ศุภโชติ เสนอใช้โมเดล ESCO แทนงบโซลาร์เซลล์ ลดทุจริต-เพิ่มประสิทธิภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๓ กันยายน ๒๕๖๗

ศุภโชติ ไชยสัจ อภิปรายร่างงบประมาณปี 2568 โดยตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบกว่า 2,700 ล้านบาทให้หลายกระทรวงติดตั้งโซลาร์เซลล์ พร้อมเสนอแนวทางใช้แหล่งเงินจากกองทุนพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานแทนงบแผ่นดิน เพื่อป้องกันการทุจริตและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานสะอาด ด้วยโมเดล ESCO ที่ให้ภาคเอกชนหรือหน่วยงานรัฐติดตั้งระบบโดยไม่ต้องลงทุนเอง แล้วซื้อไฟในราคาถูกกว่าเดิม ลดภาระค่าใช้จ่ายพลังงานทั้งหน่วยงานและประชาชน พร้อมเสนอปรับลดงบประมาณในร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2568 ให้เกิดความคุ้มค่าและยั่งยืนมากขึ้น

นายศุภโชติ ไชยสัจ กรรมาธิการ

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ศุภโชติ ไชยสัจ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชนครับ ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย วันนี้ท่านประธานครับ ผมจะขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๘ ซึ่งประเด็นที่ผมเลือกจะนำมาพูดในวันนี้คือ เรื่องของโครงการที่เกี่ยวกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ทั้งหมด ผมรู้ครับว่าจริง ๆ แล้วหัวข้อ ที่ผมนำมาพูดนั้นควรจะอยู่ในมาตรา ๒๘ กระทรวงพลังงานครับ แต่หลังจากที่ผมได้ดู ในรายละเอียดแล้ว ผมจึงจำเป็นต้องขอมาพูดในมาตรา ๔ ภาพรวมแทนครับ เพราะว่ามีมากกว่า ๘ กระทรวง ที่มีการของบประมาณแผ่นดินเพื่อมาติดตั้งโซลาร์เซลล์ รวมเป็นเงินกว่า ๒,๗๐๐ ล้านบาท นี่ยังไม่รวมกองทุนหมู่บ้านที่มีการขอเงินตรงนี้มา ๑,๘๐๐ ล้านบาท ในโครงการลักษณะ เดียวกันครับ แต่ว่าถูกตัดโดยชั้นอนุกรรมาธิการ ซึ่งให้เหตุผลไว้ว่ากำลังอยู่ในกระบวนการ การตรวจสอบของ DSI ครับ ที่มีความกังวลว่าจะมีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้น โครงการ จัดซื้อโซลาร์เซลล์ครับ ถูกสอดแทรกอยู่ในหลายกระทรวงครับ ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อ โซลาร์เซลล์เพื่อมาติดตั้งบนอาคารสำนักงาน หรือจะเป็นการนำแผงโซลาร์เซลล์มาติดพร้อม กับปั๊มน้ำครับ เพื่อทำระบบส่งน้ำไปยังที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะให้กับพี่น้องชาวเกษตรกรครับ ถ้าเรามาดูถึงตรงนี้ครับ กระทรวงที่ขอโครงการในลักษณะนี้มามากที่สุดก็จะเป็นกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ที่ขอมาเป็นเงินกว่า ๑,๙๐๐ ล้านบาท ลำดับถัดมา ก็จะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสุดท้ายก็จะเป็นกระทรวงพลังงานครับ แต่สิ่งที่ น่าแปลกใจครับ คือกระทรวงกลาโหมก็มีการขอเงินมาตรงนี้ด้วย เพื่อที่จะติดตั้งโซลาร์เซลล์ เช่นกัน เป็นเงินกว่า ๒๕ ล้านบาท ท่านประธานครับผมไม่ได้ติดใจอะไรนะครับ ในการที่ แต่ละกระทรวงจะมุ่งเน้นเพื่อที่จะเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดให้กับประเทศครับ โดยส่วนตัว แล้วรวมไปถึงจุดยืนของพรรคประชาชนเราครับ สนับสนุนเรื่องนี้มาโดยตลอดในการที่ ประเทศควรจะมีการใช้เทคโนโลยีอย่างโซลาร์เซลล์หรือพลังงานทดแทนแบบอื่น ๆ เพื่อช่วย ลดค่าไฟ และแทนที่โรงไฟฟ้าแบบฟอสซิลที่มีการปล่อยมลพิษค่อนข้างเยอะครับ แต่มันจะ ดีกว่าไหมครับท่านประธาน ถ้าเงินจำนวนนี้ ๒,๗๐๐ ล้านบาท สามารถใช้เงินจากแหล่งอื่นได้ โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียวครับ ในเรื่องนี้ผมและพรรคประชาชนมี ๒ ข้อเสนอครับ ที่จะทำให้เราสามารถประหยัดเงินตรงนี้ได้ครับ

