สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๗

สิริลภัส กองตระการ หารือเรื่องสุขภาพจิต โดยแสดงความพอใจกับรายงานของสปสช.ที่มีการแจกรายละเอียดมากขึ้น และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตของประชาชน เธอเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับปัญหานี้โดยการระดมความคิดในการพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะปัญหาการใช้บริการของโรงพยาบาลจิตเวชที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และการเพิ่มขึ้นของจำนวนเด็กที่มีปัญหาเรื่องความพิการทางจิต พฤติกรรมด้านสติปัญญา การเรียนรู้ และออทิสติก

นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาค่ะ ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ ผู้แทนราษฎรจากบางกะปิ วังทองหลาง พรรคประชาชน ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณเลยค่ะ แล้วก็ต้องบอกว่ารู้สึกดีใจมาก ๆ นะคะ เพราะว่า จากรายงานของ สปสช. ปีที่แล้วมีการรายงานประเด็นเรื่องสุขภาพจิต ที่มีแค่สายด่วน สุขภาพจิตกับผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังนะคะ เท่าที่จำได้ดิฉันก็ได้ให้ข้อเสนอแนะไป ในปีนี้ค่ะ รายงานเล่มนี้ดิฉันดีใจมากจริง ๆ ที่มีการลงรายละเอียดลึกขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยนะคะ แสดงให้เห็นว่า สปสช. ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาสถานการณ์สุขภาพจิตของประชาชน ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันในปีนี้รายงานนี้ลงละเอียดลึกขึ้น มีการจำแนกผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก แล้วก็จำแนกรายกลุ่มโรคกลุ่มจิตเวชไว้อย่างชัดเจนเลยค่ะ แล้วก็มีการรายงานเรื่องของ การใช้บริการผู้ป่วยอย่างละเอียด จำนวนครั้ง จำแนกครั้ง จำแนกตามกลุ่ม ชัดเจนมาก อันนี้ต้องขอชื่นชมจริง ๆ ค่ะ และยังมีรายงานอื่น ๆ อย่างเช่น ผู้ป่วยจิตเวชที่ตั้งใจทำร้ายตนเอง อันนี้เป็นสถิติที่มันเพิ่มสูงขึ้นทุกปีมีอยู่ในรายงานนี้แล้วนะคะ ที่เข้ามาใช้บริการให้ความสำคัญ กับผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการติดตาม ดูแลรักษา ฟื้นฟูผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง และมีการให้ความสำคัญกับปัญหาพัฒนาการของเด็กค่ะ รวมไปถึงการบำบัดต่าง ๆ แต่ท่านประธานคะ จากรายงานที่ทาง สปสช. ทำมาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ดิฉันไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่ว่า ทางหน่วยงานตั้งใจทำรายงานมาลงละเอียดขนาดนี้แล้ว แต่รายงานนี้มันจะกลายเป็นแค่หนังสือเล่มหนึ่งค่ะ กลายเป็นแค่รายงานเล่มหนึ่งที่ไม่ได้ใช้ ทำประโยชน์อะไรต่อไปเลย ดิฉันอยากให้รัฐบาล แล้วก็เพื่อนสมาชิกนำรายงานฉบับนี้ มาใช้ทำงานกันต่อค่ะ มาช่วยกันแก้ไขปัญหาสถานการณ์สุขภาพจิตกับประชาชนทุกคนค่ะ เดี๋ยวดิฉันพาไปดูตัวเลขในรายงานนี้กันค่ะ ขอสไลด์ด้วยนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ผู้ป่วยจิตเวชที่ใช้บริการ แบบผู้ป่วยนอก จากปี ๒๕๖๔ ๑.