กันต์พงษ์ ชี้ปัญหาสลัมกรุงเทพฯ ด้านสาธารณูปโภค-สุขภาพ-ความปลอดภัย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๙ กันยายน ๒๕๖๗

กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ หารือปัญหาชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะด้านความไม่มั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน ความยากจน และข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสาธารณะ เช่น สุขภาพ น้ำ ไฟฟ้า และที่อยู่อาศัยที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ไขอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ด้วยการกระจายอำนาจ เงินทุน และโอกาส รวมถึงพัฒนานโยบายที่เข้าใจบริบทของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี เขตสะพานสูง พรรคประชาชน วันนี้ขออนุญาตร่วมอภิปรายเกี่ยวข้องกับชุมชนแออัด ซึ่งชุมชนแออัดมีหลายคำมากที่เขาใช้กัน แต่วันนี้ อ.เอท ขออนุญาตใช้คำว่า Slum เป็น Model นะครับ S L U M ๔ ตัวอักษรครับ

S แรกครับท่านประธาน พอเรามองไปถึงชุมชนที่เป็นชุมชนสลัม หรือเป็นชุมชนที่แออัด ขออนุญาตให้คำจำกัดความ คำว่า ชุมชนแออัด ถ้าเกิดเรามีพื้นที่สัก ๑ ไร่ จะต้องมีครัวเรือน หรือเป็นบ้านที่อยู่ใน ๑ ไร่ ประมาณ ๑๕ หลังเป็นอย่างต่ำ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าเอาต่อหลัง ก็ประมาณสัก ๒๐ กว่าตารางวา ซึ่งท่านอาจจะพอเห็นภาพว่า มันค่อนข้างที่จะไม่มีคำว่า S ตัวแรกเลย ก็คือคำว่า Security คำว่า Security คืออะไร ก็คือเรื่องของความปลอดภัยในชีวิต ในทรัพย์สินของเขา ทีนี้เรามาดูอีกนิดหนึ่งครับว่า สลัมนี้ หรือชุมชนแออัดนี้ ถ้าเกิดเรามองเอาเฉพาะกรุงเทพฯ ตอนนี้ชุมชนที่เป็นชุมชนที่มีพื้นที่เล็ก ๆ ในกรุงเทพฯ ของเราเหมือนจะมีประมาณ ๒,๐๑๖ และเพิ่มมากขึ้นด้วย แนว ๆ ว่ามันจะไล่ ทันปี ค.ศ. แล้วด้วย ตอนนี้ปี ค.ศ. ๒๐๒๔ อีกไม่นานน่าจะทัน ตอนนี้ ๒,๐๐๐ กว่าชุมชน ในกรุงเทพฯ เอาเฉพาะของพื้นที่ อ.เอท เอง มีนบุรี สะพานสูง รวมกันยัง ๙๑ ชุมชนที่เป็น ชุมชนแออัด เพราะฉะนั้นคำว่า Security เขาไม่มีแน่นอน เพราะว่าสมมุติเขาป่วย ถ้าเป็นเด็ก ถ้าเป็นผู้ใหญ่ หรือเป็นผู้พิการ เวลาจะออกจากบ้านที อ.เอท เข้าไปเดิน เราค่อนข้างที่จะซึ้ง เลยจริง ๆ ต้องยอมรับว่ามันไม่สนุก เพราะเราเห็นพื้นที่ เราเห็นพี่น้องที่นอนติดเตียง คือบางที่ต้องเรียนแบบนี้ครับว่า มันเป็นพื้นที่ที่ไม่ใช่แค่เขาอยู่ตามหมู่บ้าน บางครั้งเขาอยู่ ตามที่เป็นที่ที่เรียกว่าติดกับริมคลองครับท่านประธาน แล้วทีนี้เวลาจะออกจากบ้านมันไม่มี พื้นที่ให้เขาเลย ก็ต้องขับมอเตอร์ไซค์บ้าง อะไรที่แบบต้องลากกันบ้าง เดินริมคลองกว่าจะไป ถึงที่ที่เป็นถนนใหญ่ แล้วถึงจะไปโรงพยาบาล นี่คือความที่เขาเรียกว่าไม่มี Security หรือความปลอดภัยเลย ก็เป็นตัวแรกที่ อ.เอท เห็นว่า ถ้าเราไม่จัดการกับสิ่งเหล่านี้ มันคงยาก ที่จะทำให้พี่น้องเขามีชีวิตที่ดีขึ้น

ทีนี้เรามาดูตัวที่ ๒ ก็คือตัว L S L U M ตัว L ก็คือ Living Life Style ก็คือ Style การใช้ชีวิตของพี่น้อง ของเพื่อน ๆ ของคุณพ่อ คุณแม่ ของคุณอาที่อยู่ที่ Slum คือต้องเรียนแบบนี้ครับว่าคนที่อยู่ Slum แน่นอนครับว่าเขาคงไม่มีเงิน แสดงว่าเขาก็ต้อง เป็นกลุ่มแรงงานที่มาสนองกับกลุ่มนายทุน อันนี้ใช่ไหมครับ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ สส. ต้า ชัดเจนมาก อยู่ตรงกลางเมืองเลย ก็จะมีห้างเยอะ ก็จำเป็นต้องมีผู้คนเหล่านี้ไปช่วยเป็น แรงงานชั้นดีเลย เป็นสิ่งที่เขาไม่มีกระทั่งเรื่องของความปลอดภัย เมื่อสักครู่ อ.เอท พูดไปแล้ว ไม่มีครับ

