จเด็จ แจงวงเงินสุขภาพ-ขยายบริการผู้ป่วยติดบ้าน-ยันโปร่งใสงบ สปสช.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๗

จเด็จ ธรรมธัชอารี ชี้แจงความคืบหน้าการใช้งบประมาณด้านสุขภาพในหลายมิติ ทั้งการดูแลผู้ป่วยติดบ้าน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้ป่วยติดยาเสพติด โดยเน้นการขยายบริการผ่านระบบออนไลน์ ระบบส่งต่อผู้ป่วยแบบอิเล็กทรอนิกส์ และการสนับสนุนบริการใกล้บ้าน พร้อมย้ำความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการพัฒนายาแผนไทย สนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และยกระดับการรักษาโรคเรื้อรังอย่างมะเร็งและโรคไต รวมถึงการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใสและคุ้มค่าภายใต้กรอบกฎหมาย ขณะเดียวกันรับข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาเพื่อนำไปปรับปรุงระบบบริการสุขภาพให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

นายจเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

เรียนท่านประธานสภาและท่านสมาชิกทุกท่าน ผมในนามของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่าน ที่ได้กรุณาให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ และได้สะท้อนเนื้อหาที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อองค์กรแล้วก็จะได้นำไปปรับปรุง

ผมขออนุญาตตอบเพิ่มเติมบางประเด็นเพื่อให้สมบูรณ์ในการอภิปรายนะครับ ของท่านกัลยพัชร รจิตโรจน์ ต้องขอขอบคุณท่านที่ให้ความสนใจต่อการดูแลผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านมากที่กรุณาให้กำลังใจในเรื่องของจำนวนผู้ป่วยที่มีจำนวน มากกว่าเป้าหมายมาก อย่างไรก็ตามก็ให้ความสบายใจกับท่านว่า ถ้าหากท่านดูงบประมาณ ในปี ๒๕๖๖ นี้ งบประมาณส่วนนี้เราตั้งไว้ที่ ๑,๒๖๕ ล้านบาท แต่ว่าในปี ๒๕๖๗ นี้ เราได้ตั้งไว้ที่ ๒,๗๖๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าเราทราบว่า มีผู้สูงอายุหรือว่าผู้ที่ต้องดูแลที่ติดบ้าน ติดเตียงจำนวนมาก แล้วปี ๒๕๖๘ ที่กำลังจะมาถึงนี้ เราได้ตั้งไว้ที่ ๒,๙๐๐ ล้านบาท ในงบส่วนนี้เราได้บรรจุภาวะสมองเสื่อม ภาวะที่ต้องดูแล ในระยะท้าย หรือภาวะที่ต้องดูแลในสถานชีวาภิบาลเข้าไว้ด้วยหมดแล้ว แล้วก็จะได้รับ ประเด็นของท่านในการดูแลผู้ป่วยในลักษณะออนไลน์หรือดูแลที่บ้านมากขึ้น

ส่วนของท่านนิพนธ์ คนขยัน ต้องขอขอบคุณท่านที่กรุณากล่าวถึงเรื่องยาเสพติด ซึ่งในตัวเลขของที่เรารายงานนี้อาจจะไม่ได้ระบุชัด แต่ก็ให้ความสบายใจกับท่านว่า ทางกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็ได้ให้ความสำคัญต่อการดูแลผู้ป่วยติดยาเสพติด โดยรับนโยบายจากกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการการดูแลตั้งแต่เริ่มต้นในชุมชนที่เรา เรียกว่า Community Based โดยที่ทางกองทุนนี้ได้ใช้กลไกของกองทุนสุขภาพระดับพื้นที่ หรือกองทุนตำบลลงไปดูแล จะเห็นว่าในหลาย ๆ พื้นที่ได้มีการนำเงินกองทุนนี้ไปใช้ ตัวอย่างเช่น ที่อำเภอเก้าเลี้ยวได้มีการดำเนินการในลักษณะที่ใช้ ๕ กัลยาณมิตรลงไปดูแล ผู้ป่วยติดยาเสพติด ได้แก่ ใช้ครู ใช้ตำรวจ ใช้พระภิกษุในพื้นที่ ใช้กลไกท้องถิ่น และโรงพยาบาล ร่วมกันดูแลผู้ป่วยยาเสพติดในชุมชน นอกจากนั้นในเรื่องการดูแลรักษายาเสพติด เราก็ได้ ออกกติกาว่า สามารถให้บริการที่บ้านได้ ซึ่งในปีที่ผ่านมาก็มีผู้รับบริการดูแลที่บ้านหลังจากที่ อาจจะมีภาวะวิกฤติในช่วงแรกถึง ๑๓,๐๐๐ คน เราก็ใช้วงเงินถึง ๓๐๐ ล้านบาท ในการดูแล ก็ให้ความมั่นใจกับท่าน แล้วก็รับประเด็นของท่านที่อาจจะไปดูเพิ่ม แต่ก็ต้องขออภัยท่านว่า สปสช. เราไม่ได้มีงบประมาณสำหรับจ้างบุคลากร เราให้เป็นค่าบริการสาธารณสุข

