กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ อภิปรายเรื่องระบบหลักประกันสุขภาพโดยเสนอแนวคิดการใช้โมเดล NHSO หรือสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง วันนี้ขอร่วมอภิปรายการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพ เรื่องของหลักประกันสุขภาพ ก็จะมีตัวย่ออักษร ก็คือตัว NHSO นะครับ สปสช. นี่นะครับ คำว่า NHSO คืออะไร คือ National Health Security Office นะครับ วันนี้ อ.เอทก็เลยขออนุญาตใช้ Model นี้ มาอภิปรายกับทุกท่านผ่านท่านประธานไปยังท่านผู้ชี้แจงนะครับ
N ตัวแรกครับ ที่ อ.เอท อยากจะใช้ก็คือ Net Budget ก็คืองบประมาณ ทั้งหมดนะครับ ผู้ชี้แจงเพิ่งพูดไปเมื่อสักครู่นี้ว่าท่านได้มีงบประมาณเกือบ ๆ ๒.๒ แสนล้านบาท แล้วก็มากกว่าของเก่าประมาณสัก ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่าท่านจะทำ Quick Win อ.เอท ก็ขออนุญาตเสริมแล้วกันนะครับว่า ถ้าเกิดว่ามันไม่ได้เป็นไปตามท่าน มันจะกลายเป็น Slow Route หรือว่าจะค่อย ๆ แพ้อย่างช้า ๆ ทำไม อ.เอท ถึงพูดแบบนั้น ด้วยความเป็นห่วงนะครับ เพราะท่านเองก็ทำมาได้ดีอยู่แล้วนะครับ ที่เป็นเรื่องของ Slow Route ในที่นี้ อ.เอท อยากจะให้ท่านเน้นถึงคำว่า กองทุนหลักประกันสุขภาพ ในที่นี้ก็อาจจะเน้นถึง กทม. ด้วยนะครับ เพราะว่า อ.เอท ก็เป็นผู้แทนของ กทม. นะครับ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ครับ ท่านได้มีการจัดกิจกรรมกันไปนะครับ มีการทำ Sandbox ซึ่งกิจกรรมของท่านเป็นการทำ Sandbox ของ ๔ องค์กรด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น สช. กทม. สปสช. แล้ว สสส. นะครับ เพิ่งจะมาทำกัน แล้วก็มาหาข้อยุติกัน หรือมาหาข้อชี้แจงกัน หรือจะมาหาทางออกกันว่าทำอย่างไรที่จะให้กองทุนหลักประกันสุขภาพมันดีขึ้น โดยเฉพาะ ของ กทม. ตอนนี้ท่านเองก็ทราบว่าตัวเลขนี้มันยังมีเงินที่ยังไม่ได้ใช้เป็นพันล้านบาท แล้วท่านก็จะเพิ่มเงินเข้าไปทุกปีประมาณ ๓๔๐ ล้านบาท ซึ่งดูจากงบประมาณอันนี้ ดูจากการใช้งานจริง ๆ แต่ละเขตที่ใช้มาใช้อยู่ที่ประมาณสัก ๖๐ ล้านบาท มี Project ไล่ไปประมาณสักเกือบ ๆ ๖๐๐-๗๐๐ Project ซึ่งแน่นอนครับ เงินมันยังขาดอีกเยอะ แสดงว่ามันต้องทำอย่างไรให้มันเข้าถึงแบบที่ Vision ท่านบอกว่า จะต้องมีการเข้าถึง มากกว่านี้นะครับ เป็นการป้องกันมากกว่าที่จะไปรักษานะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ อ.เอทก็เลยอยากจะให้ท่านลองพิจารณาดูว่าเราจะทำอย่างไรดีให้มันดีขึ้นกว่าเดิม อ.