เชิดชัย ชี้ สปสช. พัฒนาต่อเนื่อง หนุน 30 บาทรักษาทุกโรค

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๗

เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ชื่นชมการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ สปสช. โดยเฉพาะนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็ตั้งข้อสังเกตถึงความท้าทายด้านงบประมาณที่ส่งผลต่อการให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทาง พร้อมเรียกร้องให้เร่งผลักดันการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพเพื่อรองรับการรักษาด้วยบัตรประชาชนใบเดียวทั่วประเทศ และเสนอแนวทางการจัดสรรงบประมาณแบบเหมาจ่ายต่อหัวเพื่อเสริมความยั่งยืนของระบบสุขภาพปฐมภูมิและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สุขภาพในเวทีโลก

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นก็ต้องขอชม สปสช. ที่ได้เสนอรายงานปีนี้ ซึ่งละเอียดมากนะครับ แล้วท่านก็พูดถึงสรุปว่าสิทธิประโยชน์ที่ประชาชน จะได้รับมีอะไรบ้าง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ขึ้นมา จนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน อันนี้เป็นสิ่งที่ว่าทาง สปสช. ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องนะครับ ท่านประธานครับ ผมจะพูดสัก ๒-๓ เรื่องนะครับ

อันที่ ๑ ความสำคัญของ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคนี่ ถ้าคนไม่ป่วยไม่รู้ แล้วบังเอิญ ผมเป็นหมอผ่าตัดหัวใจ ไปอยู่ที่ขอนแก่น แล้วไปเริ่มผ่าตัดหัวใจแบบเปิดครั้งแรกนะครับ ปรากฏว่าพอเป็นโรคหัวใจเราแนะนำประชาชนว่าต้องมีการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ประชาชน จะปฏิเสธ เพราะอะไรครับ เพราะว่าค่าใช้จ่ายแพงมาก ยอมเสียชีวิต ถ้าขายวัว ขายควาย ขายบ้าน ไม่พอจะมาใช้ แต่พอมีบัตรทองขึ้นมานี่ครับ ที่ขอนแก่นเราผ่ากันไม่ทันเลยนะครับ ทำให้เราสามารถผ่าตัดบางครั้งก็มากที่สุดในประเทศไทย เป็นต้น อันนี้เป็นสิ่งที่คนที่คิดเรื่อง ๓๐ บาทรักษาทุกโรคคงได้บุญนะครับ ที่ต้องให้เครดิตก็คือท่านดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เพราะอันนี้เป็นเรื่องฝ่ายทางการเมือง ถ้าไม่มีการเมืองมาขับเคลื่อนแล้ว เรื่องบัตรทอง ๓๐ บาทรักษาทุกโรค มันเหมือนสวัสดิการทำไม่ได้ คุณหมอสงวนเป็นรุ่นน้องผมนะครับ ไปอยู่ราษีไศล แล้วก็คิดอันนี้ขึ้นมา มีการทำวิจัยเรียบร้อย แต่พอไปเสนอให้ฝ่ายการเมือง ไม่เอา ปรากฏว่าท่านทักษิณเอา ก็ประสบความสำเร็จ โดยหลักที่ท่านคิดง่าย ๆ ก็คือ ท่านบอกว่า คนไม่ป่วยพร้อมกันหรอก เงินที่ให้คนไม่ป่วยเอามารักษาคนป่วยมันก็จะพอ อันนี้เป็นสิ่งที่ดีนะครับ คงได้บุญเยอะนะครับ ท่านประธานครับ ที่ทำไปแล้วเรื่องบัตร ๓๐ บาทรักษาทุกโรค UN เขาก็ให้ความสำคัญ เขาชมเชยประเทศไทยนะครับ บอกว่า มีการจัดระบบรักษาทุกโรค เป็นสวัสดิการในประเทศที่กำลังพัฒนา มีงบประมาณจำกัด ทำได้ดีมาก แล้วก็ยกเป็นตัวอย่าง ทำให้ต่างชาติเข้ามาดูงานในประเทศไทย แล้วก็ยังไม่พอ ผมดูในรายงานของท่าน เพิ่งประเมินนี่นะครับ บอกว่าความพอใจของคนที่ใช้บริการคือ ประชาชน ๙๘.๑๙ เปอร์เซ็นต์นะครับ ความพอใจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๙๗.๘๔ เปอร์เซ็นต์ ความพอใจของผู้ให้บริการ คือคุณหมอและคุณพยาบาล ๙๗ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าคุณหมอในประเทศไทย หรือพวกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใจบุญนะครับ ทั้งที่ค่าตอบแทนน้อย เงินเดือนน้อยไม่พอ ท่านประธานครับ ผมจะพูดนิดหนึ่งนะครับ เรื่องงบประมาณในเล่มนี้ไม่ได้พูดเลยนะครับ ท่านมีแต่ความท้าทาย ผมอยากถามท่านจเด็จที่มานั่ง ท่านเป็นเลขา จะมีความคิดอย่างไร ในการจะเพิ่มงบประมาณ เพราะเราทราบว่าตอนนี้ประชาชนมีการศึกษาดีขึ้น การติดต่อดีขึ้น แล้วก็มีความต้องการสูงขึ้น โดยเฉพาะการรักษาโรคเฉพาะอย่าง เฉพาะทิศทางมากขึ้น เพราะฉะนั้นการใช้จ่ายก็มากขึ้น ผมยกตัวอย่างนะครับ โรคหัวใจเราผ่าไปคุณหมอรุ่นน้องเขา ก็บอกว่าตอนนี้เบิกนั่นเบิกนี่ก็ไม่ได้ แล้วทาง สปสช. ก็ไปจำกัดค่าให้บริการลง ก็ทำให้ตอนนี้ อัตราการผ่าหัวใจในโรงพยาบาลรัฐลดลงนะครับ เพื่อการประหยัดบอกว่าผ่าไปแล้วก็ไม่คุ้ม ประมาณนั้น อันที่หนึ่งนะครับ

