มานพ คีรีภูวดล หารือถึงที่มาและเจตนารมณ์การจัดตั้งสถาบันพระปกเกล้าเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยภายใต้รัฐสภา พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณ การเก็บค่าธรรมเนียม และการจัดซื้อครุภัณฑ์ เช่น คอมพิวเตอร์ 165 เครื่องมูลค่า 7.6 ล้านบาท โดยเสนอให้ใช้รายได้ของสถาบันแทนการใช้งบประมาณแผ่นดิน และเรียกร้องให้สถาบันยึดมั่นในวิสัยทัศน์เดิมในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านประชาธิปไตยตามบทบาทที่กำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2541
ไม่ใช่ PowerPoint ผมแน่นอนครับ ท่านณัฐวุฒิ ผมมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องของการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ๑๖๕ เครื่อง งบประมาณประมาณ ๗.๖ ล้านบาท ทีนี้ก่อนที่ผมจะลงรายละเอียด อย่างที่ผมได้นำเรียน ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันเกิดของสถาบันพระปกเกล้า ผมคิดว่ามันมีที่มาที่ไป มันมีเจตนารมณ์ แล้วก็วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนครับท่านประธาน วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๖ ครบรอบ ๑๐๐ ปี วันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นที่มาของ ประธานรัฐสภาในขณะนั้น คือท่านอาจารย์มารุต บุนนาค ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อที่จะ ศึกษาความเป็นไปได้ว่ามันจะมีองค์กร หรือจะมีกลไกอะไรสักอย่างไหม ที่จะทำหน้าที่ เกี่ยวกับเรื่องของกระบวนการปกครองในระบอบประชาธิปไตย วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๔๐ ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้ตั้งคณะกรรมการยกร่าง พ.ร.บ. สถาบันพระปกเกล้า ครับท่านประธาน วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๔๑ มีการประกาศลงนามพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๕ กันยายน จึงเป็นวันเกิดอย่างเป็นทางการของ สถาบันพระปกเกล้าครับ ทีนี้ผมมาดูในเจตนารมณ์ ชัดเจนนะครับว่า โดยที่ให้เป็นการสมควร จัดตั้งสถาบันพระปกเกล้าขึ้นเป็นสถาบันทางวิชาการในกำกับของรัฐสภา เพื่อทำหน้าที่ เผยแพร่ความรู้ด้านการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสู่ประชาชน รวมทั้ง เพื่อการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยปัญหาแนวทางการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างมีระบบ เพื่อให้ ระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความเป็นปึกแผ่น ยั่งยืน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ อันนี้คือเหตุผลขนาดใหญ่ที่จะได้มีการตั้งสถาบัน ตรงนี้ครับท่านประธาน
ทีนี้ผมมาดูในวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. สถาบันพระปกเกล้า มาตรา ๖ มีอยู่ ๑๐ ข้อ หน้าที่ วัตถุประสงค์ มันมีข้อที่สำคัญก็คือว่า ส่งเสริมงานวิชาการของรัฐสภา อันนี้ เป็นเรื่องสำคัญ ประเด็นที่ผมจะพูดต่อก็คือว่า ในหมวด ๓ มาตรา ๒๐ มันพูดถึงเรื่องกองทุน ด้วยครับท่านประธาน ทั้งหมดที่ผมกำลังจะพูดนี้หมายความว่า ภารกิจภายใต้เจตนารมณ์ ที่เกิดขึ้นมา ๑๐๐ ปีของพระราชสมภพ ของพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและมีกระบวนการ ดำเนินการจนมาเป็นวันเกิดของพระปกเกล้า คือวันที่ ๕ กันยายน ปีนี้ครบ ๒๖ ปี สิ่งสำคัญที่ ผมได้สอบถามพี่น้องประชาชน แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายท่านเหมือนกันนะครับ ผมคิดว่า เรื่องที่สำคัญที่สุด คือว่าการรับใช้รัฐสภาที่จะทำหน้าที่ในการเป็นสถาบันนิติบัญญัติในทาง วิชาการ แต่วันนี้ผมคิดว่าหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้าได้เปิดหลักสูตรตั้งแต่หลักสูตร ผู้บริหารระดับสูง หลักสูตรย่อยต่าง ๆ ค่อนข้างที่จะเยอะครับท่านประธาน
