ณัฐชา เปิดญัตติตั้งกรรมาธิการแก้ปัญหาสวัสดิการสังคม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๙ กันยายน ๒๕๖๗

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ หารือปัญหาความเปราะบางของประชาชนหลังวิกฤตโควิด พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กยากจน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ โดยเน้นย้ำถึงข้อมูลที่ไม่เพียงพอของรัฐในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างมีประสิทธิภาพ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน จากพี่น้องชาวบางบอน บางขุนเทียน ท่านประธานครับ ญัตตินี้รอคอยมาอย่างยาวนาน และเป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนที่คาดหวังอยู่ว่าจะมี การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อจะเข้าไปแก้ไขปัญหาเหล่านี้หรือไม่ และการยื่นญัตติ ก็มีทั้งเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ซึ่งเป็นนิมิตหมายอันดีที่เห็นไปในแนวทาง เดียวกันว่า เรื่องนี้ควรที่จะมีการแก้ไข ควรที่จะต้องมีการหันมาใส่ใจในการที่จะดูแล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปัญหาเด็กแรกเกิด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องของผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาเรื่องของผู้พิการ ซึ่งระบุลึกลงไปอีกในการยื่นญัตติ ก็คือให้ไปดูแลในชุมชนแออัด แน่นอนครับ เพื่อน สส. กรุงเทพมหานครหลายท่านก็ได้ให้ข้อมูลสนับสนุนในการอภิปราย ครั้งนี้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ที่มันเข้าขั้นวิกฤติ ก็เพราะว่ามันต่อเนื่องจากสถานการณ์ โควิด ถามว่าโควิดจบไปแล้ว ทำไมถึงยังพูดเรื่องนี้กันอีก แต่รายได้ของพี่น้องประชาชนยังคง ฝืดเคือง ยังคงไม่เข้าสู่สถานการณ์ที่เรียกว่าดีขึ้น หรือที่เขาเรียกว่ากำลังย่ำแย่ อย่างเรื้อรัง ที่ผมใช้คำว่า ย่ำแย่อย่างเรื้อรัง เพราะว่ารายได้ไม่เพิ่มขึ้น รายจ่ายมีแต่เพิ่มเติม ส่วนการดูแลจากหน่วยงานภาครัฐก็มีแบบตามมีตามเกิด ที่ต้องพูดอย่างนี้ ก็เพราะว่า มีรายงานสรุปให้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่า ปัจจุบันรายได้ของครัวเรือนที่ไม่ฟื้นหลังโควิด กระทบต่อชีวิตเด็กและเยาวชนที่ยากจนในระยะยาวสูงถึง ๖๒ เปอร์เซ็นต์ รายได้ลดลง มีพี่น้องประชาชนคนไทยกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ที่มีรายได้ต่ำลงและไม่สามารถเลือกสรรอาหาร ที่ต้องอุปโภคบริโภคได้ หรือแม้กระทั่งเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนได้ มีเด็กกว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ต้องผิดนัดชำระหนี้ มีพี่น้องประชาชนคนไทยที่เป็นเยาวชนกว่า ๕๒ เปอร์เซ็นต์ ที่มีเงินไม่เพียงพอ และเป็นอุปสรรคต่อการสำเร็จการศึกษา ผมขออนุญาต ใช้การอภิปรายครั้งนี้ลงรายละเอียดไปต่อ เนื่องจากว่าจะส่งให้กับคณะกรรมาธิการที่จะต้อง ตั้งขึ้นเพื่อจะพิจารณา ซึ่งเดี๋ยวอาจจะส่งไปในคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นคณะที่ผมดูแลอยู่ แล้วเดี๋ยวจะตั้งอนุกรรมาธิการเพื่อจะให้ เพื่อนสมาชิกที่สนใจเรื่องนี้เข้าไปดูแลในรายละเอียดเพิ่มเติม ท่านประธานครับ ผมขอหยิบยก แผนที่ประเทศไทยขึ้นมา ๑ แผนที่ ที่จะหยิบยกให้เห็นภาพได้ชัดที่สุดครับว่า ภาพอันนี้ คือข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐที่ทราบว่ากลุ่มเปราะบางในประเทศไทยอยู่ที่ไหนบ้าง ท่านประธานดูแผนที่นี้ดี ๆ นะครับ ขาวสะอาดที่สุดคือจังหวัดอ่างทอง จังหวัดของ ท่านประธาน แต่ขาวสะอาดที่สุดในที่นี้ ก็คือมีข้อมูลครบถ้วนเพียงแค่ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าจังหวัดอ่างทองมีข้อมูลว่ากลุ่มเปราะบางอยู่ที่ไหนบ้าง อยู่จุดไหนบ้าง อาจจะเป็นการขยันขันแข็งของผู้แทนที่ส่งข้อมูลให้ แต่ขาวที่สุดนั่นคือแค่ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ครับท่านประธาน แต่ยังมีจังหวัดอีกเยอะแยะมากมายที่ไม่มีข้อมูลเลยว่ากลุ่มเปราะบาง อยู่ที่ไหน ว่ากลุ่มเปราะบางเป็นอย่างไร และจะต้องเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างไร งบประมาณที่ดูแลด้านสวัสดิการกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ของแต่ละปี เลือกไม่ถูกครับ ว่าจะต้องใส่ไปในชุมชนไหน จุดไหน อย่างไร นี่คือการซ้ำเติมพี่น้องประชาชนที่จนแล้ว รอคอย การช่วยเหลือ และไปไม่ถึงการช่วยเหลือแน่ ๆ เพราะรัฐไม่มีเข็มทิศนำทาง หรือไม่มีแผนที่ นี่คือข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงว่ามันยิ่งซ้ำร้ายไปกันใหญ่ว่า ๓.๔ ล้านครัวเรือน เป็นกลุ่ม เปราะบางตามคำนิยามของกระทรวง พม. แต่ในคำนิยามของกระทรวง พม. ระบุว่า กลุ่มเปราะบางคือมีรายได้ต่อปีไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือเดือนละ ๘,๓๐๐ กว่าบาท นี่คือคำนิยามที่บอกและระบุไว้ชัดเจน อีก ๑๓.๒ เปอร์เซ็นต์ คืออัตราที่รัฐรู้ภายใต้ข้อมูลของ กระทรวง พม. ว่าเรามีข้อมูลอยู่ทั้งประเทศ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๓.๒ เปอร์เซ็นต์ คือข้อมูล ที่มีอยู่ว่าจะช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างไร ท่านประธานครับ อาจจะมองไม่เห็นภาพว่า รายได้กลุ่มเปราะบาง ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือนนั้น จะสะท้อนผ่านความรู้สึกของพี่น้อง ประชาชนอย่างไร ผมขอแบ่งฐานะของพี่น้องประชาชน เพื่อให้คณะชุดนี้ที่จะตั้งต่อไปว่าจะมี ใครบ้างก็แล้วแต่ นำไปพิจารณาต่อก็คือว่า คนเปราะบางเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามื้อต่อไป จะรับประทานอะไร นี่เรียกคนเปราะบาง คนยากจนเขารู้ว่ามื้อนี้เขาจะรับประทานอะไร แต่มื้อต่อไปไม่แน่ นี่คนจน คนฐานะปานกลางเขารู้ว่าเดือนนี้เขาจะรับประทานอะไร ถึงแม้ สารอาหารไม่เพียงพอ แต่เดือนหน้าเขาไม่ทราบด้วยซ้ำว่าจะหาอะไรรับประทานภายใต้ รายได้ของเขา คนรวยครับ พี่น้องประชาชนทั่วไปสังเกตได้เลย ถ้าเป็นคนรวยเขารู้ครับว่าปีนี้ จะรับประทานอะไร แต่ปีหน้ายังไม่แน่ คนที่เป็นเศรษฐีเขารู้ว่าปีนี้รับประทานอะไร และรู้ด้วยว่าปีหน้าอยากจะรับประทานอะไร บินไปรับประทานที่ไหนเขารู้ คนที่เป็น มหาเศรษฐีเขารู้ว่าชาตินี้ทั้งชาติรับประทานอะไร และรู้ด้วยว่าชาติหน้าอาจจะวางแผนไว้ จะทำบุญเท่าไร อย่างไรก็แล้วแต่ นี่มหาเศรษฐี แต่มีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าไม่ใช่คนครับ ท่านประธาน เพราะรู้ทุกวันว่าทั้งชาตินี้และชาติหน้าตัวเองอยากรับประทานอะไร แต่ไม่เคย เหลียวแลใครเลย และไม่คิดที่จะปรับปรุงพัฒนาให้เพื่อนมนุษย์ที่อดมื้อกินมื้อเขาได้ลืมตา อ้าปากได้บ้าง นี่คือสิ่งที่ผมจะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและเพื่อนที่ตั้งญัตติอย่างดีเยี่ยม ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งหมด ๖ ญัตติ ว่าเป็นเรื่องที่ดี ว่าจะต้องหยิบยกมาพูดคุย ได้แล้ว ว่าวันนี้แผนที่ประเทศไทยไม่ชัดเจน แล้วจะเอางบประมาณปีหนึ่ง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปช่วยเหลือเขาได้อย่างไร มันต้องจับจุดให้ถูก นับหนึ่งให้ถูก แล้วเราค่อยไปลงรายละเอียดว่า ๑.๑ ๑.๒ ๑.๓ กว่าจะไป ๒ นี่ยังนับไม่ถึง ๑๐๐ นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอสนับสนุนและชื่นชมเพื่อนสมาชิกอย่างยิ่ง ที่ตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ และให้โอกาสสภาผู้แทนราษฎรได้ทำหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนคนไทย อย่างแท้จริง และขอสนับสนุนให้คณะกรรมาธิการชุดนี้พิจารณาเสร็จโดยเร็ว เพื่อนำเสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎร และส่งไปยังท่านนายกรัฐมนตรีท่านใหม่ ที่จะนำไปพัฒนาประเทศ ต่อไป ขอบพระคุณครับ