จุลพันธ์ แจงผลพิจารณาร่างงบฯ 2568 เน้นใช้จ่ายคุ้มค่า-โปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๓ กันยายน ๒๕๖๗

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2568 จากการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญ ย้ำการใช้จ่ายต้องมีประสิทธิภาพ สอดคล้องนโยบายรัฐและยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมเสนอแนวทางควบคุมหนี้สาธารณะ กำหนดนิยามรายจ่ายลงทุนอย่างชัดเจน และผลักดันการบูรณาการข้อมูลงบประมาณให้โปร่งใสและเชื่อมโยงกันได้ โดยคณะกรรมาธิการได้ปรับลดและเพิ่มงบประมาณตามความเหมาะสม ความคุ้มค่า และสถานการณ์จริง รวมถึงการปรับโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณในหลายหน่วยงาน เช่น การศึกษา สาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นมูลค่ากว่า 7,800 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการเศรษฐกิจและการกระจายอำนาจอย่างมั่นคง พร้อมทั้งสรุปผลการพิจารณาจากเอกสารทั้ง 4 เล่มและแสดงความพร้อมในการชี้แจงเพิ่มเติมต่อที่ประชุมต่อไป

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ วิสามัญ ขอเสนอรายงานการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ต่อท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดังนี้

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เสนอ และได้ มีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวในวาระที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๗ และมีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ นั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปรากฏรายละเอียดตามรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งได้เสนอต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านแล้ว กระผมขอเรียนสรุปสาระสำคัญ ของผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ต่อที่ประชุมดังนี้ครับ

คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เริ่มพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตั้งแต่วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๗ จนแล้วเสร็จในวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๗ โดยได้ร่วมกันพิจารณา รายละเอียดงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณ รวมทั้งสิ้น ๒,๙๘๗ หน่วยรับงบประมาณ โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ให้ความสำคัญกับผลสัมฤทธิ์ที่ประชาชนจะได้รับจากการ ใช้จ่ายงบประมาณที่มีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อให้การดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยรับงบประมาณสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความจำเป็นความต้องการในพื้นที่ และแผนพัฒนาพื้นที่ ตามความต้องการของประชาชน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพความคุ้มค่าในการใช้จ่าย งบประมาณ และผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน หน่วยรับงบประมาณ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม โดยมีข้อเสนอ ในภาพรวมที่สำคัญ เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการเกี่ยวกับการออกมาตรการควบคุมระดับหนี้ สาธารณะให้ลดลง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ และกำหนดนิยามของ รายจ่ายลงทุนให้มีความชัดเจน หลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สอดคล้องกับเงินสะสม เพื่อให้การใช้งบประมาณ การเก็บรายได้สะท้อนกับความเป็นจริง หน่วยรับงบประมาณควรมีการบูรณาการข้อมูลรวมกัน และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลของ ทุกหน่วยรับงบประมาณ โดยสามารถแสดงข้อมูลในมิติด้านรายรับ และมิติด้านรายจ่าย ตลอดจนภาระหนี้ ซึ่งจะช่วยในการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานในภาพรวมได้อย่าง มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ในการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ จำนวน ๙ คณะ และคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ปรับลด งบประมาณ จำนวน ๗,๘๒๔,๓๙๘,๕๐๐ บาท โดยได้พิจารณาจากความสอดคล้องกับ สถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งเป้าหมายและผลดำเนินงานจริง ความคุ้มค่า ความพร้อม ในการดำเนินงาน และศักยภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ ตลอดจนให้ความสำคัญ กับเงินนอกงบประมาณ หรือรายได้ที่จัดเก็บเองของหน่วยรับงบประมาณ เป็นข้อมูล ประกอบการพิจารณา อาทิเช่น

๑. รายการที่สามารถปรับลดเป้าหมาย หรือปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดความประหยัด เช่น การฝึกอบรมสัมมนา การจ้างเหมาบริการ การจ้างที่ปรึกษา การประชาสัมพันธ์ การเดินทางไปราชการต่างประเทศ เป็นต้น

๒. รายการที่มีผลดำเนินงานล่าช้ากว่าแผนการที่กำหนดไว้ และคาดว่า ไม่สามารถใช้จ่ายได้ทันภายในปีงบประมาณ หรือรายการผูกพันงบประมาณเดิม ที่ผลการจัดซื้อจัดจ้างต่ำกว่าวงเงินงบประมาณที่เสนอไว้

๓. รายการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือที่ได้ดำเนินการไปแล้ว โดยใช้จ่ายจากการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณหรือการปรับแผนการปฏิบัติงาน

๔. รายการที่ยกเลิกโครงการหรือสามารถใช้เงินจากแหล่งอื่นนอกเหนือจาก งบประมาณได้ เช่น เงินนอกงบประมาณหรือรายได้ที่จัดเก็บเองหรือเงินสะสมคงเหลือ

สำหรับการเพิ่มงบประมาณนั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเพิ่ม งบประมาณตามความเหมาะสมจำเป็นให้เพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานดังนี้

๑. งบกลาง เป็นค่าใช้จ่ายเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น

๒. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมกิจการผู้สูงอายุ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามสิทธิเงินอุดหนุนที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการคุ้มครอง ผู้สูงอายุแบบครอบคลุมอุปถัมภ์

