สหัสวัต ชี้หนี้ครัวเรือนพุ่งจากรายได้ไม่พอก้าวหนีค่าครองชีพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗

สหัสวัต คุ้มคง อภิปรายปัญหาหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยชี้ว่าสาเหตุหลักมาจากรายได้ที่ไม่สอดคล้องกับภาระค่าใช้จ่าย ไม่ใช่การใช้จ่ายฟุ่มเฟือย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สมดุลของดอกเบี้ยสินเชื่อที่สูงในขณะที่สถาบันการเงินมีกำไรสูงเป็นประวัติการณ์ จึงเรียกร้องให้ภาครัฐมีมาตรการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ การแก้ไขข้อจำกัดจากเครดิตบูโร และการวางนโยบายสาธารณะที่เป็นธรรมเพื่อลดภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นจากต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และขาดการควบคุมราคาสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชน ขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายรับรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ภาคครัวเรือนอย่างยั่งยืนและปัญหาค่าครองชีพสูง ของคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ สภาผู้แทนราษฎรครับ สำหรับรายงานฉบับนี้ เป็นรายงานที่ดีเลยนะครับ มีข้อมูลค่อนข้างน่าสนใจ แต่อย่างไรก็ดีผมยังเห็นว่าแนวทาง และข้อเสนอบางส่วนในรายงานฉบับนี้ยังเป็นปัญหาอยู่นะครับ ผมขอเริ่มอย่างนี้ครับ ปัญหาค่าครองชีพสูงนะครับ เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหนี้สินเป็นอย่างมากครับ เรามักคิดและโทษกันว่าที่หนี้เยอะ หนี้สูงเป็นเพราะคนไทยไม่มีวินัย ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย อะไรก็ตามครับ แต่ในความเป็นจริงครับ หากไปดูรายละเอียดข้อมูลจากแบงก์ชาตินะครับ จะพบว่าหนี้ครัวเรือนเกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นสินเชื่อส่วนบุคคล ที่กู้มาเพื่อใช้ในการ อุปโภคบริโภค ไม่ใช่ว่ากู้มาสิ้นเปลือง ทำไมผมพูดมาอย่างนั้น เพราะทุกวันนี้ปัญหาหลัก ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอีกปัญหาหนึ่งที่พูดกันก็คือ กำลังซื้อของประเทศตกครับ สิ่งนี้หมายความว่าอะไรครับ หมายความว่าสินค้าและบริการราคาสูงขึ้น จนคนไม่มีปัญญาซื้อ ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อจับจ่ายใช้สอย เพื่อจะได้พอมี พออยู่ พอกินไปวัน ๆ นะครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

จากวิจัยของกรุงศรีพบว่า ปัจจุบันคนที่มี รายได้ต่ำจะมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนเทียบรายรับยิ่งสูง โดยกลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ที่ไม่มีหนี้ จะมีรายจ่ายต่อรายรับอยู่ที่ ๑๑๓ เปอร์เซ็นต์ หรือมีค่าใช้จ่ายมากกว่ารายรับ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นจากรายงานฉบับเดียวกันพบว่า กลุ่มคนที่มีหนี้ ที่มีรายได้ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน จะมีรายจ่ายต่อรายรับสูงถึง ๑๗๙ เปอร์เซ็นต์ หรือใช้เงินมากกว่ารายได้ถึง ๗๙ เปอร์เซ็นต์ และแม้แต่คนที่มีรายได้ตั้งแต่ ๓๐,๐๐๐- ๕๐,๐๐๐ บาทเอง ที่มีหนี้สินก็ยังมีสัดส่วนรายจ่ายต่อรายรับอยู่ที่ ๑๐๖ เปอร์เซ็นต์ครับ ง่าย ๆ ครับนั่นแปลว่า ครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน และมีหนี้ใช้เงิน มากกว่ารายได้ครับ จากตัวเลขนี้แสดงให้เราเห็นอะไรครับ ไม่ได้แปลว่าคนเหล่านี้ใช้เงิน เกินตัวนะครับ แต่แปลว่าภาระดอกเบี้ยมันหนักหนามาก ทำให้ตัวเลขค่าใช้จ่ายระหว่าง ครัวเรือนที่มีหนี้และไม่มีหนี้มันต่างกันขนาดนี้ สไลด์ถัดไปครับ จากรายงานที่ทาง อนุกรรมาธิการส่งมา เสนอแนวทางการแก้ไขไว้ในแต่ละปัญหาอย่างลอย ๆ ซึ่งผมเสียใจ ในขณะที่ตั้งแต่หลังโควิดเป็นต้นมาครับ ธนาคารพาณิชย์แทบทุกแห่งกำไรสูงสุด เป็นประวัติการณ์ครับ แต่ประชาชนต้องแบกดอกเบี้ยหลังแอ่นแล้วครับ ทำไมไม่มีข้อเสนอ เรื่องดอกเบี้ยในรายงานฉบับนี้เลย แล้วตอนนี้หากใครใช้ Application Mobile Banking ไม่ว่าจะธนาคารไหนก็ตาม สิ่งที่เด้งมาบ่อยมาก ๆ คือ Nano Finance ครับ เพิ่มขึ้นเยอะ จริง ๆ ครับ เหมือนกับข้อเสนอที่ท่านเสนอมาละครับ แต่หากไปดูดอกเบี้ยของ Nano Finance แล้ว หรือ Soft Loan เหล่านี้จะเห็นว่าน่าตกใจมากครับ เพราะดอกเบี้ยสูงมาก ตั้งแต่ ๑๗-๒๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ และในส่วนของสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ ก็ไม่ต่ำกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์กันแล้วครับ ผมเข้าใจครับว่าธนาคารไม่ใช่องค์กรการกุศล แต่การฉวยโอกาส จากภาวะวิกฤติแบบนี้เป็นเรื่องไม่เหมาะสมครับ

อีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งโยงเกี่ยวกันล่าสุดนะครับ เครดิตบูโรเพิ่งเปิดเผยตัวเลข หนี้สิน หนี้เสียในไตรมาสที่ผ่านมาพบว่า พุ่งสูงขึ้นถึง ๑๒.๒ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ NPL ทะลุ ไปถึง ๑.๑๕ ล้านล้านบาทแล้วครับ ยอดปล่อยสินเชื่อเองก็ต่ำ บวกแค่ ๑.๓ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง นี่เป็นความเสี่ยงยิ่งทำให้การบริโภคในประเทศต่ำลง แล้วยิ่งเพิ่มความเสี่ยงทำให้ เกิดหนี้นอกระบบเพิ่มขึ้นครับ แต่แนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้กลับยังไม่มีเลยครับ นั่นละครับท่านประธานครับ ขนาด NPL พุ่งขนาดนี้ครับ Profit ของธนาคารยังมหาศาล อยู่เลยครับ กำไรเหล่านี้ของธนาคารมาจากไหนครับ ถ้าไม่ใช่กำไรจากเกินควรที่ต่อเนื่อง มาหลายปี เราไม่มีมาตรการอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยนะครับ เรื่อง NPL นะครับ โดยเฉพาะ เรื่อง NPL ผมมีข้อเสนอแบบนี้ NPL โดยเฉพาะที่ค้างมาตั้งแต่โควิด ต้องมีการปรับโครงสร้าง หนี้ใหม่เสียก่อนโดยด่วน เพราะหนี้เหล่านี้มันตกค้าง พอกมาตั้งแต่โควิด แล้วสาเหตุที่ทำให้ การปล่อยสินเชื่อต่ำแบบนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะคนจำนวนมากติดเครดิตบูโรมาตั้งแต่ช่วงโควิด