กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ชื่นชมนโยบายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 22 ปี พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการรักษาพยาบาลฟรีที่รัฐควรมอบให้ประชาชนอย่างทั่วถึง ยั่งยืน และครอบคลุมทุกมิติ โดยยกย่องบทบาทของผู้นำและบุคลากรสาธารณสุขที่ร่วมกันผลักดันจนเกิดความสำเร็จ และชื่นชมความต่อเนื่องของนโยบายในปัจจุบันที่ยกระดับการดูแลสุขภาพประชาชนอย่างครบวงจร
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องบอกว่ารู้สึกดีใจ แล้วก็ชื่นใจนะครับ แล้วก็ชื่นใจที่ได้เห็นรายงาน การสร้างระบบหลักประกันสุขภาพประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ที่ผมถืออยู่เล่มนี้นะครับ ซึ่งถือว่าหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่เกิดขึ้นมา ๒๒ ปี ของประเทศไทย ผมว่าเป็นหนึ่งในนโยบายที่งดงามที่สุดที่เกิดขึ้นในระบบสาธารณสุขและระบบอื่น ๆ ของประเทศไทย ท่านประธานสภาครับ ในปี ๒๕๔๔ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติของเรา ได้เกิดขึ้นภายใต้ความคิดที่ว่า การรักษาพยาบาล การดูแลพี่น้องประชาชนด้านสุขภาพ เป็นหน้าที่ของรัฐ ประชาชนมีสิทธิในการที่จะได้รับการรักษาจากรัฐได้อย่างมีคุณภาพทั่วถึง ซึ่งในปีที่เกิดขึ้นคือต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะว่าอะไรครับ เพราะแต่ก่อนนี้ การรักษาสุขภาพประชาชนต้องเสียเงินเอง ต้องจ่ายเงินเอง ถ้าไม่มีเงิน เป็นอย่างไรครับ ไปกู้หนี้ยืมสิน หรือถ้ากู้หนี้ยืมสินไม่ได้ก็ไม่ได้รับการรักษา บางทีพ่อแม่ป่วย ลูกป่วย อย่างไร ๆ ก็ต้องเอาเงินมาให้ได้ ดอกเบี้ยสูงเท่าไรก็ต้องเอามาให้ได้นะครับ แล้วก็เกิดหนี้ เกิดวิกฤติ เกิด Vicious Circle ก็คือ โง่ จน เจ็บนะครับ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สังคมไทยเจอมาตลอด หลักประกันสุขภาพแห่งชาติต้องขอบอกว่าเกิดขึ้นในช่วงปี ๒๕๔๔ ก็เกิดจากกลุ่มที่คิดถึง เรื่องของหลักประกันในประเทศไทยที่ความยั่งยืน ซึ่งต้องขอขอบคุณบุคคลที่ร่วม ในการสร้างหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เกิดขึ้นกับประเทศไทย
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านหนึ่งที่มีความสำคัญก็คือ ท่านนายกทักษิณ ชินวัตร ต้องยอมรับกันนะครับว่า การทำนโยบายยาก ๆ การทำนโยบาย ที่ใช้เงินเยอะ การทำนโยบายระดับที่เปลี่ยนโครงสร้าง อันนี้เปลี่ยนโครงสร้างระบบ สาธารณสุขเลยนะครับ แต่ก่อนเป็นของกระทรวงสาธารณสุข แต่ตอนนี้กระทรวงสาธารณสุข กับ สปสช. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะทำงานร่วมกันนะครับ แล้วอีกท่านหนึ่ง คือ ท่านคุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ซึ่งถือว่าเป็นครูบาอาจารย์ทางการแพทย์ ที่มีความกล้าหาญที่จะคิด แล้วนำความคิดไปเสนออดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แล้วก็โชคดีท่านทักษิณ ชินวัตร ได้เข้าใจแล้วก็กล้าหาญที่จะนำสิ่งที่ยาก ๆ มาสู่นโยบาย ที่ประสบความสำเร็จนะครับ ต้องบอกว่าการจะทำนโยบายเรื่องของหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติในช่วงที่รัฐบาลตอนนั้น