายมากกว่าอัตราการเกิดนั่นเองในประเทศไทยของเรา ต่อมาครับ เมื่อพิจารณาไปที่รายจังหวัด จะพบว่าจังหวัดที่มีอัตราส่วนผู้สูงอายุสูงที่สุด ๑๐ อันดับแรก ได้แก่ ลำปาง แพร่ ลำพูน สิงห์บุรี ชัยนาท สมุทรสงคราม พะเยา อ่างทอง อุตรดิตถ์ และพิจิตร โดยเป็นจังหวัดในภาคเหนือรวมกันกว่า ๖ จังหวัดแล้วครับ ซึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ ของผมเองก็มีสัดส่วนผู้สูงอายุอยู่ประมาณ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากรทั้งจังหวัด หรือเป็นอันดับ ๙ ของประเทศ ในขณะที่กรุงเทพมหานครก็วิกฤติเช่นเดียวกัน เพราะมี การกระจุกตัวของผู้สูงอายุอยู่มากกว่า ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน จึงไม่เป็นที่แปลกใจว่าทำไมญัตตินี้ ถึงมีการพยายามพูดถึงการศึกษา ปัญหาการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนแออัด

ส่วนในด้านของสุขภาพครับ การอยู่อาศัยและรายได้ของผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุ ส่วนมากมีแนวโน้มในการประเมินด้านสุขภาพของตนเองในทิศทางที่ไม่ดีอย่างต่อเนื่อง หมายความว่าผู้สูงอายุเขามีการประเมินตนเองครับว่า สุขภาพร่างกายของเขาไม่ดีในหลายปี ที่ผ่านมาและต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ด้านการอยู่อาศัย ผู้สูงอายุก็มีแนวโน้มที่จะอยู่ตาม ลำพังมากขึ้น โดยมีรายได้หลักจากการพึ่งพิงเบี้ยยังชีพ สวนทางกับรายได้ที่ได้รับจาก บุตรหลานของเขาเองที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ท่านประธานครับ หากเราวัดสัดส่วน ความยากจนจากดัชนีความยากจนหลากมิติ หรือ Multidimensional Poverty Index หรือ MPI ซึ่งเป็นการวัดระดับความยากจนที่ไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ด้านรายได้ แต่จะเป็น การพิจารณารวมทั้งด้านการศึกษา การใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ ด้านความเป็นอยู่ และด้าน ความมั่นคงทางการเงิน จะพบว่าผู้สูงอายุก็เป็นกลุ่มคนที่มากที่สุดถึง ๓๗ เปอร์เซ็นต์ของคนจน หลากมิติทั้งประเทศ และเป็นกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงวัยอื่น ๆ โดยจะถูกจัดอยู่ ในระดับที่ ๑๘.๑ เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่อยู่ที่ ๑๑.๖ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ จากการที่ผมได้ลงพื้นที่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ สิ่งที่ผมพบเจอนั้น เป็นสิ่งที่ผม เชื่อว่าพี่น้องในสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ประสบพบเจอไม่ต่างกัน นั่นก็คือปัญหาด้านสุขภาพ ของผู้สูงอายุ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพสูญเสียทั้งร่างกายและจิตใจ มีทั้งโรคภัย และไข้เจ็บต่าง ๆ จำเป็นที่จะต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณ แล้วก็ให้กำลังใจ ทั้งคุณหมอ พยาบาล แล้วก็พี่น้อง อสม. ทั้งประเทศที่เสียสละมาดูแลในส่วนนี้ด้วย มาดูที่ สถิติเรื่องของผู้พิการครับท่านประธาน ผู้พิการในประเทศไทยมีจำนวนประชากรมากกว่า ๒,๒๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งเมื่อแบ่งตามช่วงอายุเกินครึ่งของผู้พิการก็อยู่ในสัดส่วนของผู้สูงอายุ อีกเช่นเดียวกัน โดยส่วนมากก็จะเป็นผู้พิการด้านการเคลื่อนไหวกว่า ๕๑.๕๗ เปอร์เซ็นต์

ท่านประธานครับ จากข้อมูลที่ผมอภิปรายไปทั้งหมด ทำให้เห็นถึง ความสำคัญที่เราต้องใส่ใจครับ ในเรื่องการดูแลเด็กที่เรามีอัตราการเกิดที่ติดลบ สัดส่วน ของผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนใกล้ที่จะเป็น ๑ ใน ๓ ของประชากรทั้งประเทศ ในอีก ๒ ทศวรรษที่กำลังจะมาถึง รวมถึงเมื่อพิจารณาด้านผู้พิการ ก็เป็นผู้สูงอายุอีก เช่นเดียวกันที่มีจำนวนมากกว่าครึ่ง นี่แสดงให้เห็นครับว่า หากเรายังไม่มีการศึกษาและหา แนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม วิกฤติปัญหาต่าง ๆ จะทยอยตามมา อีกมากมาย เราจำเป็นที่จะต้องใส่ใจเรื่องนี้อย่างมากครับ เพื่อทำให้ประเทศไทยของเรามี สังคมที่น่าอยู่ และรองรับต่อการดำรงชีวิตของคนทุกกลุ่ม ทุกสภาพ ทุกเพศ และทุกวัย ผมจึงขอสนับสนุนให้สภาของเรามีส่วนร่วมในการช่วยกันหาทางออกของปัญหานี้ และทำให้ แน่ใจว่าเราจะพัฒนาประเทศไปข้างหน้า โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขอบพระคุณครับ