ธีระชัย ชี้ SMEs ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยันรัฐเร่งสนับสนุน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๙ กันยายน ๒๕๖๗

ธีระชัย แสนแก้ว อภิปรายประเด็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและชุมชนท้องถิ่น แต่ยังเผชิญอุปสรรคด้านต้นทุนการขนส่งสูง การเข้าถึงสินเชื่อยาก และการแข่งขันจากสินค้านำเข้า โดยเรียกร้องให้รัฐเร่งดำเนินมาตรการสนับสนุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของ สสว. ที่ขาดประสิทธิผลและถูกครอบงำทางการเมือง จนควรมีการปฏิรูปหรือยกเลิกองค์กรดังกล่าว

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะร่วมอภิปราย เรื่อง การเสริมสร้างความเข้มแข็ง ให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ เสนอรายงานเข้ามาในวันนี้ ๒ ประเด็น

ท่านประธานครับ ประเด็นแรก วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม หรือเรา เรียกง่าย ๆ ว่า ผู้ประกอบการ SMEs ในระบบเศรษฐกิจปัจจุบันนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้วครับ ท่านประธาน เพราะผู้ประกอบการ SMEs เข้ามาเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป็นกลไกที่สำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็ง ความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ แทนผู้ประกอบการรายใหญ่แล้ว เนื่องจากเมื่อก่อนเราต้องซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการ รายใหญ่ จากห้างสรรพสินค้า จากห้างร้านใหญ่ ๆ ทั้งนั้น แต่ช่วงหลังวันนี้ผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศนับหมื่นผู้ประกอบการ ซึ่งมีบทบาทในการที่จะต้องพัฒนา สนับสนุนความเจริญเติบโต ที่สำคัญ ๆ คือเป็นเสาหลัก ตอม่อหลักระดับล่างในการที่จะนำ ระบบเศรษฐกิจนี้เข้าสู่ชุมชนในชนบท ผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งก็มีรายเล็กรายน้อย และครอบคลุมประเภทสินค้าอยู่ทั่วไป

ท่านประธานครับ การเติบโตของธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมยังช่วยให้มีการ กระจายไปสู่กลุ่ม สู่พี่น้องประชาชนเครือข่ายต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งการจ้างแรงงาน สร้างรายได้ของประชาชนทุกภาคส่วน ขณะเดียวกันผู้ประกอบการ SMEs ต้องลด การกระจุกตัวแรงงานในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผู้ใช้แรงงานไม่จำเป็นจะต้องมุ่งหน้า เข้ากรุงเทพมหานครเพื่อหางานทำอีกต่อไป รายงานฉบับนี้ผมอ่านเมื่อวานถึงวันนี้ แต่ผมอ่านไม่หมดนะท่านประธานครับ แต่ผมก็พอรู้ว่าอะไรคืออะไร เอาประสบการณ์ที่เคย เป็นโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ ผมจำได้ว่าไม่ว่าจะเป็น ธนาคาร SMEs ไม่ว่าจะเป็น สสว. ก็เกิดขึ้นในยุคนั้นละครับ ที่ท่านทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นผมก็พอรู้บ้างว่า เจตนารมณ์ของนโยบายในขณะนั้น ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ต้องการให้คนเล็กคนน้อย ผู้ด้อยโอกาสได้มีโอกาสเป็นพ่อค้า เกษตรกรก็เป็นพ่อค้า พ่อค้ารายเล็กก็ผนวกขึ้นมาเป็น SMEs ได้ แต่ในขณะเดียวกันโครงสร้างมันดี แต่ภารกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย กฎกระทรวง กฎระเบียบอะไรต่าง ๆ ก็เข้ามามันไม่มีโอกาสที่เป็น องคาพยพเดียวกันได้ ท่านได้ศึกษามาดีที่ได้ฟังเมื่อสักครู่นี้ เพราะฉะนั้นตัวนี้คือเป็นตัว บั่นทอนในการเจริญเติบโต องค์กรบางหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นองค์กรที่เมื่อก่อนนั้นธนาคาร พาณิชย์ทั่วไปไม่ได้มีฝ่าย SMEs หรอก พอมีธนาคาร SMEs ขึ้นมาก็เกิดขึ้นเกี่ยวข้อง กับนโยบายทั้งนั้น SMEs ก็มาจากธนาคารเพื่อแย่งลูกค้ากันนะครับ มี SMEs หมดครับ ทุกธนาคารท่านไปดูสิ นั่นก็คือส่วนหนึ่ง ต่างฝ่ายต่างก็มีปัญหาทั้งนั้น แล้วก็ไปเอาดอกเบี้ยแพง ๆ กับพวก SMEs แต่ในส่วนที่เราตั้งหลักปักฐานในการที่จะช่วยเหลือพี่น้อง SMEs นั้น มันโอกาสน้อย พอตั้งหลักแล้วสักระยะหนึ่งสักพักหนึ่งเป็นหนี้เป็นสิน กู้หนี้ยืมสินมา ดอกเบี้ยก็แพง เป็นวัวพันหลัก สุดท้ายต้องไปกู้หนี้นอกระบบมาเพื่อที่จะมาใช้หนี้ เอาตรงนั้น มาโปะตรงนี้ เอาตรงนี้มาโปะตรงนั้น ปัญหาต่าง ๆ ก็เลยเกิดขึ้นในยุคปัจจุบันนี้เป็นจำนวนมาก รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการในการช่วยเหลืออย่างนี้ โดยกำกับดูแล ให้เข้มแข็งเข้มข้นกว่านี้ เพราะโจทย์ที่สำคัญที่สุดในวันนี้ ก็คือสินค้าจากต่างประเทศมันมา แข่งกับพวกเรา ก็คือสินค้าจากประเทศจีนนั่นละครับ เดี๋ยวนี้รถไฟเข้ามาถึงประเทศลาว ก็ข้ามเข้ามา ต้นทุนในการขนส่งมันถูก พอมันถูกมันก็มาขายของที่มันไม่มีคุณภาพ แต่คนไทยก็รู้อยู่แล้วว่ามันชอบซื้อของถูกครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้คู่แข่ง ที่สำคัญคู่แข่ง SMEs ของพวกเรา ผมอยากจะขอกราบเรียนนะครับว่า ท่านประธานสหกรณ์ รถบรรทุกของภาคอีสานได้ให้สัมภาษณ์ว่า ต้นทุนการขนส่งมันแพงมาก ก็คือผู้ประกอบการ SMEs ที่เวลาจะเอาขนส่งอะไรต่าง ๆ มันจะแพงมาก นี่ก็คือในเมื่อต้นทุนพวกเราไม่สามารถ ที่จะสู้ราคาได้ ราคาตรงนั้นมาแทรกแซงพวกเรา นั่นก็คือปัญหาของ SMEs อีกอย่างหนึ่ง ของที่ผลิตในประเทศไทยมันก็สู้สินค้าจีนแดงไม่ได้ มันทำให้พวกสินค้าเหล่านี้ทะลักเข้าในตลาด ตลาดไทยเราก็เจ๊ง เพราะฉะนั้นตรงนี้ละเป็นปัญหาสำคัญที่สุด เพราะว่าจีนผลิตสินค้าแล้วมี ทั้งระบบการขนถ่ายสินค้าอะไรต่าง ๆ ทุกกระบวนการทั้งหมดองคาพยพทั้งหมด เขาดีกว่าเรา ไม่กี่ปีนี้เองนะครับ เขาดีกว่าเรามาก เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอว่าฐานขนส่งอย่างนี้ มันจะต้องมีตรงนี้ได้อีก

