ธเนศ เครือรัตน์ ระบุว่าการปรับลดเงินในแผนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นการลดค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบโรงงานที่ก่อให้เกิดปัญหาแก่ชุมชนและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมและเรียกร้องการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหานี้ และส่งเสริมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาและปรับลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธเนศ เครือรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๑ ในฐานะ ที่เป็นประธานคณะอนุฝึกอบรม สัมมนา และเป็นคณะที่ปรับลดงบประมาณในส่วนของ กรมโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนทั้งสิ้น ๕๒ ล้านบาทเศษ ในการปรับลดงบประมาณนี้ ก็ไม่ได้เป็นความเห็นของประธานคณะอนุกรรมาธิการคนเดียว คณะอนุกรรมาธิการประกอบ ไปด้วยทุกพรรคการเมือง และสุดท้ายกรมโรงงานอุตสาหกรรมก็ได้มีการอุทธรณ์เข้ามาที่ คณะกรรมาธิการห้องใหญ่ ท่านกรรมาธิการทั้งหมดทุกท่านก็มีความเห็นไปในแนวทาง เดียวกัน เสียงส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับคณะอนุกรรมาธิการ ผมนำเรียนอย่างนี้ครับ ท่านสมาชิกหลายท่านที่ได้พูดถึงประเด็นของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผมอยากจะให้ดูก่อน ว่าสิ่งที่เราได้ปรับลดไปอยู่ในแผนยุทธศาสตร์จัดการผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เป็นค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์โรงงานที่ก่อเหตุเดือดร้อนแก่ชุมชน และสร้างผลกระทบ ร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งงบประมาณไว้ ๖๔ ล้านบาทเศษ เราปรับลดไป ๓๐ ล้านบาท ยังเหลืองบประมาณอีก ๓๔ ล้านบาทเศษให้ได้บริหารนะครับ
อีกส่วนหนึ่งก็คืออยู่ในส่วนของแผนยุทธศาสตร์จัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมจำนวน ๑๒ ล้านบาท ที่เราปรับลดกันไป งบประมาณตั้งไว้ ๓๒ ล้านบาท ขอนำเรียนอย่างนี้ครับว่า คณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วว่า ควรจะปรับลดงบประมาณลง ๑๒ ล้านบาท เมื่อสักครู่ท่านอัครเดช ต้องขอบพระคุณ ท่านมากที่ท่านได้ให้คำแนะนำ แล้วก็อยู่ในระหว่างการยกร่างกฎหมายข้อบังคับขึ้นนะครับ ทางคณะอนุกรรมาธิการเห็นว่าผู้ประกอบการควรมีส่วนร่วมในค่าใช้จ่าย จะให้ภาครัฐ มีส่วนรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายทั้งหมดแต่ฝ่ายเดียวไม่ได้ การบังคับใช้กฎหมายต้องเข้มงวด มากกว่านี้ ควรไปแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ควรรณรงค์ให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบในการแก้ไข ปัญหากากอุตสาหกรรม ทางคณะอนุกรรมาธิการเลยมีมติปรับลดงบประมาณลงจำนวน ๑๒ ล้านบาท ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม ส่วนค่าใช้จ่าย ในการตรวจวิเคราะห์โรงงานที่ก่อเหตุเดือดร้อนแก่ชุมชน งบประมาณ ๖๔ ล้านบาทเศษ คณะอนุกรรมาธิการปรับลดงบประมาณไป ๓๐ ล้านบาท ผมถามท่านอย่างนี้ครับว่า เวลาท่านพิจารณางบประมาณท่านดูจากอะไร
