มนัสนันท์ หลีนวรัตน์ หารือเรื่องปัญหาการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการในชุมชนแออัด โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมชุมชนให้เหมาะสมเพื่อเอื้อต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มเปราะบางเหล่านี้ เนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และประชากรในวัยทำงานหลายครอบครัวไม่สามารถดูแลครอบครัวได้ ส่งผลให้กลุ่มเปราะบางเหล่านี้รู้สึกถูกทอดทิ้ง และได้รับความยากลำบากในการดำเนินชีวิต
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทยครับ กระผมได้ร่วมลงชื่ออภิปรายในญัตติ เรื่อง ปัญหาการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการในชุมชนแออัด ที่เสนอญัตติจำนวน ๕ ฉบับ ปัจจุบันนี้ประเทศไทยเรานั้นกำลัง เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประชากรที่มีอายุ ๖๐ ปี มีจำนวนมาก อัตราการเกิดก็ลดน้อยลง ทำให้โครงสร้างประชากร เศรษฐกิจ และสังคม เกิดการเปลี่ยนแปลง ประชากรในวัยทำงาน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ จะต้องออกไปดิ้นรนเลี้ยงชีพ หาเลี้ยงครอบครัว จนไม่มีเวลาที่จะสามารถดูแลครอบครัวได้ ส่งผลให้กลุ่มเปราะบางเหล่านี้รู้สึกเหมือนถูก ทอดทิ้ง และได้รับความยากลำบากในการดำเนินชีวิต อีกทั้งหน่วยงานของรัฐไม่สามารถดูแล ได้อย่างทั่วถึงครับท่านประธาน จากการวิเคราะห์ถึงปัญหาของการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการในชุมชนแออัดที่เพิ่มขึ้น พบว่าปัญหาชุมชนแออัดมีที่อยู่อาศัยหนาแน่น ไร้ระเบียบและชำรุดทรุดโทรม ประชากรอยู่กันอย่างแออัด สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย ไม่เพียงเท่านั้นครับ เป็นปัญหา ในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ในการอยู่อาศัยร่วมกัน เนื่องจากประชากรแฝง ค่อนข้างเยอะ ทำให้บุคคลเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงบริการของรัฐ โดยเฉพาะสิทธิในการรักษา พยาบาล การศึกษาเทียบเท่ากับผู้ที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในพื้นที่ และยังมีข้อจำกัดในการ พัฒนาต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ด้านสาธารณสุข ด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชน ปัจจัยภายใน ภายนอกครัวเรือน เช่น รายได้ การศึกษา อาชีพ และสวัสดิการขั้นพื้นฐานจากภาครัฐ ที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น ยกตัวอย่างในพื้นที่ปทุมธานี เช่น กรณีเด็กในชุมชนส่วนใหญ่ แล้วปัญหาหลักเกิดจาก ๑. คุณแม่วัยใสเลี้ยงเดี่ยว ๒. เด็กและเยาวชนที่อยู่ในครอบครัว ยากจน ๓. เด็กที่อาศัยอยู่บ้านพักเด็กและครอบครัวที่ถูกดำเนินคดี เด็กกลุ่มนี้อยู่ในครอบครัว ที่ขาดแคลนทรัพยากรสิทธิในทุกด้าน เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดออกนอกระบบในเรื่องของ การดูแลสุขภาพและการศึกษา มีชีวิตที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง พัฒนาการถดถอย ขาดความ คุ้มครอง ไม่มีส่วนร่วม ขาดโอกาสในสังคม และอาจตกเป็นเหยื่อของกระบวนการ อาชญากรรมที่ใช้เด็กเป็นเครื่องมือ เด็กกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำในสังคม มากที่สุด ยังคงขาดสิทธิและได้รับความช่วยเหลือที่น้อยมาก เด็กกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องได้รับ การมองเห็น และได้รับการสนับสนุนจากบุคคลภายนอก เมื่อพวกเขาได้รับโอกาสจาก บุคคลภายนอกที่หยิบยื่นให้ พวกเขาก็จะรู้สึกว่าไม่ถูกทอดทิ้ง สร้างความเข้มแข็งทางสภาพ จิตใจให้กับเด็ก ๆ เพื่อให้เขามีแรงสู้ต่อไป
กรณีผู้สูงอายุในชุมชน ปัจจุบันมีจำนวนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง เป็นจำนวนมาก ผู้สูงอายุกลุ่มนี้ก่อให้เกิดปัญหาสภาพจิตใจ และมักมีปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้บางรายไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันพื้นฐานได้ เช่น ป่วยติดเตียง เนื่องจากขาดคนดูแล ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการวางแผนจัดการชุมชนเมือง ไม่ได้เอื้อเฟื้อต่อ ผู้สูงอายุเท่าที่ควร ซึ่งก่อให้เกิดปัญหามากมาย เช่น ปัญหาห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุ ปัญหา ระบบขนส่งมวลชน เป็นต้น กรณีผู้พิการในชุมชนจังหวัดปทุมธานี พบว่าผู้พิการต้องเผชิญอุปสรรคมากมาย เนื่องจาก ชุมชนมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ทางสัญจรและสวนสาธารณะที่ไม่ สะดวกสำหรับผู้พิการ ปัญหาการเข้าถึงสุขภาพและส่งเสริมสุขภาพ ก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ ที่จะต้องได้รับการแก้ไข โอกาสในการประกอบอาชีพและการศึกษาของผู้พิการก็มีข้อจำกัด ในหลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมามีความพยายามจัดการโครงการต่าง ๆ เข้าไปดูแลช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบางกลุ่มนี้ แต่ก็เป็นการดำเนินการช่วยเหลือเป็นครั้ง เป็นคราว ในลักษณะโครงการสังคมสงเคราะห์ที่ไม่ต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มเปราะบางเหล่านี้ได้รับ การพัฒนาที่ไม่ต่อเนื่องและหลุดออกจากโครงการเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามครับ ท่านประธาน รัฐบาลปัจจุบัน โดยการนำของท่านแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายเพื่อดูแลและช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางกลุ่มนี้ กระผมเองเชื่อมั่น ในรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เล็งเห็นและให้ความสำคัญ ปรับปรุงโครงสร้าง พื้นฐานและสภาพแวดล้อมชุมชนแออัดให้เหมาะสม และเอื้อต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้อง ประชาชนในกลุ่มแออัดทุกกลุ่ม ขอบพระคุณครับ