ประเด็นที่ ๒ รายงานฉบับนี้ตั้งแต่หน้า ๓๙ ถึงหน้า ๔๓ มีข้อสังเกต ข้อเสนอแนะจากสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อม หรือ สสว. นั่นละครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับการตั้งข้อสังเกต ตั้งประเด็นซึ่งยังไม่มีสินเชื่อ PO เพื่อเป็น การช่วยเหลือแหล่งเงินทุน พี่น้องผู้ประกอบการไม่มีความสะดวกรวดเร็ว เวลาเขาไปขออย่างนี้ มันแทนที่จะ ๗ วัน Fast Track เลย อันนี้เป็น ๖๐ วัน ๙๐ วัน มันจะไปทันกินเขาได้อย่างไร ละครับท่านประธาน สสว. ก็เป็นองค์กรหนึ่ง ที่จะต้องส่งเสริมกันอย่างจริงจัง แต่ที่ผ่านมา ตั้งแต่ตั้งมาจนถึงวันนี้ สสว. คือตัวผลาญงบประมาณ ถ้าผมมีอำนาจวาสนา ผมจะยุบ สสว. ท่านประธานครับ เพราะอะไรรู้ไหม เวลาเปลี่ยนนโยบาย เปลี่ยนรัฐบาลทีไร ก็ให้รอง นายกรัฐมนตรีไปกำกับดูแล รองนายกรัฐมนตรีก็เอาคนของพวกตัวเองไปดำเนินการอยู่ใน จุดนั้นก็ทำมาหากิน เงินที่รัฐบาลอุดหนุนเข้ามาก็มีปัญหาไม่รู้เอาไปปล่อยให้ใคร พวกใคร อยากรู้ครับ รายงานยังไม่รู้เลยว่า เงินที่งบประมาณส่งเสริมให้ สสว. ไปดำเนินการ เอาไปให้พวกไหนบ้าง ก็คือพวกเดิม ๆ หน้าเดิม ๆ พวกเก่า ๆ มีเส้นมีสายนั่นละครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมเชื่อ อย่างนั้นอย่างสนิทใจ สสว. งบประมาณในการบริหารจัดการก็ ๓๐๐ ล้านบาท ทำไมผมถึงรู้ ก็อย่าพูดเรื่อง SMEs อย่างไรครับ SMEs มันก็คือ สสว. ท่านก็กล่าวถึง สสว. ไม่ได้เรื่อง อย่างไร ผมก็เลยไปค้นมาครับ ๓๐๐ ล้านบาทต่อปี งบประมาณในการจัดสรรกว่าพันล้านบาท เวลาเงินไม่หมดไม่ต้องคืนครับ ไม่ต้องคืนหลวง สสว. มีพระราชบัญญัติกองทุนส่งเสริม SMEs แปลว่าเงินไม่ต้องคืนกระทรวงการคลังนะครับ แต่คืนเข้ากองทุน งบประมาณที่ได้รับ การจัดสรรเพิ่มจากรัฐบาลที่ผ่านมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยเป็นหมื่นหมื่นล้าน ไม่รู้ช่วยใครครับ ตรงจุดนี้นะครับ เพราะฉะนั้นสรุปสั้น ๆ ก็คือว่าหน่วยงาน สสว. ควรทำ หน้าที่เป็นเครื่องมือที่สำคัญของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชน SMEs ทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องแม่ค้าพ่อค้ารายเล็ก ๆ รายน้อย ๆ ทั้งหลายคนเหล่านี้ คือเขาไม่รู้จัก สสว. ท่านประธานลองไปถามดูสิว่าจังหวัดอุดรธานี หรือจังหวัดเชียงรายท่านเขารู้จัก สสว. ไหม จังหวัดหนึ่งรู้จัก สสว. ไหม ว่า สสว. คืออะไร มีแต่สระออนั่นละครับ มีแต่หลวงพ่อที่เขารู้จัก ท่านประธานที่เคารพครับ ดังนั้น สสว. มันไม่ใช่เป็นเครื่องมือของเฉพาะกลุ่มคนกลุ่มนายทุน หรือกลุ่มนักการเมืองบางกลุ่มในอดีตนะครับ เพราะฉะนั้นพวกใดพวกหนึ่ง ประโยชน์เพียง กลุ่มเท่านั้นเท่านี้ ถึงเวลาก็ตั้งกรรมการตั้งประธานมา แล้วก็เอาคนของพวกตัวเอง โน่น นี่ นั่น บางครั้งก็เหมือนรักษาการ เมื่อวานพูดเรื่องอธิบายมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีนั่นละครับ นครพนมยังรักษาการอยู่ครับ สสว. ก็ยังรักษาการอยู่เลยครับ ณ วันนี้ ก็ฟ้องกันไปฟ้องกันมา ปัญหาอย่างนี้ผมก็เลยบอกว่านี่คือปัญหา เพราะปัญหาการขาดโอกาสแหล่งเงินทุนอะไรต่าง ๆ เขาต้องมาช่วย ทั้งพาณิชย์พร้อมเงื่อนไขอะไรต่าง ๆ SMEs นี่ โอ้โฮ ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ต้องมาดู มาดูด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะนี่คือการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรด้วย ผู้ประกอบการรายย่อยด้วย เกษตรกรมันผันตัวเองมาเป็นผู้ประกอบการรายย่อยด้วยครับ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ผมถึงบอกว่าท่านรายงานมาดี เราต้องติดตามท่านประธาน น้องที่คุ้นเคยกันครับ ท่านรู้จักหลักการและพยายามศึกษา เพราะฉะนั้นศึกษามาอย่างนี้ ก็เป็นเรื่องดีที่เราได้มีโอกาสได้มีการเสนอแนะในจุดนี้ ผมเห็นด้วยกับการรายงานของท่าน แต่เราจะนำไปปฏิบัติอย่างไร สภาแห่งนี้จะต้องเสนอให้กับรัฐบาล เพื่อนำไปประกอบในการ พิจารณาบริหาร สิ่งที่กระผมพูดในวันนี้บันทึกไว้เลย เพราะฉะนั้นตัวนี้จะเป็นตัวชี้ขาดบ้าง ไม่มากก็น้อย ในการที่จะให้รัฐบาลเอาไปประกอบในการพิจารณา ถ้าองค์กรไหนที่ไม่มี ความมั่นคงแล้วในการบริหาร ไม่มีความมั่นคงทางบุคคล ไม่มีความมั่นคง คอยที่จะจ้องที่จะ หาผลประโยชน์เข้าตัวเองแล้วมันไม่มีความเจริญหรอกครับ เพราะฉะนั้นผมขอขอบคุณ และขอโอกาสนี้ ในการที่จะสนับสนุนและเห็นด้วย แล้วขออวยพรให้ สสว. คงอยู่ต่อไปก็แล้วกัน แต่ถ้าผมเป็นเมื่อไรผมสั่งยุบเมื่อนั้น ขอบพระคุณครับ