๒ ล้านครั้ง มาถึงปี ๒๕๖๖ เกือบ ๑.๔ ล้านครั้งค่ะ จำนวนการใช้บริการแต่ละปีสูงถึง ๕ ล้านกว่าครั้งค่ะ จำนวนผู้ป่วยใน แตะอยู่ที่หลัก ๒๐๐,๐๐๐ และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ จำนวนการใช้บริการอยู่ที่หลัก ๓๐๐,๐๐๐ ครั้ง ปี ๒๕๖๖ ไปดูจะแตะไปที่ ๔๐๐,๐๐๐ ครั้ง แล้วค่ะ และจำนวนผู้ป่วยที่ตั้งใจทำร้ายตัวเองตัวเลขเพิ่มขึ้นมาแบบก้าวกระโดดค่ะ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ จาก ๑๑,๐๐๐ เป็น ๑๕,๐๐๐ เป็น ๑๗,๐๐๐ เกือบจะถึง ๑๘,๐๐๐ เลยค่ะ และท่านประธานดูอีก ๑ ตัวเลขนะคะ จำนวนเด็กที่มีปัญหาเรื่องความพิการทางจิต พฤติกรรมด้านสติปัญญา การเรียนรู้ และออทิสติก เอาแค่ ๓ ปีหลังก็ได้ค่ะ ปี ๒๕๖๔ ๓๒๖,๐๐๐ คน ปี ๒๕๖๕ ๓๖๐,๐๐๐ คน ปี ๒๕๖๖ ๓๖๕,๐๐๐ คน เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เลยนะคะ และต้องได้รับการบำบัดในแต่ละปี ๙๐๐,๐๐๐ ครั้ง เกือบล้านครั้งเลยค่ะ นี่คือตัวเลขของเด็ก ของประชากรที่จะเติบโตมาเป็นบุคลากรของประเทศ มาเป็นวัยรุ่น มาเป็นวัยทำงาน มาเป็นฟันเฟืองที่จะขับเคลื่อนประเทศต่อไปค่ะ และในปัจจุบันนี้ ในขณะที่อัตราการเกิดของเด็กก็ต่ำ แต่ว่าเด็กที่เกิดมาก็ยังมีปัญหาอีก แล้วดิฉันเชื่อว่า ยังมีเด็กที่จำนวนตกหล่นอีกมากมายที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการการรักษาได้ ล่าสุดดิฉันไปดูงาน ของกรรมาธิการที่โรงพยาบาลเอกชน ทางโรงพยาบาลเองก็ได้บอกเลยว่าปัญหาสำคัญตอนนี้ คือเรื่องของพัฒนาการล่าช้าของเด็กค่ะ และอีกหนึ่งอย่างที่ดิฉันกังวลก็คือยอดคงเหลือ ของกองทุนหลักประกันสุขภาพที่มันค่อย ๆ เริ่มถดถอยลงมาในแต่ละปี ดิฉันเกรงว่า สปสช. จะแบกรับภาระนี้ไม่ไหวค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมาระดม ความคิดกันว่าเราจะทำให้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือว่า สปสช. จะเป็นหน่วยงานที่เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างเข้มแข็งได้อย่างไร และตัวเลขที่ดิฉันขึ้นไป เหล่านี้นะคะ มันบอกอะไรให้กับผู้บริหารของประเทศเหล่านี้ได้หรือยัง ตัวเลขในรายงานเล่มนี้ จะทำให้ท่านเห็นถึงปัญหาสุขภาพจิตที่มันเกิดขึ้นของประชาชนในปัจจุบันนี้ได้แล้วหรือยัง ดิฉันเชื่อว่าในรายงานเล่มนี้นะคะ เป็นแค่ตัวเลขที่อยู่บนยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้นค่ะ ยังมีอีกหลายคนที่ตกหล่นที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ แล้วดิฉันก็คงจะเสียใจแทน สปสช. มาก ๆ ที่ว่าท่านทำรายงานในปีนี้เรื่องสุขภาพจิตมาอย่างละเอียดรอบคอบขนาดนี้แล้ว ชี้แจงตัวเลข ให้เห็นแบบนี้แล้ว แต่ถ้าเกิดรัฐบาลนิ่งเฉยไม่จัดการอะไรต่อ รายงานเล่มนี้ หนังสือฉบับนี้ คงเป็นเพียงได้แค่ไม้ประดับที่วางไว้บนชั้นหนังสือเท่านั้นค่ะ ขอบคุณค่ะ