ท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ผมขอขอบคุณท่านมากนะครับ ที่กรุณา ได้นำเสนออย่างง่ายโดยใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษของสัญลักษณ์ขององค์กรนะครับ ในการสื่อสารให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจนะครับ แล้วก็อยากจะมีประเด็นเสริมท่าน เล็กน้อยนะครับ ก็คือเรื่องของกรณีการที่ท่านถามว่ายังมีปัญหาเรื่องการใช้ใบส่งตัว ต้องเรียนว่าหลักการของระบบหลักประกันสุขภาพยังสนับสนุนให้พี่น้องประชาชน ได้ลงทะเบียนยังหน่วยบริการใกล้บ้าน ที่เป็นหน่วยบริการประจำนะครับ และอยากจะให้ พี่น้องประชาชนได้รักษาใกล้บ้านก่อนนะครับ และถ้าหากมีความจำเป็นก็จะมีระบบส่งต่อ แต่ก็ทราบอยู่ดีนะครับว่า ในอดีตที่ผ่านมาระบบส่งต่อนี้ก็จะใช้เป็นในลักษณะกระดาษ ซึ่งอาจจะทำให้ไม่สะดวก ซึ่งตอนนี้เมื่อหลังจากดำเนินการนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกที่ เราก็ได้ทยอยเปลี่ยนระบบการส่งต่อจากระบบที่ใช้กระดาษไปเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ อย่างที่เรากำลังจะเริ่มในกรุงเทพมหานครนี้นะครับ ที่เคยมีปัญหา ที่คลินิกจำนวนหนึ่ง อาจจะปฏิเสธการส่งต่อในลักษณะที่ให้กระดาษที่ส่งต่อกับผู้ป่วยไป ก็จะเปลี่ยนระบบเป็น ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดได้ที่เป็นทางเลือก ก็เชื่อว่าจะช่วยทำให้พี่น้องประชาชนไม่ต้อง เดินทางกลับมาเพื่อรับกระดาษที่เรียกว่าใบส่งตัวนะครับ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะช่วยทำให้ระบบ การบริการดีขึ้น แล้วก็ยินดีที่รับข้อเสนอของท่านในหลาย ๆ ประเด็นที่อยากจะให้เน้น เรื่องการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค ซึ่งตามที่ผมรายงานไปนะครับ งบบริการสร้างเสริม สุขภาพป้องกันโรคนี้อยู่ในกองทุนหลักประกันสุขภาพด้วยนะครับ เป็นสัดส่วนประมาณ ร้อยละ ๑๐-๑๑ ต่อปี ซึ่งในทุก ๆ ปีเราพยายามจะหากิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค เข้ามาเพิ่มเติมนะครับ ก็คิดว่าจะรับประเด็นท่านไป แล้วก็ขอขอบคุณท่านมากที่ได้แสดงถึง ปรัชญาของหลักประกันที่ใช้คำว่า จน เจ็บและเจ๊ง ซึ่งก็หมายถึงว่าถ้าเราปล่อยให้คนที่ยากไร้ เจ็บแล้วก็เกิดมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการดูแลตัวจนกระทั่งล้มละลาย จากการเจ็บป่วย อันนี้ก็จะเป็นปัญหาของประเทศต่อไป ซึ่งปรัชญาของการสร้างหลักประกัน สุขภาพถ้วนหน้าก็คงจะต้องป้องกันไม่ให้พี่น้องประชาชนต้องล้มละลายจากการเจ็บป่วยนี้ละครับ เป็นประเด็นสำคัญ เดี๋ยวจะรับไปขับเคลื่อนตรงที่ท่านให้คำแนะนำต่อนะครับ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องกรุงเทพมหานครที่ท่านกรุณาให้คำแนะนำในเรื่องของงบประมาณ ที่มีเหลืออยู่ในกรุงเทพมหานครในส่วนที่เรียกว่า กองทุนสุขภาพระดับพื้นที่ ซึ่งผมได้ตรวจสอบแล้วนะครับ ขณะนี้มีงบประมาณเหลือทั้งสิ้น ๑,๓๕๙ ล้านบาท แล้วก็ขออนุญาตรายงานท่านว่า ขณะนี้กลไกการอนุมัติที่เดิมเคยเป็นอุปสรรคที่ว่าแต่ละเขต ต้องไปอนุมัติ ขณะนี้ได้มีการปรับระบบให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถอนุมัติได้ ก็เชื่อว่า จะทำให้กลไกการอนุมัติรวดเร็วขึ้น และเดี๋ยวผมจะดูประเด็นในเรื่องของที่ว่าเราอาจจะลด การใช้เอกสารอย่างไรเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการดำเนินการมากขึ้นนะครับ

ของท่านสิริลภัส กองตระการ ผมต้องขอบคุณท่านมากนะครับ จากที่ผม ได้ติดตามท่านหลายเวทีที่ได้มีโอกาสพบกัน ก็พบว่าท่านให้ความสนใจต่อปัญหาจิตเวช และท่านเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ สปสช. เราเองนี้เราต้องขับเคลื่อนงานจิตเวชครบวงจรนะครับ ก็เห็นด้วยกับท่านนะครับว่า จิตเวชยังเป็นปัญหาสำคัญ แล้วผู้ป่วยจิตเวชส่วนใหญ่ ท่านอาจจะไม่มีการเรียกร้องมากนักเนื่องจากท่านป่วย ดังนั้น ผมคิดว่าก็ขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ในการที่ท่านกรุณาสะท้อนปัญหาในเรื่องจิตเวช แล้วก็จะนำข้อเสนอของท่านไปดูเรื่องปัญหา จิตเวชต่อไป ซึ่งหลายปัญหาเมื่อเราเห็นข้อมูลแล้ว ผมคิดว่าเราก็เป็นหน่วยงานหนึ่ง ที่เราจะต้องขับเคลื่อนในการแก้ปัญหานั้นด้วยนะครับ

ท่านอลงกต มณีกาศ ท่านได้ให้คำแนะนำหลายส่วนนะครับ ท่านถามเรื่อง ใบส่งตัว เมื่อสักครู่นี้ผมได้อธิบายไปแล้วนะครับว่า ใบส่งตัวนี้จริง ๆ เจตนารมณ์ของใบส่งตัวนี้ เพื่อให้หน่วยที่รับผู้ป่วยได้รู้ประวัติ ฉะนั้นจะใช้เป็นกระดาษ ใช้เป็นอิเล็กทรอนิกส์ จริง ๆ ก็ได้นะครับ แต่ว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปการใช้กระดาษอาจจะดูเป็นภาระต่อผู้ป่วย และโรงพยาบาล เราพยายามจะเปลี่ยนระบบนะครับ เป็นใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีการนำร่อง ๓๐ บาทรักษาทุกที่ไป ๔๕ จังหวัดแล้ว ก็เปลี่ยนระบบให้มีทางเลือกกับพี่น้องประชาชน ที่จะใช้ระบบส่งตัวที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ คือพี่น้องประชาชนสามารถจะเก็บประวัติการดูแล ของตนเองได้ อาจจะเป็น Application หรืออะไรต่าง ๆ และสามารถนำไปให้ผู้ให้บริการ ดูได้นะครับ ท่านได้กรุณาถามว่า ๓๐ บาทนี้เราจะเก็บหรือไม่ อย่างไร และจะเปลี่ยนหรือไม่ ต้องเรียนว่าการเก็บค่าธรรมเนียมต่อครั้งนี้เป็นอำนาจของบอร์ดในการกำหนด แต่ผมเข้าใจว่า โดยปรัชญาการเก็บค่าธรรมเนียมต่อครั้งนี้เป็นไปเพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนมาใช้บริการ เกินความจำเป็น แต่จำนวนที่จะเก็บนี้ก็คงจะอยู่ที่สภาวะในขณะนั้นนะครับว่า วงเงินขนาดนั้นนี่ ถ้าเราเก็บมากไปจะทำให้พี่น้องประชาชนเป็นอุปสรรคในการเข้ารับบริการหรือไม่ ผมคิดว่า ตัวเลข ๓๐ บาท ณ ปัจจุบันในพื้นที่ต่างจังหวัด อาจจะยังเป็นตัวเลขที่มีความสำคัญ ถ้าเราเก็บมากขึ้นนะครับ ก็อาจจะมีพี่น้องบางคนเป็นอุปสรรคในการเข้ารับบริการ แต่อย่างไรก็ตามผมก็จะรับประเด็นนี้ไปดูครับว่า ณ สถานการณ์ปัจจุบันนี้ ควรจะเป็นอย่างไรนะครับ

ท่านได้ให้คำแนะนำว่า การฟอกไตอาจจะมีปัญหาในเรื่องของจำนวนผู้ล้าง ที่หน่วยที่ล้างไต ต้องเรียนท่านว่าขณะนี้หน่วยที่ให้บริการล้างไตก็อาจจะเป็นนิมิตหมายที่ดี ว่ามีหน่วยที่ล้างไตทางเส้นเลือดเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๖ ในรายงาน ๘๕๕ แห่ง ขณะนี้ ในปี ๒๕๕๗ มี ๙๓๙ แห่ง จำนวนเครื่องที่สามารถให้บริการได้ ๑๓,๗๗๒ เครื่อง แต่อย่างไรก็ตาม เราก็มีบริการที่เป็นทางเลือกกับพี่น้องประชาชนที่เป็นการล้างไตทางหน้าท้องด้วยเครื่อง เรียกว่า Automated Peritoneal Dialysis นะครับ ซึ่งสามารถล้างวันละครั้งในตอนกลางคืน แล้วก็กลางวันก็สามารถไปทำมาหากินได้ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราจะพยายามรณรงค์ให้พี่น้อง ประชาชนได้ความสะดวกมากขึ้นนะครับ

ส่วนที่ท่านให้คำแนะนำในเรื่องของการสร้าง นำซ่อม อย่างที่ผมเรียนไปว่า งบสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคเรามีอยู่แล้ว เดี๋ยวผมจะรับประเด็นไปดูนะครับว่า จะทำอย่างไรให้เกิดกระแสในพี่น้องประชาชนได้ให้ความใส่ใจต่อการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคมากนะครับ

แล้วท่านก็ได้แนะนำว่าจะให้ทาง สปสช. หรือกองทุนได้จัดรถ Stroke หรือไม่ ก็เรียนว่าโดยงบประมาณค่าบริการใน พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาตินี่เราให้เป็น ค่าบริการ อย่างเช่นกรณีรถ Mobile Stroke Unit ถ้ามีการให้บริการก็สามารถเบิกค่าบริการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฉีดยาละลายลิ่มเลือด หรือในปัจจุบันก็เรียนท่านเพื่อให้เกิดความสบายใจว่า เรามีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Mechanical Thrombectomy คือใช้สายเข้าไปลากเลือดออกมา จากสมองได้ ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาในการให้บริการที่เป็นผู้ป่วยสามารถชะลอระยะเวลาได้ถึง ๒๔ ชั่วโมงนะครับ

นอกจากนั้นก็ต้องขอบพระคุณท่านมากนะครับ ที่กรุณากล่าวถึงงบ แพทย์แผนไทยอีก ๕๐๐ ล้านบาทของปี ๒๕๖๘ ซึ่งท่านเป็นส่วนหนึ่งที่ได้กรุณาแปรญัตติ ให้กับกองทุน ซึ่งส่วนนี้จะได้นำไปใช้ในเรื่องของยาสมุนไพรแผนไทย ซึ่งท่านได้กรุณาถามว่า เราจะมีมาตรการอย่างไรในการขับเคลื่อน ผมก็ย้ำนะครับว่า ยาแผนไทยไม่ใช่ยาที่ไม่ดี แต่เป็นยาที่เราอาจจะต้องทำความเข้าใจกับผู้ใช้คือแพทย์ ว่ามันมีบางตัวที่สามารถทดแทนได้ ขณะนี้ก็ทำงานกับทางกรมการแพทย์แผนไทยอยู่นะครับ ในการที่จะเพิ่มยาอีกหลายตัว ก็จะรับประเด็นตรงนี้ไปนะครับว่าเราจะเพิ่มตรงนี้ได้อย่างไร

