อาสพลธ์ เสนอ 6 ข้อสังเกตปรับกฎหมายมหาวิทยาลัยอุบลฯ ยกระดับการศึกษา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๘ กันยายน ๒๕๖๗

อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยเสนอให้เปลี่ยนสถานะมหาวิทยาลัยสู่ความเป็นอิสระเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและการวิจัย แต่กังวลต่อความเหลื่อมล้ำ การขาดโปร่งใส และคุณภาพการศึกษาที่อาจลดลง จึงเสนอข้อสังเกต 6 ข้อเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การเรียนรู้ผ่าน Thai MOOC การวิจัยร่วมภาคเอกชน การติดตามผลการจ้างงานบัณฑิต และการสรรหาอธิการบดีอย่างมีเป้าหมาย เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถจัดอันดับในระดับนานาชาติและรองรับความต้องการของสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนเรียกร้องให้ที่ประชุมพิจารณารับหลักการร่างกฎหมายเพื่อประโยชน์ต่อทั้งสถาบันและประเทศ

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ผมขอใช้โอกาสนี้ร่วมอภิปรายในร่างกฎหมายที่มีความสำคัญสำหรับพี่น้อง ไม่เฉพาะ ชาวจังหวัดอุบลราชธานี แต่ยังรวมถึงพี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษ และพี่น้องจากทั่วประเทศ ก็คือร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. .... ซึ่งเปึนการแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายที่มีอยู่เดิม เพื่อให้ท่านประธาน เพื่อนสมาชิก และพี่น้องประชาชนที่รับฟัง ได้เกิด ความเข้าใจในเนื้อหาของร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างชัดเจน ในการอภิปรายของผมจะแบ่ง ออกเปึน ๕ หัวข้อหลัก ได้แก่ หลักการและเหตุผล ประเด็นสำคัญของกฎหมาย ผลกระทบ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ข้อสังเกตและสรุป

หลักการและเหตุผลในการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ เพื่อนสมาชิกได้พูดกันไป เยอะแล้วก็คือ เปึนการปรับปรุงสถานะของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจากหน่วยงานของรัฐ ให้กลายเปึนหน่วยงานในกำกับของรัฐ หรือพูดสั้น ๆ ก็คือว่า ออกนอกระบบ เพื่อให้มหาวิทยาลัย มีความเปึนอิสระในการบริหารงาน เพิ่มความคล่องตัวในการจัดการศึกษาและยกระดับคุณภาพ วิชาการให้สูงขึ้น เหมือนเช่นมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่น ๆ ที่ได้ออกนอกระบบไปแล้ว เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แม้กระทั่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ผมเรียนจบระดับปริญญาตรีมา

ในส่วนที่ ๒ ประเด็นสำคัญของกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัตินี้ประกอบด้วย ทั้งสิ้น ๑๐๕ มาตรา โดยมีประเด็นสำคัญก็คือ ส่วนที่ ๑ เปึนการเปลี่ยนแปลงสถานะ ของมหาวิทยาลัย ดังที่ผมได้กล่าวไปในหลักการและเหตุผลเบื้องต้นไปแล้ว ส่วนที่ ๒ ด้านแหล่งรายได้นอกจากมหาวิทยาลัยจะได้เงินอุดหนุนจากรัฐเช่นเดิมแล้ว มหาวิทยาลัย ยังสามารถจัดตั้งกองทุน รวมทั้งเก็บเงินค่าเล่าเรียน ค่าบริการต่าง ๆ ซึ่งรายได้ทั้งหมดนี้ ไม่ต้องนำส่งคลังเปึนรายได้แผ่นดิน และส่วนที่ ๓ ที่มีความสำคัญในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ก็คือการกู้ยืมเงินและการลงทุน ในร่างนี้มอบอำนาจให้มหาวิทยาลัยสามารถกู้ยืมเงิน ออกพันธบัตรหรือออกตราสารใด ๆ เพื่อการลงทุนได้ อันนี้ก็เปึนสาระสำคัญของกฎหมาย ทั้ง ๑๐๕ มาตรา และผมสรุปมาเพียงแค่ ๓ ประเด็นนี้

ในส่วนผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กฎหมายฉบับนี้ มีทั้งข้อดีและความท้าทาย ข้อดีแน่นอนผมได้กล่าวไปแล้ว และเพื่อน สมาชิกก็ได้พูดกันไปแล้วว่า หน่วยงาน มหาวิทยาลัยจะมีความเปึนอิสระ มีความคล่องตัว ต่าง ๆ นานามากมาย อันนี้เปึนข้อดี แต่ความท้าทายที่จะเกิดขึ้นมีอยู่ ๓ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ ปัญหาการบริหารจัดการงบประมาณ เมื่อมหาวิทยาลัย ต้องพึ่งพิงรายได้จากค่าเล่าเรียนและกิจการอื่น ๆ อาจจะส่งผลให้มหาวิทยาลัยขึ้นค่าเรียน และเมื่อขึ้นค่าเรียนแล้วผลกระทบนี้ ก็จะส่งต่อไปยังนักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษา ที่มีฐานะยากจน ไม่สามารถเรียนได้ซึ่งจะนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

ความท้าทายข้อที่ ๒ ก็คือความโปร่งใสในการบริหาร เดิมมหาวิทยาลัย อยู่ในการดูแลเปึนส่วนราชการของรัฐการตรวจสอบเข้มข้น แต่เมื่อเปึนหน่วยงานในกำกับ หรือออกนอกระบบไปแล้ว ความโปร่งใสก็เปึนสิ่งที่หลายคนให้ความกังวล แม้กระทั่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดไปหลายท่าน

