ศิริกัญญา ชี้งบปี 68 ล้น ขอทบทวนใหม่ให้สอดคล้องเศรษฐกิจ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๓ กันยายน ๒๕๖๗

ศิริกัญญา ตันสกุล วิพากษ์งบประมาณปี 2568 ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญและเสียงข้างน้อย โดยเสนอให้ปรับลดงบประมาณลงประมาณ 200,000 ล้านบาท เหลือ 3.5 ล้านล้านบาทเศษ พร้อมชี้แจงเหตุผลจากผลการพิจารณาที่ผ่านมาและเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทบทวนการจัดสรรงบประมาณใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวและรายได้ที่คาดว่าจะต่ำกว่าเป้าหมาย โดยเฉพาะการตัดงบของรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานสำคัญของรัฐ

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนค่ะ ดิฉันเป็น กรรมาธิการที่นั่งอยู่ในกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ และเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ในมาตรา ๔ ดิฉันได้สงวนความเห็นที่จะขอ ปรับลดงบประมาณของปี ๒๕๖๘ ลงอีกราว ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๓.๕ ล้านบาทเศษ ด้วยมีเหตุผลดังต่อไปนี้ค่ะ

ประการแรก เดี๋ยวเราไปดูกันก่อนว่าที่กรรมาธิการได้ทำหน้าที่มา ๒ เดือนกว่า ที่ผ่านมาได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงในงบประมาณปี ๒๕๖๘ นี้ไปบ้างนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ขอหน้าต่อไปเลยค่ะ ๕ อันดับ กระทรวงที่ถูกตัดงบสูงสุด จะมีรัฐวิสาหกิจที่ถูกปรับลดไปครึ่งหนึ่งจากที่ได้ ขอมานะคะ ในบางหน่วยงานถูกตัดลดหมดเลยเหลือศูนย์นะคะ ก็คือ ธ.ก.ส. เป็นต้น ซึ่งตรงนี้ต้องขอ Footnote เอาไว้ก่อนว่า ธ.ก.ส. มีของบมา ๒ ส่วน ส่วนที่อยู่ในแผนบริหาร ชำระหนี้ไม่ได้ถูกตัด แต่ว่าแผนที่อยู่ในแผนยุทธศาสตร์กลับถูกตัดลงเกลี้ยงไม่เหลือเลยนะคะ นอกจากนี้ยังมีอีก ๔ รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินของรัฐที่ถูกตัดลดงบประมาณลงไปด้วย รวมแล้วสำหรับรัฐวิสาหกิจที่เป็นธนาคารของรัฐถูกปรับลดลงไป ๓๕,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ กระทรวงอุตสาหกรรมตัดลดไปเกือบ ๗ เปอร์เซ็นต์ ที่ตัดไปเป็นโครงการ ๑ หมู่บ้าน ๑ เชฟ ตัดไปประมาณ ๑๒๐ ล้านบาท กระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์คืนค่าเช่าค่ะ ไม่มีการตัดลด อะไร มอบตัวเองนะคะ ก็คือคืนค่าเช่าศูนย์ราชการ โซน C ๖๐๐ ล้านบาท กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม เราพบว่ามีการตั้งงบซ้ำซ้อน ก็คือ Cell Broadcast ที่จะช่วยเป็น ระบบเตือนภัย ตัดไป ๒๐๐ ล้านบาท เนื่องจากไปซ้ำซ้อนกับ ปภ. ของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงานตัดในเขื่อนขนาดเล็กที่ผลิตไฟฟ้า สำนักนายกรัฐมนตรีเลื่อนงวดงาน ก่อสร้างและตัดงบ Soft Power อีกแล้วค่ะ กระทรวงกลาโหมตัดไปเกือบ ๆ ๑,๒๐๐ ล้านบาท ส่วนใหญ่ก็เป็นงานก่อสร้างนะคะ แต่ว่าปีนี้กระทรวงกลาโหมถูกตัดน้อยกว่าทุกปี รวม ๆ แล้วได้มาทั้งหมดก็คือ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ต้องบอกอย่างนี้ค่ะท่านประธาน ส่วนที่ไม่ควรตัดก็ไปตัด อย่างเช่น ในส่วนของรัฐวิสาหกิจ อย่างที่ได้บอกว่า มันเป็นงบที่ต้อง ใช้ในการชำระหนี้ให้กับธนาคารของรัฐที่ได้ดำเนินนโยบายให้กับรัฐบาลตามมาตรา ๒๘ ก็ไปตัดเขาเสียเยอะเลย ส่วนที่ยังไม่ได้ตัด ที่ยังเป็นไขมันนี่ยังต้องรีดได้อีกเยอะมากนะคะ เพราะว่าในอนุกรรมาธิการมีการถกกันอย่างมากถึงปัญหาของโครงการที่มันซ้ำซ้อน โครงการที่มันไม่สมเหตุสมผล โครงการที่ยังไม่มีเป้าหมายวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน สมควรที่จะต้อง ถูกตัด ยกตัวอย่างเช่น โครงการ Anywhere Anytime ของ สพฐ. มีการถกกันกว้างขวางว่า ใช้งบประมาณในการทำ Content สำหรับการเรียนผ่านระบบ ออนไลน์ ดิจิทัล แพลตฟอร์ม ราคาสูงเกินจริง เดี๋ยวก็คงจะมีเพื่อนสมาชิกได้มีการลงรายละเอียด ถกกันจะใช้ ระยะเวลานานมากในชั้นอนุกรรมาธิการ สุดท้ายไม่ได้ตัด ไปตัดค่าซ่อมแซมโรงเรียนแทน หรือว่าจะเป็นโครงการสร้างท่าเรือของ ศรชล. ที่ปรากฏว่า Location ในการสร้างท่าเรือนั้น อยู่บนบกค่ะท่านประธาน แต่สุดท้ายก็ตัดไปได้นิดเดียว ไม่สามารถที่จะยกเลิกโครงการนี้ได้ ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายค่ะท่านประธาน แล้วตลอด ๓ วันนี้ก็คงจะมีการอภิปรายถึงว่ายังมี ไขมันในส่วนไหนที่ยังแทรกซึมอยู่ ยังมีโครงสร้างอะไรที่เราสามารถปรับเปลี่ยนเพื่อที่จะทำให้ งบประมาณของปี ๒๕๖๘ นั้น ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ดิฉันก็ยังคงยืนยันว่า เราจำเป็นที่จะต้องปรับลดงบประมาณของปี ๒๕๖๘ ลง เนื่องจากว่าเราไม่ได้มีความสามารถ หรือว่ากำลังมากพอที่จะใช้จ่ายเงินมากถึง ๓.๗ ล้านล้านบาทค่ะท่านประธาน เนื่องมาจากว่า งบประมาณและประมาณการรายได้ของปี ๒๕๖๘ ถูกประมาณการมาตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๖ ณ วันนั้นเราตั้งงบไว้ที่ ๓.๖ ล้านล้านบาท แล้วเราก็บอกว่ารายได้เราน่าจะเก็บได้ ประมาณ ๒.๘๘๗ ล้านล้านบาท หรือเกือบ ๆ ๒.๙ ล้านล้านบาท ในวันที่เราประมาณการ รายได้เท่านี้ เราคิดว่าเศรษฐกิจเราจะโตดี ปี ๒๕๖๗ วันนั้นเราบอกว่ามันจะโตได้ ๓.๒ ปี ๒๕๖๘ ตอนนั้นเรายังคิดว่ามันจะโตได้ถึง ๓.๖ อยู่เลยนะคะ ณ วันที่เราตั้งรายได้เท่านี้ เรามีหนี้สาธารณะ เราประมาณการไว้ว่าจะอยู่ที่ประมาณเกือบ ๆ ๖๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วพอถึง ปี ๒๕๖๘ ก็จะขึ้นมานิดหน่อยไปอยู่ที่ ๖๔ เปอร์เซ็นต์ แต่เหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก จากเดือนธันวาคมปี ๒๕๖๖ นี่ผ่านมาเกือบ ๆ ปีนะคะ เศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลง ปี ๒๕๖๗ จากเดิมที่บอกว่าจะโต ๓.๒ เราบอกว่าตอนนี้เหลือแค่ ๒.๕ แล้ว เวลาเศรษฐกิจ โตไม่ดีมันส่งผลกระทบกับการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลโดยตรงค่ะท่านประธาน ปี ๒๕๖๘ ก็เช่นเดียวกันนะคะ ถูกปรับลดลงมาประมาณ ๐.