ไปสู่ตัว U ที่ ๓ ก็คือคำว่า Utility คำว่า Utility แปลว่าอะไรครับ ตัว U ก็คือ เรื่องของสิ่งที่เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ หรือสาธารณูปโภค มีอยู่หมู่บ้านหนึ่ง อ.เอท เข้าไปเห็นครับ ท่านจะซื้อน้ำสัก Unit หนึ่งยังไม่ได้เลย กลายเป็นต้องไปซื้อน้ำจากนายหน้า แล้วนายหน้าที่ เกิดขึ้นคืออะไร ปกติเราใช้น้ำกัน Unit ก็ไม่กี่บาทถูกไหมครับ เป็นหลักหน่วย เขาซื้อ Unit หนึ่ง ๔๐ บาทขึ้นต่อ ๑ Unit นี่คือความลำบากที่พบเจอ แล้วไม่พอครับ ค่าไฟก็ต้องเป็น การต่อไฟจากชาวบ้านเขา ปกติเราก็ใช้ค่าไฟกัน Unit ประมาณสัก ๔ บาท ๕ บาท เขาก็ซื้อ ค่าไฟเกินเป็น ๑๐ กว่าบาท บางที่ก็ ๒๐ บาท นี่คือสิ่งที่เขาลำบาก เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเรา ยังคงมองปัญหานี้มองแบบข้าม ๆ มันก็คงจะไม่จบ

ปัญหาที่สำคัญ นอกจากค่าน้ำ ค่าไฟ แล้วก็ไม่มีทางเข้าทางออกของ บางชุมชนแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือเรื่องของ Moral ตัว M ครับ S Security L Living Lifestyle U คือ Utility ส่วน M คือ Moral คือด้านศีลธรรม จรรยาบรรณ ท่านประธานครับ เรามานึกภาพ ถ้าเรามีบ้านสักหลังหนึ่ง สัก ๒๐ ตารางวา ไม่มีห้องน้ำหรือมีอาจจะไปใช้ข้างนอก ห้องน้ำรวม แล้วในห้องนอนก็เป็นห้องนั่งเล่น เป็นห้องกินข้าว คือพูดง่าย ๆ เป็นทุกห้อง ในบ้านของเขา เห็นไหมครับ ความเป็นส่วนตัวก็ไม่มี มันจึงเกิดปัญหาที่เรียกว่าเราก็ต้อง ตามล้าง ตามเช็ด ตามแก้กัน เพราะนี่คือสิ่งที่ อ.เอท บอกครับ ชุมชน Slum ไม่ได้มีเฉพาะ กทม. ชุมชน Slum ไม่ได้มีเฉพาะแค่ประเทศไทย อเมริกาก็มี ยุโรปก็มี แม้กระทั่งประเทศ ที่พัฒนาแล้วก็มี ต้องบอกว่าแต่นะครับ แต่เขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าประเทศของเรา ทีนี้ก็เลยอยากที่จะแนะนำ หรืออยากที่จะให้ข้อสังเกตว่าเราจะทำอย่างไรดีในการที่จะแก้ไข ปัญหานี้ให้มันหมดไป หรือให้มันทุเลาลง อ.เอท ขออนุญาต อาจจะนำเสนอสัก ๒-๓ อย่าง ที่เป็นสิ่งที่คิดว่าน่าจะทำได้ทันที

ก็คือเรื่องแรก เป็นการกระจายอำนาจ คำว่า กระจายอำนาจ ก็คือกระจายเงิน กระจายทุนให้กับชนบท หรือให้เขาได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตในต่างที่ ไม่จำเป็นต้องเข้ามาอยู่ ในเมือง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทุกพรรคก็เห็นด้วยกับ อ. เอท

อันที่ ๒ ก็คือถ้าจำเป็นจริง ๆ ที่ต้องให้เขาอยู่ใน กทม. หรือให้อยู่ในชุมชน หรือให้อยู่ในพื้นที่ที่เป็นเมืองหลวง หรือเมืองหลัก ก็ควรที่จะมีบ้านที่เหมาะสมกับเขา เป็นอาคารที่เหมาะสมกับเขา ซึ่งตรงนี้ก็เห็นว่า พม. ทำอยู่ สส. ต้า ก็พูดไปเยอะมาก เรื่องบ้านที่เป็นบ้านเอื้ออาทร หรือบ้านที่เกี่ยวข้องกับให้ผู้ที่มีรายได้น้อยเขาได้มีโอกาส

อีกประเด็นหนึ่ง สิ่งที่สำคัญที่สุดครับ จะแก้ได้อย่างยั่งยืนของทุกประเทศ ต้องมีเรื่องของการศึกษา แล้วก็ให้งานเขา ให้งานเขาได้รายได้ที่เหมาะสม

นี่คือ ๓ ประเด็นหลักที่เราสามารถที่จะกระตุ้นได้ แล้วก็ทำได้ทันที อย่าลืมนะครับ ชุมชนแออัดนำมาด้วยปัญหาง่าย ๆ ก็คือเกี่ยวกับสุขภาพ เกี่ยวกับความปลอดภัย นำมาสู่ เรื่องของอาชญากรรม และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศีลธรรม เหลือเวลาไม่กี่วินาที อ.เอท ขออนุญาตนะครับ วันนี้มาแบบสบาย ๆ ไม่ต้องกระแทกกระทั้นกันมาก เพราะเราเข้าใจครับว่า มันเป็นปัญหาที่ทุกคนต้องเข้าใจ

สุดท้ายนี้ครับ อ.เอท อยากจะบอกกับทุกท่านว่าชุมชนแออัดเราเคยมีกลอน หรือคำพูดก็คือ คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก แต่คับทั้งที่ คับทั้งใจ แล้วเราจะให้เขาอยู่กันอย่างไร ขอบคุณครับท่านประธาน Respect