เอทก็เลยมีข้อเสนอประมาณสัก ๔ อย่างนะครับ เป็นการ ๔ Exit หรือ ๔ ทางออกครับ ก็คือ ๑. เงื่อนไขต้องง่ายกว่าเดิมเรื่องของหลักประกันกองทุนอันนี้นะครับ ๒. การเขียน Project ต้องให้ง่ายขึ้น ต้องมีการทำให้เขารู้สึกว่าประชาชนเขียนแล้วมันเข้าใจได้ครับ เพราะว่าทีมงาน อ.เอท พยายามจะเขียนหลายรอบก็ยังคงไม่ผ่าน และ ๓. การประชาสัมพันธ์ ต้องมากกว่าเดิม และอันสุดท้ายข้อที่ ๔ ของเรื่องตัว N ก็คือการเข้าถึงของพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริงในการที่จะมีสิทธิ ในการที่จะป้องกันตัวเอง ก่อนที่จะไปรักษา การป้องกัน ย่อมถูกกว่าแน่นอน นี่คือตัว N ตัวแรกครับ
เรามาสู่ตัวอักษรที่ ๒ คือตัว H นะครับ ตัว H นี้ แน่นอนครับ อ.เอทเราจะใช้ คำว่า Hope แปลว่า ความหวัง ครับ แต่ไป ๆ มา ๆ อาจจะ Hope ยาก กลายเป็น Halt แปลว่า หยุด ครับ หยุดความหวังครับ ทำไมถึงหยุดครับ เดี๋ยวจะมีเพื่อน ๆ มาช่วยอภิปราย อีกประมาณสักหลาย ๆ ท่าน ก็คือพูดง่าย ๆ เรื่องของ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ตอนนี้ เป็นอย่างไรครับ ต้องมาตรวจ ต้องมาเน้น ต้องการส่งตัวผู้ที่ป่วยจากคลินิกอบอุ่น ไปโรงพยาบาล หรือจากโรงพยาบาลไปคลินิกอบอุ่น มันยังไม่สอดคล้อง เหมือนกับ ทำแล้วมันยังไม่มีการแก้ปัญหาที่แท้จริง เพราะบางครั้งต้องไปตรวจเอกสารมันยังทำให้เขา ลำบากอยู่นะครับ นี่คือเรื่องของคำว่า Halt แปลว่า หยุดที่จะบริการเขาหรือเปล่า อ.เอทเป็นห่วงนะครับ
ต่อมาเป็นตัวที่ ๓ ก็คือ S นะครับ เรามี Model อยู่ก็คือ N H S O ตัว S อ.เอท ใช้คำว่า Seamless ครับ คำว่า Seamless คือไร้รอยต่อ ทำงานกันอย่างเป็นแบบ ทีมงานอย่างแท้จริง ถูกไหมครับ เพราะว่าทีมงานก็คือ Together Everyone Achieves More ทำเป็นทีมจะทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้มากขึ้น ทีนี้ในเมื่อการทำงานแบบ Seamless หรือไร้รอยต่อนะครับ ก็ไร้รอยต่อ ๕ อย่างเลยครับ โรงพยาบาลใหญ่เป็นคลินิก คลินิกอบอุ่นถูกไหมครับ เรื่องของเทคนิค Lab ต่าง ๆ และรวมไปถึงเรื่องของร้านขายยา ๕ อย่างนี้ต้องไร้รอยต่อครับ ต้องทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง ไม่อย่างนั้นให้ผู้ป่วยวิ่งไปวิ่งมา เพื่อจะขอเอกสารมันคงไม่คุ้ม แล้วมันทำให้เขาลำบากมากกว่าเดิมนะครับ นี่คือ ๕ ไร้รอยต่อ รวมกับ ๓ ข้อเสนอครับ เมื่อสักครู่ อ.เอท เพิ่งพูดไปครับ ลดเถอะครับ ลดอะไรครับ ลดเรื่องของเอกสารต่าง ๆ และ ๒. เรื่องของการทำ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค บางอย่างยังไม่ได้ Cover จริง ๆ นะครับ เราพยายามเพิ่มขึ้นเยอะแล้ว แต่ก็อยากจะให้ทุกคนเข้าถึง เท่าเทียม เท่าทัน และอันที่ ๓ อยากใช้คำนี้มากครับ Anytime Anywhere ก็คือเข้าที่ไหนก็ได้ จะเข้าเวลาไหนก็ได้ อันนี้ก็อยากจะให้มันเป็นจริง ๆ สักที เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้มีสุขภาพ มีหลักประกันที่มันสบายใจ เขาจะได้มีความสุขในการทำงานนะครับ และนี่ก็คือตัว S N H S O
มาถึงตัวสุดท้ายครับ ทั่วไปจะใช้ Office แต่วันนี้ อ.เอทขอใช้คำว่า Offer Offer แปลว่า การเสนอ การมอบสิ่งดี ๆ ให้กับประชาชนครับ ขออนุญาตเป็นเสนอ ๔ ข้อครับ
ข้อที่ ๑ ก็คือให้มีคำว่า Variety หรือมีความหลากหลายของโครงการ ก็คือ โครงการของกองทุนหลักประกันสุขภาพที่ท่านให้มานะครับ มีความหลากหลายมากขึ้น ให้เกิดการแข่งขันกันมากขึ้น หรือทำให้เขาปกป้องตัวเอง ให้เขามีความปลอดภัย จากการใช้ชีวิตนะครับ หรือทำให้สุขภาพเขาดีขึ้น ดีกว่าให้เขาป่วย แล้วเขาก็เข้าโรงพยาบาล อันที่ ๑ คือความหลากหลายของโครงการครับ
๒. ต้องเข้าถึง ศพด. อันนี้พื้นที่ อ.เอท ครับ คุณครู ศพด. ยังได้รับ งบประมาณน้อย จริง ๆ ก็ควรจะเข้าถึง เพราะเด็ก ๆ ก็คือฐานของรากของพวกเรา ฐานของ ประเทศชาติ ศพด. ก็คือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้องเข้าถึงนะครับ
๓. กิจกรรมออนไลน์ เห็นบอกมีนะครับ แต่ยังดูเหมือนกับว่ายังไม่เป็น รูปธรรมสักเท่าไรนัก เพราะฉะนั้นกิจกรรมออนไลน์ขอให้มีมากกว่าเดิมนะครับ
และอันที่ ๔ กิจกรรมครับ เพราะ อ.เอทพยายามที่จะทำกิจกรรมเหล่านี้กับ เขตพื้นที่ของ อ.เอทเอง ไม่ว่าจะเป็นสะพานสูงหรือว่าที่มีนบุรีนะครับ ก็ยังยากมากครับ ที่จะเท่า เพราะว่าอาจจะเป็นแค่กลุ่มบางคนหรือเปล่าที่ได้อภิสิทธิ์ ได้การทำ Project นั้นก่อน ก็อยากจะให้เข้าถึงชุมชนเล็ก ๆ แล้วก็ขยายไประหว่างชุมชนอื่น ๆ นะครับ และสุดท้ายครับ เราอาจจะทำทั่วประเทศหรืออาจจะเป็นการทำกิจกรรมบางอย่าง Project บางอย่างที่เข้าถึง ไม่ใช่เฉพาะแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เข้าถึงทุกกลุ่มอย่างแท้จริง และนี่คือ ๔ Offer ที่ อ.เอท อยากที่จะเสนอเพื่อพวกเราจะได้มีสุขสภาพที่ดีขึ้นนะครับ
สุดท้ายนี้ครับ อ.เอทขออนุญาตอยากที่จะสรุปว่า สปสช. ก็อยากที่จะให้ท่าน สร้างประสบการณ์ที่ใหม่ ๆ ด้านสุขภาพให้กับทุกชนชั้นอย่างแท้จริง อย่าให้เขาต้องเจอ ๓ จ ก็คืออะไรครับ จน เจ็บ แล้วเจ๊ง เพราะสุขภาพ ประเทศไทยต้องไปได้มากกว่าเดิมครับ เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง Respect