อันที่ ๒ ในความท้าทายของท่านผมถามนิดหนึ่งครับ ก็คือเรื่องการเชื่อมโยง ๓๐ บาทรักษาทุกที่โดยบัตรประชาชนใบเดียว การเชื่อมโยงข้อมูลตอนนี้เท่าที่ดูก็ไปถึง เขตสุขภาพได้ ๔๗ จังหวัด ซึ่งอันนี้ก็ยังมีการเชื่อมโยงที่ยังไม่ครอบคลุม ท่านจะมีส่วนที่จะไป ส่งเสริมทางกระทรวงให้การใช้บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ได้อย่างไรนะครับ

อันที่ ๓ ความท้าทายที่ท่านพูดถึงความเข้มแข็งของระบบสุขภาพปฐมภูมิ ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ได้กำหนดว่าเราต้องมีแพทย์ครอบครัวไปอยู่ ที่การบริการสุขภาพปฐมภูมินะครับ คุณหมอนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญนะครับ แต่พอไปอยู่ที่ปฐมภูมิ แล้วค่าตอบแทนน้อยมาก แล้วยิ่งปัจจุบันนี้มีการผ่องถ่าย รพ.สต. ไปอยู่ที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเงินก็ไม่ได้ตามที่เขาต้องการ แล้วคนก็ไม่ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งเราทราบกันดี มีคนมาเสนอบอกว่าถ้ามีการ Outsource ไปแล้วจะดีไหม เพราะอย่างไรเราก็จ่าย Per Head มีอาจารย์เกรียงศักดิ์จาก ม.สงขลานครินทร์นะครับ เป็นอาจารย์สอน Fammed ท่านออกมา เป็นเอกชนรับอาสาว่าถ้าจ่าย Per Head ประมาณ ๑,๐๐๐ บาทต่อหัว ใน Catchment Area ประมาณ ๘,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ คน สามารถทำได้ ลงทุนได้ แล้วผมก็ถามค่าตอบแทน ของคุณหมอ คุณพยาบาล หรือบุคลากรตามที่มาตรฐานของพวกเรานี่ได้ไหม ได้ครับ ค่าตอบแทนดี อยากให้ทาง สปสช. ไปพิจารณาดูด้วยในการแก้ไขปัญหานะครับ โดยเฉพาะ การกระจายอำนาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็เป็นเรื่องจำเป็นต้องทำอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ผมอยากให้ สปสช. พูดถึงเรื่องเงินบ้างนะครับ เพราะว่าที่ผ่านมา ผมดูหลาย ๆ ที่แล้ว ตอนนี้งบประมาณที่เราใช้ในระบบสุขภาพเราใช้เท่าไร เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณแผ่นดิน แล้วเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของ GDP แล้วที่ควรจะเป็นสูงสุดประมาณ เท่าไร เพราะว่าความต้องการการบริการด้านนี้มากขึ้น ๆ ยาก็แพงขึ้น แล้วเงินมีเพิ่มขึ้น นิดเดียว แล้วพวกเราก็มักจะพูดว่าต้องการนั้น ต้องการนี้มากขึ้น ๆ อยากให้ สปสช. พูดความจริงเลยว่าเงินมันพอใช้ไหม จะมีวิธีหาเพิ่มอย่างไรเพื่อให้กองทุน สปสช. นี้ อยู่คู่กับประเทศไทย ซึ่งจะเป็นที่ท่านเขียนว่า การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์หลักประกันสุขภาพ สู่เวทีโลก มันถึงจะสำเร็จครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