ข้อ ๑ ท่านก็ต้องดูว่าในส่วนที่ผ่านมา ในปีที่ผ่านมาหน่วยงานได้ ตั้งงบประมาณไว้หรือเปล่านะครับ ผมจะให้ท่านดูว่าในปีที่ผ่านมา ๒๕๖๖ ๒๕๖๗ หน่วยงาน ตั้งงบประมาณไว้ ๒ ล้านบาทเศษ ในปี ๒๕๖๖ ในปี ๒๕๖๗ หน่วยงานตั้งไว้ ๒.๘ ล้านบาทเศษ พอในปี ๒๕๖๘ พอเกิดเหตุขึ้นหน่วยงานมาตั้งไว้ ๖๔ ล้านบาทเศษ ท่านสมาชิกถ้าท่านเป็น คณะอนุกรรมาธิการท่านก็ต้องพิจารณาแบบที่พวกเราพิจารณากัน ปกติแล้วท่านตั้ง ๒ ล้านบาท ๒ ล้านบาท ๒ ล้านบาท ท่านมาตั้ง ๖๔ ล้านบาท อันนี้ก็คือเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณา
ส่วนที่ ๒ อยู่ที่การชี้แจงของหน่วยรับงบประมาณ หน่วยรับงบประมาณ ไม่สามารถที่จะชี้แจงได้ว่า งบประมาณที่รับไป ๖๔ ล้านบาทเศษจะไปใช้อะไรบ้าง ทางกรรมาธิการก็ได้ถามนะครับว่า จะมีการจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินงานหรือเปล่า หรือว่าขออนุญาตนะครับ ที่เรียกว่า Outsource ทางหน่วยงานก็บอกว่าไม่มีการจ้าง แล้วบุคลากรล่ะ เขาบอกบุคลากรมีเท่าเดิม แต่งบประมาณที่เพิ่มขึ้นประมาณ ๒๐ เท่า เราคิดว่ามันเกินความสามารถของหน่วยงานที่จะสามารถบริหารจัดการได้ เราถึงขออนุญาต ปรับลดลง ๓๐ ล้านบาท ท่านอภิปรายมาท่านพูดถึงไฟไหม้ เหตุเกิดที่กากมลพิษรั่วต่าง ๆ อันนั้นมันเป็นแผนเผชิญเหตุ ซึ่งผมคิดว่าทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมก็ของบส่วนงบกลาง จากท่านนายกรัฐมนตรี แต่อาจจะมีการปรับช้าหรือไม่ อย่างไร ไม่เกี่ยวข้องกับทาง กรรมาธิการนะครับ แต่ว่างบนี้เป็นงบ ท่านฟังให้ดี ๆ นะครับว่า ค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์ โรงงานที่ก่อเหตุเดือดร้อนแก่ชุมชน และสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มันไม่ใช่เป็นแผน เผชิญเหตุที่พวกท่านพูดถึงกันนะครับ
ที่สำคัญที่สุดนะครับ หลังจากที่เรามีการปรับลดงบประมาณแล้ว ทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมก็ได้มีการอุทธรณ์เข้ามาที่คณะกรรมาธิการห้องใหญ่ และในหนังสืออุทธรณ์ กรมโรงงานอุตสาหกรรมก็เขียนว่า โดยงบประมาณที่ใช้ดำเนินการ เฉลี่ยปีละ ๒๙.๓ ล้านบาทเศษ ซึ่งงบประมาณทั้งหมดที่ตั้งไว้คือ ๖๔ ล้านบาท เราปรับลดไป ๓๐ ล้านบาท ยังเหลืออีก ๓๔ ล้านบาท ซึ่งมากกว่าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมชี้แจงมา ด้วยซ้ำไปในคำขออุทธรณ์มา ส่วนคณะกรรมาธิการห้องใหญ่ก็เลยเห็นด้วยกับ คณะอนุกรรมาธิการ เลยอยากจะนำเรียนท่านผู้อภิปรายให้เข้าใจตามนี้ว่าที่ คณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณาปรับลดงบประมาณนั้นเหมาะสมแล้ว แล้วขอยืนยันตามมติของ คณะอนุกรรมาธิการ ขอบคุณครับ