เราก็ควรมีมาตรการเร่งด่วนเรื่องนี้เข้าไปด้วยนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเสียใจครับ คือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพครับ ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะสินค้าราคาแพงต่าง ๆ ผมคาดหวังว่าจะมีข้อเสนอเรื่องการควบคุม ราคาสินค้าในรายงานฉบับนี้ แต่ก็ไม่มีนะครับ ทั้งที่เรื่องใหญ่ของวันนี้ คือข้าวของแพง สินค้า อุปโภคบริโภคราคาแพงมาก ไข่ยังแพงเลยครับ สินค้าที่ควรจะเป็นสินค้าควบคุมนะครับ กลับไม่มีการควบคุมราคาโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกวันนี้อาหารตามสั่งพุ่งไปจานละ ๕๐-๖๐ บาทแล้วนะครับ สินค้าอุปโภคบริโภคราคาขึ้นกันหมด แต่กลับไม่มีข้อเสนอในด้านนี้ หรือเรื่องราคาพลังงาน ค่าน้ำ ค่าไฟต่าง ๆ ที่เป็นข้อเสนอ มีข้อเสนอเพียงแค่เจรจา เรื่องค่าพร้อมจ่ายแค่นั้นไม่เพียงพอครับ เราต้องเจรจาเรื่องนี้อย่างจริงจังครับ เราจะทบทวน สัญญาเรื่องนี้ใหม่ได้หรือไม่ครับ รวมถึงข้อเสนอเรื่องโซลาร์เซลล์ที่บอกเพียงว่า สนับสนุน ให้มีมากขึ้น แต่ผมอยากไปให้ไกลกว่านั้นครับ ให้ประชาชนใช้ระบบ Smart Grid ได้ ขายไฟ คืนได้ หรือจะมีมาตรการไหนที่ทำให้ประชาชนมาใช้มากขึ้นนอกจากการบอกว่า สนับสนุน แบบลอย ๆ นะครับ หรืออีกส่วนหนึ่งที่ผมเศร้าใจครับ คือเรื่องการขนส่งและคมนาคมครับ ที่ข้อเสนอบอกว่าให้นำรถเมล์ไปเชื่อมกับรถไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ดีนะครับ แต่ค่าโดยสารละครับ ปัจจุบันนายทุนรถไฟฟ้ารวยเอา ๆ นะครับ ค่ารถไฟฟ้าราคาถูกที่ประชาชนรอคอยมานาน ตอนไหนครับ ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะเริ่มเลย ตั้งแต่มีการปฏิรูปของ ขสมก. ก็ทำให้ค่ารถเมล์ พุ่งขึ้นไปอีกนะครับ แล้วมาบอกว่าทำเพื่อลดการขาดทุนของ ขสมก. นะครับ ลดการขาดทุน ด้วยอะไรครับ ด้วยการมาขูดกับประชาชนเพิ่มขึ้นหรือครับ หลักการเบื้องต้นในการทำบริการ สาธารณะ คือถ้าต้องขาดทุนเพื่อประชาชน แต่ประชาชนได้ประโยชน์มันก็ต้องขาดครับ เพราะนี่คือบริการสาธารณะ ไม่ใช่การค้ากำไรนะครับ แล้วที่มากไปกว่านั้นมีกี่จังหวัดที่มี รถไฟฟ้าครับ กรุงเทพมหานครไม่ใช่ศูนย์กลางของประเทศนะครับ กรุงเทพมหานครอาจจะ เป็นศูนย์กลางของประเทศ แต่ว่าไม่ใช่ตัวตัดสินทั้งหมดนะครับ หลาย ๆ จังหวัด อย่างเช่น ที่บ้านผม รถเมล์ยังไม่มีเลยครับ ต่างจังหวัดจำนวนมากไม่มีขนส่งสาธารณะเลยด้วยซ้ำ ด้านการคมนาคมนี่ละเลยกับต่างจังหวัด คนต่างจังหวัดจำนวนมากค่าน้ำมันที่ต้องใช้ในการ เดินทางของคนต่างจังหวัดสูงมากนะครับ แต่กลับไม่ได้ถูกนำมาคิดเป็นต้นทุนค่าครองชีพ เลยด้วยซ้ำ อันนี้ต้องถูกนำมาพิจารณาด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ผมหวังอย่างยิ่งว่า รายงานฉบับนี้และคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ จะนำข้อเสนอและข้อท้วงติงของผมไปพัฒนา เพิ่มเติมนะครับ เพราะแบบนี้ผมคิดว่ายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สิน รวมถึงค่าครองชีพ ให้พี่น้องประชาชนได้อย่างเพียงพอครับ ขอบคุณครับ