ส่วนที่ ๓ ที่เปึนความท้าทายก็คือ คุณภาพการศึกษาและการแข่งขัน เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีรายได้เพียงพอ มหาวิทยาลัยอาจลดมาตรฐานการรับสมัครนักศึกษา หรือเน้นเป่ดหลักสูตรที่สร้างรายได้มากกว่าการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการวิจัย อันนี้ก็เปึนความท้าทายทั้ง ๓ ด้านที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานสภา เพื่อนสมาชิก และผู้ฟังทางบ้านได้ทราบ

ในส่วนของข้อสังเกต เมื่อมีความท้าทายแล้ว ผมก็คิดว่าข้อสังเกตของผมนี้ มี ๖ ด้าน อยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการซึ่งจะตั้งในวาระอันใกล้นี้ ได้นำข้อสังเกตของผม ไปพิจารณา

ข้อสังเกตข้อที่ ๑ ก็คือในมาตรา ๑๖ ควรกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเปึนผู้พิจารณากรอบวงเงินกู้ที่เกินวงเงินที่กำหนด เพื่อให้สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ

ข้อสังเกตข้อที่ ๒ มหาวิทยาลัยควรผลิตบัณฑิตที่ตอบโจทย์ประเทศชาติ และสังคม โดยการเน้นผลิตบัณฑิตในสาขาที่ขาดแคลนและเปึนที่ต้องการ เช่น หมอ พยาบาล เภสัชและวิศวกร

ข้อสังเกตข้อที่ ๓ จัดหลักสูตรระยะสั้นและระยะกลาง โดยการพัฒนาหลักสูตร ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เช่น AI หรือการเขียน Code ดังเช่นกระทรวง อว. ได้จัดให้มีการเรียนการสอนแบบออนไลน์ฟรี คนทุกคนสามารถเรียนได้ และเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านระบบ Thailand Massive Open Online Course หรือที่เราเรียกกันว่า Thai MOOC ซึ่งเปึนการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ข้อสังเกตข้อที่ ๔ มหาวิทยาลัยควรทำการวิจัยร่วมกับภาคเอกชน และอุตสาหกรรม กำหนดให้ว่าสำหรับนักวิจัยหรืออาจารย์ท่านไหนที่ต้องการรับทุนการวิจัย จะต้องมีการทำ MOU กับภาคเอกชนหรือภาคอุตสาหกรรมให้ชัดเจน เพื่อที่ว่าเมื่อผลงานวิจัย วิจัยเสร็จแล้ว จะสามารถนำมาใช้ได้จริง เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจของประเทศชาติ ไม่ใช่ว่าวิจัยเสร็จแล้วนำผลงานวิจัยไปไว้บนหิ้ง อย่างที่พวกเราก็ได้พูดกันในสภาแห่งนี้

ข้อสังเกต ข้อ ๕ ให้เก็บข้อมูลนักศึกษาที่เรียนจบ จัดทำข้อมูลสถิติเกี่ยวกับ การจ้างงานของบัณฑิตในสาขาต่าง ๆ เพื่อเปึนแนวทางในการปรับปรุงหลักสูตร บางสาขาวิชา บางหลักสูตรนักศึกษาจบมาหางานทำไม่ได้ มหาวิทยาลัยก็ต้องเก็บข้อมูลเหล่านี้ และไปปรับปรุงหลักสูตร แม้กระทั่งไปลดหลักสูตรที่ไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

สุดท้ายที่มีความสำคัญมาก ก็คือการสรรหาอธิการบดีควรกำหนดในข้อบังคับ ของมหาวิทยาลัย ให้อธิการบดีแสดงเปัาหมายที่ชัดเจนว่า หากได้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี แล้วจะสามารถยกระดับมหาวิทยาลัยได้กี่อันดับ อันนี้ควรจะอยู่ในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย อย่างเช่น วันนี้ผมไปหาข้อมูล มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีไม่ได้ถูกจัดอันดับเลย การจัดอันดับ โดยสถาบันการจัดอันดับที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเปึน QS World University Rankings หรือ Times Higher Education World University Rankings ไม่พบมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ดังนั้นในการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ข้าราชการของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีควรกำหนดการสรรหาอธิการบดีให้ชัดเจนว่า เมื่อท่านมาเปึนอธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีแล้วจะยกระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างไร อันนี้ก็เปึนข้อสังเกตของผมทั้ง ๖ ข้อ

สุดท้าย การปรับปรุงกฎหมายมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีในครั้งนี้ เปึนก้าว สำคัญที่จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัย ซึ่งสุดท้ายจะส่งผล ให้มีการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาและการวิจัย เพื่อสอดคล้องกับตลาดและสังคม ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบทางการเงินและความโปร่งใสในการบริหารจัดการ ผมจึงขอเสนอ ให้คณะกรรมาธิการพิจารณาปรับปรุงร่างกฎหมายดังกล่าวตามข้อสังเกตทั้ง ๖ ข้อที่ผม ได้กราบเรียนท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้ และเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่เฉพาะต่อมหาวิทยาลัย แต่ยังเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและสังคม ผมขอเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกท่านร่วมกันลงมติรับหลักการกับร่างพระราชบัญญัติที่สำคัญ เช่นนี้ ขอบคุณครับ