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่ามันมีการเก็บค่าใช้จ่ายในการเรียนแต่ละหลักสูตร ซึ่งผมเข้าใจว่าก็เป็นเรื่องปกติ กฎหมายก็เขียนไว้อยู่แล้วว่ารายได้ทุกอย่างของสถาบันก็เข้าสู่ กองทุน ก็มีสิทธิที่จะทำได้ แต่กองทุนตรงนี้เขียนในกฎหมายชัดเจนว่า งบประมาณที่เกิดจาก รายได้ตาม พ.ร.บ. นี้ ในมาตรา ๒๐ ไม่ต้องส่งคืนคลัง เป็นอำนาจของสถาบัน เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมถามว่าภารกิจหลักที่จะทำหน้าที่ในข้อ ๘ คือส่งเสริมงานและบริการ วิชาการของรัฐสภา ผมคิดว่าน้ำหนักในการทำงานในหน้าที่แต่ละข้อกับน้ำหนักที่จะเปิด หลักสูตร เพื่อที่จะแสวงหารายได้ ตรงนี้เป็นคำถามผมว่า ต่อไปนี้เราจะอธิบายตาม เจตนารมณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ จนมาเป็น พ.ร.บ. สถาบันพระปกเกล้า เมื่อปี ๒๕๔๑ และมีเขียนไว้ในหน้าที่ในข้อ ๘ อย่างชัดเจนได้อย่างไร กลับมาในประเด็นที่ผมร่ายมายาว ผมคิดว่าเมื่อกองทุนมีรายได้แล้ว หลักสูตรแต่ละหลักสูตรนี้เก็บไม่ใช่น้อย ๆ นะครับ ท่านประธาน บางหลักสูตรนี้เป็นแสน โดยเฉพาะภาคเอกชน ถ้าท่านประธานไปดูอัตราส่วนของนักศึกษาแต่ละรุ่น โดยเฉพาะนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหาร ระดับสูง ส่วนราชการก็นิดหนึ่ง รัฐสภาก็จะได้โควตามา บางหลักสูตรก็ได้ ๒ คน ช่วงหลัง ก็จะเพิ่มขึ้น แต่ว่าส่วนใหญ่เป็นภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ผมถามว่ารายได้ตัวนี้ไม่ได้ส่ง คืนคลัง ทำไมท่านไม่ใช้งบประมาณที่เป็นรายได้ของสถาบันจัดซื้อคอมพิวเตอร์ ๑๖๕ เครื่อง ๗.๖ ล้านบาท ทำไมต้องมาขอที่สภา เพราะท่านก็มีรายได้ จริง ๆ แล้วคือท่านต้องมารายงาน ด้วยครับ แต่ละปีรายได้ของท่านจากการบริหารหลักสูตรต่าง ๆ มีรายได้เข้ามาเท่าไร ใช้จ่ายอย่างไร ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ
ในข้อคำถามที่ ๒ ผมยังงงกับสถาบันพระปกเกล้าอยู่นะครับว่า คือในรายละเอียด บอกว่าซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เป็น CPU แล้วผมก็งงว่า ณ เวลานี้งานวิจัย งานลงพื้นที่ งานเก็บ ข้อมูล งานสังเคราะห์ข้อมูลมันจำเป็นจะต้องใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือครับ ผมก็เห็น เจ้าหน้าที่แต่ละคนเขาใช้ iPad ใช้โน้ตบุ๊กกันเต็มไปหมดเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ผมอยากได้คำตอบด้วย และที่สำคัญผมมีข้อเสนอแนะว่า เมื่อสถาบันมีรายได้จากตรงนี้แล้ว ทำไมจะต้องใช้งบประมาณตรงนี้ ใช้งบประมาณที่เป็นรายได้ก็ได้
ส่วนที่เป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับผม ที่ผมร่ายยาวมาตลอดก็คือว่า ผมอยากจะเห็นสถาบันพระปกเกล้ากลับมาตามเจตนารมณ์ของการก่อเกิดสถาบันเมื่อปี ๒๕๔๑ และตามหน้าที่ ๑๐ ข้อที่ผมได้นำเรียนครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน