ร่มธรรม ขำนุรักษ์ อภิปรายสนับสนุนรายงานการศึกษาการเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม โดยเน้นความสำคัญของการสร้างทักษะและองค์ความรู้ตั้งแต่เยาว์วัย พร้อมเสนอแนวทางจัดตั้งกองทุน 3 แสนล้านบาทเพื่อเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการด้านภาษี การตลาด และการปรับปรุงกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกและลดอุปสรรคต่อผู้ประกอบการ รวมถึงการวางนโยบายคุ้มครองธุรกิจท้องถิ่นจากการแข่งขันกับสินค้าและแพลตฟอร์มต่างประเทศที่มีต้นทุนต่ำ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยเติบโตอย่างมั่นคงและเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำและกระจายรายได้ทั่วประเทศอย่างแท้จริง
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออภิปรายสนับสนุนรายงานการศึกษา เรื่อง การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ ขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ของคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง หรือที่เราเรียกว่า SMEs หรือว่าธุรกิจ Startup ถือเป็นจักรกลสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจ ของประเทศ ซึ่งธุรกิจ SMEs มีการจ้างงานในท้องที่ มีการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น มีการหมุนเวียน รายได้ มีการใช้จ่ายในแต่ละพื้นที่เป็นส่วนสำคัญในการกระจายรายได้ และลดความเหลื่อมล้ำ ในประเทศได้ดีอย่างยิ่ง โดยในประเทศของเรา เรามีผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ทั้งด้านการผลิต ด้านการค้า และด้านบริการอยู่ประมาณ ๓ ล้านราย คิดเป็นสัดส่วนกว่า ๙๙.๕ เปอร์เซ็นต์ของผู้ประกอบการทั้งหมด มีการจ้างงานถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของแรงงาน ทั้งประเทศ แล้วก็มีมูลค่าประมาณ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ของ GDP ท่านประธานคงจะได้เห็นถึง
ประการที่ ๑ คือการสร้างความรู้ วันนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสร้าง ความรู้ให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกวัย เราควรจะเริ่มตั้งแต่ในห้องเรียนของเด็กนักเรียน ไปจนถึงวัยทำงาน แล้วก็ผู้สูงอายุ เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนเรามีทักษะในด้าน การประกอบการ การลงทุน การขาย มีความคิดสร้างสรรค์ แล้วก็การสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วก็ ควรจะส่งเสริมทักษะที่เฉพาะเจาะจงในด้านต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจ ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นการติดอาวุธให้กับประชาชนของเราได้มีความสามารถในการประกอบ กิจการอยู่อย่างเสมอนะครับ
ประการที่ ๒ คือเรื่องของเงินทุน วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริม และสนับสนุนให้ประชาชน ผู้ประกอบการได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน หรือสินเชื่อให้ได้มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างโอกาสให้ SMEs ให้มากยิ่งขึ้น โดยพรรคประชาธิปัตย์ของเราได้มีการนำเสนอ นโยบายจัดตั้งกองทุน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กองทุนที่ว่านี้หวังเพื่อจะให้กลุ่ม SMEs สามารถ เข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับการพัฒนา ต่อเติม ขยายกิจการ ตลอดจนการเพิ่มทุนธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้กับประเทศต่อไปได้
ประการที่ ๓ คือการอำนวยความสะดวกให้ SMEs วันนี้รัฐบาลจะต้องอำนวย ความสะดวก ช่วยเหลือ หรือจูงใจให้ผู้ประกอบการ หรือประชาชนสามารถทำธุรกิจได้ง่าย ที่สุดครับ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการทางภาษี การส่งเสริมการตลาด ทั้งออฟไลน์หรือออนไลน์ ให้มีสถานที่แสดงสินค้า มีการจับคู่ทางธุรกิจ ไปจนถึงการแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบ ที่เป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ทั้งการจัดตั้งบริษัทแรงงาน เมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการก็ได้พูดไปแล้วนะครับ วันนี้เราต้องปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ และเปิดโอกาสให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้มีโอกาสทำมาหากินมากยิ่งขึ้นครับ
ประการที่ ๔ ประการสุดท้ายครับ คือการปกป้องธุรกิจขนาดเล็กของประเทศไทย วันนี้เราจะเห็นได้ว่าปัญหาสำคัญประการหนึ่ง ก็คือสินค้าจากต่างประเทศ หรือแพลตฟอร์ม จากต่างประเทศได้เข้ามาตีตลาดในประเทศไทย กดด้วยราคาที่ถูกมากครับ ทำให้ประเทศไทย ได้เสียผลประโยชน์ แล้วเงินทองก็ไหลไปในต่างประเทศ จนผู้ประกอบการรายเล็กขณะนี้ ไม่สามารถแข่งขันได้ หรือว่าต้องล้มตายไปนะครับ รัฐบาลจึงควรมีมาตรการปกป้อง ผลประโยชน์ของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อม เช่น มาตรการทางภาษี ซึ่งในหลายประเทศ ก็มีมาตรการเพื่อที่จะปกป้องผลประโยชน์ของธุรกิจรายย่อยอยู่หลาย ๆ ประเทศนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ผมได้เคยจัดทำรายงานของคณะกรรมาธิการ ผมเชื่อ อย่างยิ่งว่า รายงานฉบับนี้ของคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ มีความตั้งใจอย่างดียิ่ง ที่จะผลักดันให้ธุรกิจขนาดเล็ก คนตัวเล็กตัวน้อยสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง แล้วก็มี บทบาททางเศรษฐกิจของประเทศให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมทางรายได้ กระจายการพัฒนาไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ผมคิดว่าเราคงเห็น ตรงกันครับว่า เราอยากเห็นจุดเล็ก ๆ ที่สุดของประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดี กระจายไปทุก พื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่กระจุกอยู่บางพื้นที่ เรื่องนี้จึงเป็นเหมือนกับการบริหารประเทศครับ วันนี้เราอยากเห็นท้องถิ่นซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ให้มีความเข้มแข็ง มากที่สุดนะครับ มีงบประมาณ มีอำนาจที่เพียงพอไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ได้ตรงจุดที่สุด เช่นเดียวกันวันนี้เราก็อยากเห็นธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อยที่กระจายอยู่ทุก พื้นที่ทั่วประเทศ มีความเข้มแข็ง มีรายได้ที่ดี แล้วก็มีการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ไม่ใช่แค่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจแค่คนบางคนหรือกลุ่มบางกลุ่มนะครับ
สุดท้ายนี้ผมขอชื่นชมในความตั้งใจความเสียสละของทุกท่าน ที่มีส่วนในการ จัดทำรายงานฉบับนี้ ต้องขอชื่นชมว่ามีความละเอียด แล้วก็เห็นถึงความตั้งใจ แล้วก็เสียสละ หลังจากนี้คงต้องฝากไปถึงรัฐบาลว่า ขอให้ได้รับข้อเสนอแนะตามรายงานฉบับนี้ทำให้ เกิดขึ้นจริง ไม่ให้เป็นรายงานที่สูญเปล่าครับ วันนี้เราต้องปลดปล่อยศักยภาพของคนตัวเล็ก ตัวน้อย ปลดปล่อยโอกาสให้ SMEs ในประเทศไทยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