สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๕ กันยายน ๒๕๖๗

เทอดชาติ ชัยพงษ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในการยกระดับคุณภาพของประเทศ

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทยครับ การเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๘ และการเสนอตัดของ กรรมาธิการในส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม ตอนแรกผมเองก็ไม่ได้แปรญัตติไว้ แต่ว่าพอมาถึง กระทรวงซึ่งมีหน้าที่ในการที่จะยกระดับคุณภาพของประเทศแล้ว จึงต้องขออภิปราย จริง ๆ แล้วในเรื่องของงบประมาณแต่ละปีที่ผ่านมาทั้งหมด ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายนัก เนื่องจากว่างบประมาณแต่ละปีนั้นมักจะเป็นแผนงานโครงการเดิมที่ปัดฝุ่นต่อเนื่องมาจาก ปีก่อน ๆ เพียงแต่ตัดยอดหรือเพิ่มยอดงบประมาณมาแต่ละปีเท่านั้น ไม่ได้เห็นกลยุทธ์ หรือวิธีการของการเปลี่ยนแปลงงบประมาณที่ไปสู่การสร้างหรือการพัฒนาประเทศเท่าไร เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดท่านประธานครับ กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นกระทรวงที่ช่วย ยกระดับของประเทศ ทำไมครับ ถ้าเราบอกว่าโลกมี ๓ ยุค ถ้าเราจะผ่านพ้นของยุค เกษตรกรรม ถ้าเราเข้ามาสู่ยุคของอุตสาหกรรม แล้วเข้ามาสู่ยุค IT วันนี้ลองถามตัวเองว่า เราอยู่ยุคไหนแล้ว เพราะฉะนั้นกระทรวงอุตสาหกรรมจึงเป็นมิติสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการ ยกระดับคุณภาพของประเทศ การเติม การเพิ่ม การตัดงบประมาณนั้นไม่ได้สร้างการ เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งสำคัญที่สุดนั้น เราจะต้องทำอย่างไรที่จะทำให้ประเทศเรามีคุณภาพ มีรายได้เพิ่มขึ้น มีศักยภาพ มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น ที่ผมดูทั้งหมดนี้ ถ้าเรามองเชิง ปัจจัยการผลิต ในเรื่องของคน ทุน วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ และการประกอบการในการจัดการนั้น เราจะเห็นว่าในแผนงานโครงการต่าง ๆ นั้นไม่ได้พูดถึงเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญที่จะเกิดการสร้างคุณภาพของประเทศได้ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดนั้น เราจะต้องสร้างคนครับ ประเทศที่เขาเจริญแล้ว ประเทศที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ ประเทศที่สร้างประเทศด้วยการใช้คนเป็นหลัก ใช้ทรัพยากรมนุษย์เป็นหลัก เพราะฉะนั้น จึงฝากทางกรรมาธิการและกระทรวงอุตสาหกรรมครับ ทรัพยากรมนุษย์หรือคนจึงเป็น เรื่องสำคัญ เราจะทำระยะยาวได้อย่างไร ในการที่จะปูพื้นฐานในการยกระดับ การสร้างงาน ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา คือระดับพื้นฐานในเรื่องของการสร้างความคิด สร้างสรรค์ การสร้างเสริมพัฒนาการ การดูความถนัด ความสนใจต่าง ๆ มาต่อที่ระดับ อาชีวศึกษาในการสร้างทักษะอาชีพต่อยอดทักษะฝีมือสู่ผู้ประกอบการรายย่อย สร้างเสริม นวัตกรรมใหม่ ๆ และสร้างผู้ประกอบการรายย่อยเกิดขึ้น มาถึงระดับอุดมศึกษา ที่จะเป็นเรื่องของการส่งเสริมความเป็นเลิศสู่การผลิต การสร้างนวัตกรรม การสร้าง Brand ใหม่ ที่เป็นชื่อไทย เป็นของไทย ใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมในการขับเคลื่อน แต่ที่สำคัญที่สุดครับ ทรัพยากรมนุษย์ในภาคของแรงงาน สถานประกอบการที่ทำหน้าที่อยู่แล้ว การสร้าง ความเชี่ยวชาญให้หน่วยงานให้ผู้เชี่ยวชาญให้ผู้ที่มีความสามารถที่มีความเป็นเลิศนั้นเป็น ที่ปรึกษาสถานประกอบการต่าง ๆ ผมได้อ่านรายงานแล้วปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา สถานประกอบการนั้นปิดตัวลงประมาณ ๕๐ แห่ง แต่ก็มีสถานประกอบการขนาดเล็กเกิดขึ้น สถานประกอบการขนาดเล็กนี่ละครับ ที่จำเป็นที่สุดที่เราจะต้องสร้างคนขึ้นมา เพราะฉะนั้น ทุนมนุษย์จึงเป็นเรื่องสำคัญครับ เราจะต้องสร้างผู้ประกอบการรายย่อยหรือกลุ่มวิสาหกิจ ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตรหรืออุตสาหกรรมการผลิตก็ดีเหล่านี้ ควรจะอยู่ในงบประมาณ แต่ละปี วิธีคิดเหล่านี้จึงเป็นเรื่องจำเป็น เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ได้มีวิธีในการที่จะทำงบประมาณของแผ่นดินให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยมุ่งเป้าไปที่ ประโยชน์ของพี่น้องประชาชน นั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญ การที่เราเปลี่ยนผ่านภาคการเกษตร มาสู่ภาคอุตสากรรมนั้น ภาคการเกษตรเองนั้นท่านธีระชัย แสนแก้ว ท่านก็ได้อภิปราย ไปแล้วเรื่องของไร่อ้อย ยังมีเรื่องข้าว เรื่องพืชการเกษตรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นลำไย ทุเรียน ลิ้นจี่ ลองกอง ทั้งหมดนี้เราก็สามารถจะเอาภาคการเกษตรเหล่านี้มาทำเป็นภาคอุตสาหกรรม ส่งเสริมความเป็นเลิศได้ ตรงนี้ละครับ จึงเป็นเรื่องสำคัญ ผมมองแล้วยังไม่เห็นการเชื่อมต่อ เชื่อมโยงในการสร้างที่เป็นระบบและปูไปสู่การพัฒนาในระยะยาว เพื่อที่จะยกระดับของ ประเทศได้ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมเองนั้นก็เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ ก็ขออภิปรายในเรื่องของการพิจารณางบประมาณของกระทรวงอุตสาหกรรมครับ ขอบคุณครับ