แล้วก็เรียนท่านว่า สปสช. นี้จริง ๆ เป็นหน่วยงานอิสระภายใต้การกำกับ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้มีสายบังคับบัญชาในการสั่งการ หน่วยบริการใดในประเทศไทยเลยนะครับ เพียงแต่ว่าเราจะต้องใช้งบประมาณที่เรามีอยู่ ลงไปสนับสนุนบริการให้เกิดขึ้น แล้วก็ขอบคุณท่านมากนะครับ ที่กรุณาให้คำแนะนำ ในเรื่องการฟังปัญหา เพราะในพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มาตรา ๑๘ (๑๓) กำหนดให้ทางกองทุนและคณะกรรมการต้องรับฟังความเห็นของพี่น้องประชาชนนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็ให้ความมั่นใจกับท่านนะครับว่า คงไม่ถืออำนาจในการที่บริหารงบประมาณ แล้วจะไปสั่งคนโน้นคนนี้ แต่จะระมัดระวังในเรื่องของการออกนโยบายต่าง ๆ ว่าจะเกิด ความรู้สึกดังกล่าวหรือไม่ แล้วก็พยายามสื่อสารกับภายในองค์กรไม่ให้เกิดประเด็นตรงนั้นนะครับ

ส่วนของท่านอาจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ซึ่งท่านอาจารย์ได้กรุณากล่าวถึง เรื่องงบประมาณและความเพียงพอนะครับว่าจะเพียงพอหรือไม่ ก็ต้องเรียนว่าจริง ๆ เรามีอยู่ในรายงาน ในหน้า ๘๐ เรื่องว่าขณะนี้เราใช้งบประมาณด้านสุขภาพอยู่ประมาณ ร้อยละ ๔ ในช่วงโควิดก็ขึ้นไปถึงร้อยละ ๕ ก็มีนักวิชาการได้พูดถึงนะครับว่าควรจะใช้ งบประมาณเท่าไรของด้านสุขภาพต่อ GDP ก็คิดว่าไม่เกินร้อยละ ๕.๕ นี่ละครับ ก็จะอยู่ ที่เหมาะสม และสิ่งที่เราดูเพิ่มเติมก็คือดูว่าพี่น้องประชาชนต้องจ่ายเงินจากกระเป๋าตัวเอง ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Out of Pocket เท่าไร ต้องเรียนว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่พี่น้อง ประชาชนจ่ายเงินจากรายได้ของตนเองน้อยเมื่อเทียบกับประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ โดยสัดส่วนของเราอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๙ ซึ่งเทียบเท่ากับประเทศชั้นนำของโลก ที่เรียกว่า ประเทศในกลุ่ม OECD หรือประเทศพัฒนาแล้ว ดังนั้นถามว่าตัวเลขนี้มันสำคัญอย่างไร ก็สำคัญที่ว่าเขาเชื่อนะครับ ทาง WHO หรือองค์การอนามัยโลกเขาเชื่อว่า ถ้าเราปล่อยให้ พี่น้องประชาชนต้องควักกระเป๋าจ่ายเกินกว่าร้อยละ ๒๐ จะทำให้พี่น้องประชาชนเกิดภาวะ ที่เรียกว่าล้มละลายจากการเจ็บป่วยจนเป็นปัญหาของประเทศได้ ดังนั้นก็ขอบคุณ ท่านอาจารย์ที่กรุณาให้คำแนะนำและเราก็คงยังต้องติดตามตัวนี้นะครับ และมาตรการต่าง ๆ ที่เราจะดำเนินการและที่เราดำเนินการมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพยายามกระจาย บริการลงสู่บริการที่เรียกว่าปฐมภูมิ ซึ่งอาจจะทำให้ค่าใช้จ่ายบางส่วนลดลง แล้วก็เก็บเงิน ที่เราสามารถประหยัดได้จากการให้บริการปฐมภูมิมากขึ้น ไปซื้อยาที่มีราคาแพงเข้ามารักษา มากขึ้น อันนี้ก็เป็นยุทธวิธีอันหนึ่งนะครับ เราก็ต้องเข้าใจว่าในประเทศของเราอาจจะไม่มี งบประมาณมากเพียงพอที่จะซื้อทุกอย่างเข้ามาได้ แต่ก็ต้องใช้เงินอย่างระมัดระวัง แล้วก็ ผมให้ความสบายใจกับทุกท่านว่าที่เราไปสื่อสารกับนานาอารยประเทศนี้ เขาไม่ได้แข่งกัน ที่จำนวนเงินที่ใช้นะครับ เขาดูกันที่ว่าเราใช้เงินอย่างคุ้มค่า มีความฉลาดในการใช้หรือไม่ และใช้เทคโนโลยีที่จำเป็นเหมาะสมต่อประเทศหรือไม่ อย่างไร บางเทคโนโลยีเรายังไม่เข้าไป เพราะว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่ยังอยู่ในช่วงราคาแพง แต่เมื่อเทคโนโลยีราคาลงหรือกำลังลง เราอาจจะเข้าไปช่วงนั้นนะครับ อันนี้ก็ให้ความมั่นใจนะครับ