GDP ประเทศไทยยังน้อยอยู่ ประเทศไทยยังมีปัญหา ที่ต้องใช้งบประมาณอื่น ๆ อีกมากมายอยู่ การเสนอแนวคิดเรื่องการใช้หลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค แต่ก่อนเสนอโครงการไปมีแต่คนว่าเป็นไปไม่ได้ บางคนบอกว่า ๓๐ บาท ตายทุกโรค แต่ผู้นำที่ยิ่งใหญ่และคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเขาใช้หัวใจทำ ในการที่จะทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จแล้วการทำงานยาก ๆ ทุกอาทิตย์ ทุกวันมีปัญหามาตลอดครับ แต่ทุกท่านไม่ย่อท้อนะครับ ผมเห็นทุกท่าน ทุกเย็น ทุกวัน แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดความขัดข้อง หรือกระบวนการตั้งแต่กระทรวง สปสช. จนไปถึง รพ.สต. จนไปถึงพี่น้องประชาชนนี่นะครับ ทำทุกวัน เสาร์ อาทิตย์ก็ต้องทำ Workshop ผมอยู่ในประวัติศาสตร์ช่วงนั้นพอดี ก็ต้องบอกว่าขอขอบคุณท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ที่ได้ทำให้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติของเราเกิดขึ้นมา ซึ่งคนไทยมีหลักประกันสุขภาพ ที่มั่นคง หลักประกันเป็นสิทธิของคนไทยทุกคน ไม่ใช่ระบบสังคมสงเคราะห์ ไม่ใช่คนไปโรงพยาบาลต้องไปขอ แต่เราเข้าไปรักษาในโรงพยาบาลด้วยสิทธิของคนไทยที่จะไปใช้บริการในหน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่ให้บริการ เพราะฉะนั้นแล้วเราเข้าไป ประชาชนเข้าไปมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ในการที่จะ เข้าไปรับบริการจากภาครัฐ แล้วก็สิ่งที่เกิดประโยชน์อย่างยิ่งก็คือโรคยาก ๆ โรคที่ใช้เงินเยอะ ๆ ผ่าตัดหัวใจ โรคมะเร็ง โรคอะไรต่าง ๆ ก็สามารถจะได้รับการรักษาโดยที่ไม่เป็นหนี้เป็นสิน พ่อแม่พี่น้อง ปู่ย่าตายาย ก็ได้รับการรักษาทุกคน แล้วคนไทยก็ไม่เป็นหนี้จากการรักษาพยาบาล มาสู่ยุคปัจจุบันนะครับ คือยุคท่านรัฐมนตรี สมศักดิ์ เทพสุทิน ๓๐ บาทรักษาทุกที่ ไม่ว่าจะเป็น นโยบาย ๕ บวก ๕ ในการเร่งสานต่อ ยกระดับ ๓๐ บาทรักษาทุกที่ เรื่องยาเสพติด เรื่องการแพทย์ปฐมภูมิเรื่องเศรษฐกิจสุขภาพ การเข้าถึงบริการ โครงการพระราชดำริ การสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากร การส่งเสริมสุขภาพ สุขภาพจิต สถานชีวาภิบาล และทุกคน ปลอดภัย นี่คือเรื่องที่ยิ่งใหญ่นะครับ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้ไปเยี่ยมพี่น้องประชาชน ในทุกส่วนนะครับ นี่ไปที่มหาสารคาม ไปเจอพี่น้อง อสม. พี่น้อง อสม. ดีใจมากครับ ที่ท่านได้ไป ให้นโยบายนะครับ แล้วท่านก็บอกว่า อสม. คือเสาหลักของระบบสาธารณสุข ระบบสาธารณสุข เป็นของประชาชนนะครับ แล้วท่านได้มีนโยบายที่จะ Upgrade อสม. เป็น Caregiver ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งตั้งเป้าผลิตใน ๕๐,๐๐๐ คน นี่คือ Story และความยิ่งใหญ่ จริง ๆ มีอีกหลายเรื่องของ สปสช. ที่ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขได้สร้างสิ่งที่งดงาม ให้กับประเทศไทย วันนี้ก็ขอบอกว่าขอให้กำลังใจ และสนับสนุนพี่น้องชาวสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. และภาคเอกชนทุกคนนะครับ ที่ทำให้สุขภาพคนไทย ดีขึ้นครับ ขอบคุณมากครับ