๓. กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายตามสิทธิ ในการชำระเงินสมทบตามแผนงบประมาณรายจ่ายระยะปานกลาง สำหรับเงินสมทบกองทุน ประกันสังคมในส่วนที่รัฐค้างชำระ

๔. กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมระบบไฟฟ้าสำหรับโรงเรียนที่ขาดแคลน

๕. กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข การก่อสร้าง อาคารทางการแพทย์และหอพักสถาบันพระบรมราชชนก เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการผลิต นักศึกษาแพทย์ นักศึกษาพยาบาล นักศึกษาด้านสาธารณสุข ผู้ช่วยพยาบาล และผู้ช่วย สาธารณสุข

๖. สถาบันพระปกเกล้า เป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงห้อง Data Center เพื่อให้เป็นศูนย์ข้อมูลกลางรวบรวมฐานข้อมูลที่สำคัญ ห้องเรียนอัจฉริยะสำหรับฝึกอบรม และประชุมทางไกล

๗. หน่วยงานของรัฐสภา หน่วยงานของศาล และหน่วยงานขององค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจของ หน่วยงานให้เพียงพอ

๘. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็น ค่าใช้จ่ายตามสิทธิที่เกิดขึ้น เนื่องจากการสนับสนุนการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบล

๙. ทุนหมุนเวียน กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา จ่ายให้กู้ยืมสำหรับผู้กู้ยืม รายเก่าซึ่งมีสัญญาให้กู้ยืมตามกฎหมายแล้ว และกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรายการบริการแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าบริการทางการแพทย์

๑๐. แผนงานบูรณาการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อชุดทดสอบสารเสพติด รวมทั้งสิ้น ๗,๘๒๔,๓๙๘,๕๐๐ บาทถ้วน วงเงินตามจำนวนที่ปรับลดงบประมาณได้

นอกจากนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้พิจารณาอนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ จำนวน ๒ รายการ ประกอบด้วย

๑. การเปลี่ยนแปลงงบประมาณของรัฐวิสาหกิจ ๕ แห่ง ได้แก่ ๑. ธนาคาร พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ๒. ธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตร ๓. ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ๔. ธนาคารออมสิน และ ๕. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวได้พิจารณาทบทวนปรับลด งบประมาณ ในส่วนที่หมดความจำเป็นหรือสามารถชะลอการดำเนินการได้ เพื่อไป ดำเนินการในงบกลางรายการค่าใช้จ่าย เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของ ระบบเศรษฐกิจ จำนวน ๓๕,๐๐๐ ล้านบาทถ้วน

๒. การเปลี่ยนแปลงงบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข แผนงานบุคลากรภาครัฐรายจ่ายบุคลากรภาครัฐ จำนวน ๕๐๑,๕๓๐,๙๐๐ บาทถ้วน ไปเป็น งบประมาณรายจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นเงินอุดหนุนสำหรับการ สนับสนุนการถ่ายโอนบุคลากร สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ๔๗ แห่ง ซึ่งเป็นไป ตามประกาศคณะกรรมการการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒

ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนว่า การพิจารณารายละเอียดงบประมาณ ทั้งการปรับลด การเพิ่ม และการเปลี่ยนแปลงงบประมาณดังกล่าวของคณะกรรมาธิการ วิสามัญ ได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความพร้อมและศักยภาพของหน่วยงาน ความซ้ำซ้อน เป้าหมายการดำเนินงาน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ภารกิจสำคัญเพื่อสนับสนุนการกระตุ้น เศรษฐกิจของประเทศ การแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชน และประโยชน์ต่อ ประชาชนโดยตรงเป็นสำคัญ รวมทั้งสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตและมีความเข้มแข็ง รองรับผลกระทบทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศได้อย่างมีเสถียรภาพ เพื่อให้ สามารถดำเนินการภายในกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายจำนวน ๓,๗๕๒,๗๐๐ ล้านบาทถ้วน

สำหรับรายละเอียดผลการพิจารณารวมทั้งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ปรากฏตามเอกสารรายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้แจกจ่ายให้กับสมาชิกผู้ทรงเกียรติ แล้วรวม ๔ เล่ม คือเล่มที่ ๑ เป็นรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เล่มที่ ๒ เป็น ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ เล่มที่ ๓ เป็นรายงานผลการพิจารณารายการปรับลดงบประมาณ และเล่มที่ ๔ เป็นรายงานผล การพิจารณารายการเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอถือโอกาสนี้ในการขอบคุณท่าน กรรมาธิการวิสามัญทุกท่านที่ได้ให้ความสำคัญเสียสละเวลาและร่วมมือกันในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๘ อย่างเต็มที่ จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี พร้อมทั้งขอขอบคุณท่านหัวหน้าหน่วยรับงบประมาณทุกท่าน ที่ได้ให้ความร่วมมือในการชี้แจงรายละเอียด และจัดเตรียมเอกสารให้คณะกรรมาธิการ วิสามัญเป็นอย่างดี รวมถึงสำนักงบประมาณที่ได้สนับสนุนข้อมูลประกอบการพิจารณาตลอด การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญด้วยเช่นกัน

สุดท้ายนี้กระผมและคณะกรรมาธิการวิสามัญยินดีและพร้อมที่จะชี้แจง ข้อซักถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในแต่ละมาตราต่อไป ขอบพระคุณครับ