๖ เหลือเพียงแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง แล้วเรายังจะจัดเก็บรายได้ได้เท่าเดิมอย่างที่เราได้ประมาณการเอาไว้ที่เกือบ ๒.๙ ล้านล้านบาทได้อย่างไรคะท่านประธาน ณ เดือนพฤษภาคมที่เราขอตั้งงบขาดดุลสูง เกือบชนเพดาน ขาดไปแค่ ๕,๐๐๐ ล้านบาท หนี้สาธารณะสูงขึ้นไปจนถึงเกือบ ๆ ๖๖ เปอร์เซ็นต์ หรือว่าเพิ่มขึ้นเกือบ ๆ ๔ เปอร์เซ็นต์ หนี้สาธารณะของปี ๒๕๖๘ คาดการณ์ ว่าจะเพิ่มขึ้นไปอีกประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์นะคะท่านประธาน เหตุการณ์มันมีการ เปลี่ยนแปลง แต่ว่างบประมาณของปี ๒๕๖๘ ไม่ได้ถูกปรับเปลี่ยนเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประมาณการรายได้ค่ะท่านประธาน และยิ่งมีแนวโน้มที่เราจะไม่สามารถที่จะจัดเก็บรายได้ ได้ตามที่เราตั้งเป้าหมายไว้ ดังนั้นเราจึงสมควรที่จะต้องปรับลดงบประมาณลงค่ะ ยกตัวอย่าง ให้เห็นชัด ๆ อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของกรมสรรพสามิตที่มีแนวโน้มว่าจะซ้ำรอยเดิมของ ปี ๒๕๖๗ ขอหน้าถัดไปค่ะ กรมสรรพสามิตตั้งเป้าไว้ตอนปี ๒๕๖๗ ปีที่แล้วว่า จะจัดเก็บ รายได้ได้เกือบ ๆ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เก็บจริงค่ะท่าน หลุดเป้าไปเกือบ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อให้เก็บได้เต็มที่อย่างไรก็ไม่น่าจะเกิน ๕๓๐,๐๐๐ ล้านบาท อันเนื่องมาจากว่าเรามี การปรับลดภาษีน้ำมันเพื่อช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพ อันเนื่องมาจากว่าเราปรับลดภาษี รถยนต์ EV เพื่อที่จะกระตุ้นการลงทุนรถยนต์ EV นะคะ และเรื่องของภาษีบุหรี่ที่เราจัดเก็บ ไม่ได้ แล้วก็พลาดเป้าไปเกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๘ ก็ยังคงตั้งเป้าไว้อย่างท้าทายว่า จะจัดเก็บได้ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แต่เก็บจริงจะได้เท่าไร ซึ่งมันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ ที่เราจะจัดเก็บได้ตามเป้าเพราะอะไร เพราะว่า ๑. นโยบายภาษี EV ยังไม่มีแนวโน้มที่จะ เปลี่ยนแปลง หรือว่าถ้ามีการเปลี่ยนแปลงก็ช่วยบอกกับสภาแห่งนี้ด้วยว่า นโยบาย การอุดหนุน EV นั้นจะยกเลิกหรือว่าไม่มีแล้วหรือไม่ หรือจะกระทบกับภาษีอย่างไร ส่วนภาษีบุหรี่ไม่มีการที่จะปรับปรุงนโยบายแต่อย่างไร จากการที่เราไม่สามารถจัดเก็บภาษี ของบุหรี่ได้ตามเป้าเลย เรากำลังเจอความท้าทายจากบุหรี่เถื่อน จากบุหรี่ไฟฟ้า แต่ว่า กรมสรรพสามิตก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปรับเปลี่ยนท่าทีเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนภาษี อัตราภาษี ของบุหรี่เพื่อที่ทำให้เราจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น ดังนั้นเป้าที่ตั้งไว้ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ไม่มีทางจะเป็นไปได้ ดังนั้นเพื่อความระมัดระวังและสามารถที่จะรองรับกับสถานการณ์ที่ ไม่แน่นอนในอนาคตได้ ดิฉันจึงขอปรับลดงบประมาณของปี ๒๕๖๘ ลงราว ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๓.๕ ล้านล้านบาท ขอบพระคุณค่ะ