อย่างแรก คือการนำ Model อย่าง ESCO หรือที่เราเรียกกันว่า Energy Service Company มาใช้ครับ Model ESCO คืออะไรครับ Model ESCO ก็คือการที่ให้ บริษัทเอกชนหรือจะเป็นหน่วยงานของภาครัฐครับ อย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเข้ามาติดตั้งแผง โซลาร์เซลล์ให้กับหน่วยงาน เข้ามาติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้กับอาคาร หรือแม้กระทั่งติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ให้กับบ้านเรือนของประชาชน โดยทั้งหน่วยงาน ทั้งโรงงาน หรือบ้านเรือน ของประชาชนไม่ต้องออกเงินแม้แต่บาทเดียวครับ แล้วบริษัทที่ติดตั้งเขาเป็นคนออกให้ แล้วก็ขายไฟให้กับหน่วยงานที่ขอการติดตั้งครับ ซึ่งถ้าเราไปดูโครงการตัวอย่างครับ หน่วยงานพวกนี้เขาจะคิดค่าไฟในอัตราที่ถูกลงครับ จากที่เคยจ่ายค่าไฟกันอยู่ที่ Unit ละ ๔ บาท พอมีการใช้ Model ESCO เข้ามาครับ เขาซื้อค่าไฟกันที่ Unit ละ ๒ บาทเท่านั้น จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยครับว่าการนำ Model นี้มาใช้ เราไม่จำเป็นต้องเสียเงินแม้แต่ บาทเดียวครับ ในการจัดซื้อแผงโซลาร์เซลล์เองรวมไปถึงเราก็จะได้ค่าไฟที่มันถูกลงด้วยครับ นี่เป็นทางเลือกแรก

ส่วนทางเลือกที่ ๒ ที่ผมอยากจะพูดก็คือ เรามีเงินจากกองทุนพัฒนาพลังงาน ทดแทนและอนุรักษ์พลังงานครับ ที่ปัจจุบันตัวเลขล่าสุด มีเงินคงเหลือมากกว่า ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตัวกองทุนเองก็ถูกจัดตั้งแล้วก็มีจุดประสงค์เพื่อที่สำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์อยู่แล้ว รวมไปถึงเป็นกองทุนเพื่อโครงการสำหรับพี่น้องชาวเกษตรกรครับ หรือว่าถ้ามันยัง ไม่พอครับ ตัวกรอบเกณฑ์การใช้เงินของกองทุน ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามแต่นโยบาย ของทางรัฐมนตรีครับ แต่ว่ารัฐมนตรีกระทรวงพลังงานในฐานะประธานของกองทุนไม่ได้ มีการทำงาน ไม่ได้มีการอนุมัติ การใช้เงินของกองทุนนี้มามากกว่า ๒ ปีแล้วครับ ซึ่งผม ก็ไม่แน่ใจนะครับว่าท่านรัฐมนตรีติดปัญหาที่ตรงไหน แต่ว่าจาก ๒ ข้อที่ผมได้พูดไปครับ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Model อย่าง ESCO หรือว่าการใช้เงินจากกองทุนพัฒนาพลังงาน และอนุรักษ์พลังงาน ล้วนแต่เป็นวิธีที่ดีกว่าการใช้งบประมาณแผ่นดินทั้งสิ้นครับ เรามีทางเลือกอื่น ที่สามารถประหยัดเงินของแผ่นดินได้ แล้วทำไมเราไม่ทำครับ นำเงินที่สามารถประหยัดได้ ตรงนี้ไปใช้กับโครงการด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นกว่าที่ต้องการเงินจากงบประมาณแผ่นดินมากกว่า ผมจึงไม่สามารถเห็นด้วยกับการจัดทำ พ.ร.บ. งบประมาณในปี ๒๕๖๘ นี้ได้ครับ ผมจึงขอ ปรับลดงบประมาณตรงนี้ลงเหลือ ๓,๔๔๓,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ขอบคุณท่านประธานครับ