อดิศร เพียงเกษ หารือเรื่องสถาบันพระปกเกล้า โดยบอกว่าหลักสูตรที่สถาบันพระปกเกล้าจัดทำมีมาก แต่ไม่เหมาะสม และไม่ศักดิ์สิทธิ์เหมือนสมัยก่อน และขอจัดทำกฎหมายใหม่เพื่อทบทวนบทบาทของสถาบันพระปกเกล้าให้เป็นกลางและเป็นวิชาการ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อดิศร เพียงเกษ บัญชีรายชื่อ จากพรรคเพื่อไทย ผมเป็นกรรมาธิการกิจการสภาด้วยนะครับ เราก็ห่วงบ้านของเรา เราไปวิพากษ์วิจารณ์งานในกระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ ผมก็เห็นใจ ท่านประธานนะครับ ความจริงเป็นเรื่องของกรรมาธิการต้องตอบ แต่ว่าประธานก็มีหน้าที่ดูแล ก็เลยอาศัยช่วงจังหวะนี้โดยสารไปด้วย ก็คงไม่ว่าอะไรนะครับ ยิ่งอยู่กรรมาธิการเพิ่งส่งมอบ งานกันมาให้สภาบริหาร ท่านประธานประเสริฐ บุญเรือง พาพวกกระผมไปดูทุกชั้นแล้วครับ จนถึงชั้น ๑๑ ไปดูชั้น ๙ ห้องสมุด ชั้น ๙ น่าดีใจครับ มีคนไปใช้บริการวันหนึ่งประมาณ ๑๐ คน ๒๐ คน กรรมาธิการ พร้อมทั้งท่านประธาน ท่านวันมูหะมัดนอร์ เห็นควรต้องกันว่า ควรจะย้ายห้องสมุดจากชั้น ๙ ลงมาอยู่ชั้น ๑ ซึ่งกำลังดำเนินการต่อไป ผมลุกขึ้นพูดวันนี้ ผมขอพูดเรื่องสถาบันพระปกเกล้าครับ ผมเป็นสถาบันพระปกเกล้า ปปร. รุ่น ๑ รุ่นแรก ที่เรียนอยู่ที่อู่ทองใน เรียนไปยุบสภา ปรากฏว่านักเรียนกลับมาไม่ครบ สอบตกก็มี สอบได้ก็มี พัฒนามาจน ๒๖ ปี ผมว่าสถาบันพระปกเกล้ามีปัญหามาก ท่านคุณหมอเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ว่าเราน่าจะปฏิรูป เราน่าจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อจะศึกษาทบทวนการทำงานของ สถาบันพระปกเกล้าได้หรือยัง เพราะสถาบันพระปกเกล้าทุกวันนี้หลักสูตรต่าง ๆ มากมายแบบ ท่านมานพ คีรีภูวดล ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้อภิปรายไป คล้าย ๆ ว่าใคร ๆ ก็อยากเรียน สร้าง Connection ที่นี่ ลงทุนเท่าไรก็ได้ ฝากกันอย่างกับเข้าสวนกุหลาบ ฝากกันอย่างกับเข้า เทพศิรินทร์ มันไม่ใช่สถาบันพระปกเกล้าตามที่จินตนาการที่เราออก เรานี่หมายถึงสมัยผม ปี ๒๕๔๑ ออกกฎหมาย ต้องการให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นสถาบันวิชาการ เป็นกลาง ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ท่านครับ ท่านต้องเป็นกลางในทางการเมือง หลายหลักสูตร ผมไม่วิจารณ์ แต่ผมขอวิจารณ์ว่าสถาบันพระปกเกล้าไม่มีหน้าที่ไปทำ Poll สำรวจให้ พรรคการเมืองนั้นดีกว่าพรรคการเมืองนี้ ที่นี่สถาบันพระปกเกล้าเป็นหน่วยงานที่สังกัดรัฐสภา ต้องเป็นกลาง ๑ เสียงที่นี่ก็มีความหมาย ๑๐ เสียง ก็มีความหมาย ๑๐๐ เสียง มีความหมาย ทำ Poll เพื่อประหนึ่งไปชี้นำว่าพรรคนี้ควรเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคนี้ควรจะได้รับ ความนิยม มันไม่ใช่หน้าที่ของสถาบันพระปกเกล้า ท่านฉลาด ขามช่วง รองประธานกรรมาธิการกิจการสภา บอกว่า อย่างนี้ต้องเชิญสถาบัน พระปกเกล้ามาพูดคุยที่กิจการสภา เพื่อจะนำไปสู่ในการทบทวนกฎหมาย ทบทวนบทบาทของ สถาบันพระปกเกล้าต่อไป ผมติดใจเรื่อง Poll นะครับ ให้หยุดกระทำการเสีย อย่าไปแข่งกับ NIDA อย่าไปแข่งกับสวนดุสิต อย่าไปแข่งกับทางมหาวิทยาลัยหอการค้า ให้เขาทำไปครับ นี่สถาบันพระปกเกล้าทำตัวเป็น NIDA ๒ เปิดหลักสูตร โอ้โฮ อย่างกับคลอดลูกแฝด เรียนกัน นาย ก เรียนหลักสูตรนี้แล้วก็ไปเรียนซ้ำ ๆ ถามไป ถามมา ผมก็โดนฝากเหมือนกันครับ ผมก็รับปากตามประสาผู้แทน ก็รับไปเรื่อย ฝากมาผมก็รับไว้จนล้นกระเป๋าแล้ว เรียนไปทำไมละครับ ผมจึงอยากให้ท่านประธานและท่านกรรมาธิการตอบผมเรื่องนี้หน่อย สถาบันพระปกเกล้า มีหน้าที่ทำ Poll ชี้นำสังคมหรือครับ ที่นี่มันเป็นหน่วยงานของรัฐสภาและหน่วยงานที่เป็นกลาง ผมอยากให้มีสถาบันพระปกเกล้าต่อไป เพราะเรามีเฉพาะ วปอ. สมัยก่อนทหารเอาเอกชน ไปล้างสมอง เราตั้งพระปกเกล้ามา ก็พูดเล่น ๆ กันว่าเราก็เอาทหารมาล้างสมองบ้างสิ โดยตั้งสถาบันพระปกเกล้าขึ้นมา จะปฏิวัติรัฐประหารเมื่อไรให้บอกกูหน่อยสิ มึงจะทำเมื่อไร เอาไปเอามาเป็นตลาดวิชา ผมก็ขำไปในตัวนะครับ สถาบันพระปกเกล้าไม่ศักดิ์สิทธิ์เหมือน ตอนแรก ๆ เดี๋ยวนี้สถาบันพระปกเกล้าใครทำได้ หลักสูตรเล็ก ๆ น้อย ๆ ข่อหล่อแข่แหล่นี่ครับ โอ้โฮใส่เสื้อสูทโชว์หน้าอกเป็นสถาบันพระปกเกล้าอย่างนี้ครับ ผมว่าเราควรจัดทำกฎหมายใหม่ เพื่อทบทวนให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นวิชาการให้แก่พวกเราในการทำงาน ในระบอบประชาธิปไตย ขออนุญาตนะครับ ผู้เป็นความลับ ผมต้องการสถาบันพระปกเกล้า เป็นกลาง แต่ไม่ใช่พระพุทธรูปนะครับ เป็นกลางเพื่อชี้นำประชาธิปไตย ภายใต้หน่วยงานที่มี หลายพรรค หลายพวกอยู่ที่นี่ ท่านอย่าเอียง ถ้าทำไม่ได้ก็เปลี่ยนผู้บริหารใหม่ ดูประหนึ่งว่า ผู้บริหารบางคนของสถาบันพระปกเกล้าเอียงไปสังกัดพรรคการเมืองบางพรรคเสียด้วยซ้ำไป ขออนุญาตนะครับ พูดตรงใจครับ ขอบคุณครับ