ส่วนท่านเกียรติคุณ ต้นยาง ท่านกรุณาถามถึงถุงทวารเทียม ก็เรียนท่านว่า ปีที่แล้วอาจจะเป็นปีตั้งต้นนะครับ ที่เราใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศ คือถุงทวารเทียม ปี ๒๕๖๗ เราตั้งถุงทวารเทียมไว้ที่ ๖ ล้านชิ้น มากกว่าเดิมจำนวนมากนะครับ เพราะว่า เราเข้าใจครับ แล้วก็ให้ความมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้ถุงทวารเทียม ท่านไม่จำเป็นต้องไปซื้อเพิ่มนะครับ ท่านสามารถเบิกจากระบบของเราได้ แล้วก็เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประเทศไทยเรานี้ ซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมที่ผลิตยางพารา ได้ใช้ยางพาราของตนเองในการผลิตถุงทวารเทียม สปสช. ก็มีนโยบายในการพยายาม ใช้ผลิตภัณฑ์ในประเทศ เพราะเงินก็หมุนในประเทศครับ เพราะฉะนั้นเงินก็จะไปไม่รั่วไหล ออกไป ก็ขอบคุณท่านมากนะครับที่กรุณานำประเด็นตรงนี้ขึ้นมา แล้วก็ให้ความมั่นใจกับท่าน

ส่วนเรื่องเข็มฉีดอินซูลิน เผอิญเวลาเราจัดค่าบริการในลักษณะเหมา ให้กับหน่วยบริการ เราก็เชื่อว่าหน่วยบริการจะจัดอุปกรณ์พร้อมให้กับพี่น้องประชาชน แต่ผมจะกลับไปดูนะครับว่า ถ้ามีปัญหาว่าพี่น้องประชาชนได้แต่ตัวอินซูลินแต่ไม่ได้เข็มด้วย เราอาจจะต้องใช้มาตรการคล้าย ๆ ถุงทวารเทียมในการที่จะจัดออกมาเพื่อให้กับพี่น้อง ประชาชนได้รับ ก็ขอบคุณท่านมากที่กรุณาสะท้อนปัญหาตรงนี้ และผมคิดว่าเป็นปัญหา สำคัญมาก ๆ ในการที่จะขับเคลื่อน

ในส่วนสุดท้ายท่านอดิศร เพียงเกษ ผมต้องขอขอบคุณท่านมากที่กรุณา นำบทเรียนจริงของท่านเผยแพร่ต่อพี่น้องประชาชนให้เข้าใจถึงคำว่า ความเจ็บป่วย ที่บางครั้งเป็นความเจ็บป่วยที่มีราคาแพง และมีความจำเป็นต้องเข้ารับบริการอย่างทันท่วงที ก็เรียนท่านว่าในปี ๒๕๖๖ เรามีนโยบายให้มะเร็งรักษาทุกที่ เราก็เข้าใจว่าเราให้ไปทุกที่ก็จริง แต่บางครั้งก็ยังมีคิวอยู่ โดยเฉพาะเครื่องฉายรังสี ซึ่งขณะนี้ผมได้ติดตามสถานการณ์ อยู่ตลอดเวลานะครับ ก็พบว่ามีการนำเข้าเครื่องฉายรังสีจำนวนมากขึ้น แล้วผมก็ได้พยายาม เพิ่มเติมหน่วยบริการเอกชนที่มีให้บริการ ทั้งการผ่าตัด ให้ยา Chemotherapy แล้วก็ฉายรังสีเพิ่มขึ้น

ผมต้องขอขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนที่ท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ได้กรุณาสะท้อนปัญหา และผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ในการให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพ และกองทุน ในการพัฒนากองทุนของเราให้มีประสิทธิภาพและเป็นที่พึ่งของประชาชนต่อไป ขอบคุณมากครับ