ภัณฑิล เสนอมาตรการลดหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพอย่างองค์รวม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗

ภัณฑิล น่วมเจิม หารือปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ ทั้งการตรวจสอบและพัฒนามาตรฐานกองทุนหมู่บ้านและสหกรณ์ออมทรัพย์ การเชื่อมโยงข้อมูลหนี้กับฐานข้อมูลเครดิตแห่งชาติ การกำหนดเพดานการหักเงินเดือนไม่เกินร้อยละ 70 และการปรับหลักเกณฑ์ตัดชำระหนี้ให้เป็นธรรม เพื่อป้องกันหนี้นอกระบบ พร้อมผลักดันให้มีการกำกับอัตราดอกเบี้ยอย่างเป็นธรรม ส่งเสริมการแข่งขันในตลาดการเงิน และสนับสนุนการลงทุนในที่อยู่อาศัยราคาประหยัด พลังงานหมุนเวียนในครัวเรือน รวมถึงมาตรการลดค่าครองชีพ เช่น การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้าจำเป็น สวัสดิการด้านอาหาร ที่อยู่อาศัย การเดินทาง และการใช้ระบบค่าโดยสารร่วมในการขนส่งสาธารณะ พร้อมเน้นความจำเป็นในการกำหนดเป้าหมายระยะยาวและระบบติดตามประเมินผลอย่างชัดเจนเพื่อให้มาตรการมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ปัญหาหนี้ครัวเรือน ก็ขอร่วมอภิปรายนะครับ เป็นเรื่องใหญ่มาก รายงานฉบับนี้ก็ทำมาได้ดีมาก มีการเรียงลำดับ เรื่องหนี้ แล้วก็เรื่องค่าครองชีพ แล้วก็ข้อเสนอแนะ ปัญหาหนี้ครัวเรือนส่วนใหญ่อยู่ใน สัดส่วนของสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งก็เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เนื่องจากนำไปใช้ในการ บริโภค ภาระการชำระหนี้เมื่อเทียบกับรายได้ หรือ Debt Service Ratio ของกลุ่มครัวเรือน ที่มีรายได้น้อยที่สุดของประเทศ ร้อยละ ๒๐ สูงถึงร้อยละ ๗๓ ของรายได้ประจำ แปลว่า อะไรครับ ได้เงินมา ๑๐๐ ๗๓ ต้องเอาไปใช้หนี้ใช่ไหมครับ เหลือไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ที่จะต้องเอาไว้ใช้จ่ายในครัวเรือน อันนี้ก็เป็นปัญหาใหญ่นะครับ หลายกลไกถูกตั้งมาเพื่อช่วย แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินได้มากขึ้น ผมขออภิปราย ใน ๔-๕ จุดในส่วนของหมวดหนี้นะครับ

๑. กองทุนหมู่บ้าน ชุมชนเมืองแห่งชาติที่ต้องถูกตรวจสอบ แล้วก็ติดตาม ผลการดำเนินงานให้มีมาตรฐาน โดยเฉพาะเรื่องบัญชี ความโปร่งใส มีความสามารถที่จะ ชำระหนี้ได้ต่อเนื่อง ความรู้ทางการเงินของบุคลากร การจัดเก็บเงินชำระหนี้เป็นรายเดือน แทนการชำระรายปี ในกรุงเทพมหานครก็มีหลายเคสที่ไม่ปล่อยกู้แล้ว เพราะว่าที่ผ่านมา ก็มีปัญหาพอสมควร อันนี้ก็เป็นหมวดแรกของสถาบันการเงินชุมชน

อีกหมวดหนึ่ง สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ อันนี้ก็เป็นอีกสถาบันการเงิน ชุมชนหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องหนี้เยอะ คือควรพิจารณาปรับปรุงการกำหนดอัตราค่าสมัคร ค่าบำรุง และเงินสงเคราะห์ กำหนดให้มีหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการรับจ่ายเงินสงเคราะห์ การชำระเงินคืนให้มีมาตรฐาน ผมก็ไปในงานเสวนาขององค์กรผู้บริโภคหลายครั้ง ก็มีการนำ ปัญหานี้ขึ้นมารับฟัง แล้วก็พยายามที่จะต้องหาทางแก้ไขในขั้นต่อไปนะครับ ปัจจุบัน การบริหารจัดการด้านการเงินของสมาคม ไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน ขาดความเข้าใจด้านกฎหมาย ในการจัดตั้ง บุคลากรขาดผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ นายทะเบียนท้องที่ในแต่ละจังหวัด บางทีก็ขาดความรู้ทางด้านบัญชีและการเงินนะครับ

ปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่สามารถกำกับดูแลการให้สินเชื่อ ของสหกรณ์ได้ นี่ก็เป็นอีกหมวดหนึ่ง คือการติดตามและตรวจสอบสหกรณ์ออมทรัพย์ พวกเครดิตยูเนียน เพื่อให้เป็นไปตามหลักการการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ คืออย่างไรครับ ต้องกำหนดให้สหกรณ์เข้าสู่ระบบข้อมูลลูกหนี้แห่งชาติ เพื่อให้สามารถดำเนินนโยบาย การปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม มีความสอดคล้องกับทางการเงินของลูกหนี้ คือข้อมูลสินเชื่อไม่ครบถ้วนนะครับ ให้มีการสนับสนุนการเชื่อมต่อระบบฐานข้อมูลลูกหนี้ เนื่องจากปัจจุบันระบบฐานข้อมูลลูกหนี้แห่งชาติ หรือ National Credit Bureau : NCB ยังไม่ครอบคลุมหนี้ที่อยู่ในระบบสหกรณ์ หรือกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง อีกประมาณ ร้อยละ ๒๐ ของสินเชื่อระบบทั้งหมดนี้ก็ยังไม่ได้ครอบคลุม ตรงนี้คือมันไม่เชื่อมกัน สมมุติ เราเป็นหนี้ที่บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคลกับสถาบันการเงิน แล้วเราเป็นหนี้กับสหกรณ์ ด้วยนี่บางทีไม่เห็นกันนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งครับ การหักเงินเดือนชำระหนี้ไม่เกินร้อยละ ๗๐ ของเงินเดือนลูกหนี้ ลดโอกาสในการเป็นหนี้นอกระบบ จริง ๆ ก็ควรจะคำนวณศักยภาพ การชำระหนี้ของลูกหนี้ โดยพิจารณาจากฐานรายได้ในช่วงชีวิตที่เขามีอยู่เท่านั้นด้วยนะครับ คือสมมุติ ๑๐๐ ได้เงินเดือนมา เงินเดือนครู เงินเดือนข้าราชการ แล้วไปหักต้นน้ำเลยตั้ง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือให้เขากินแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มันก็ไม่ไหวนะครับ อันนี้จะต้องมีการกำหนด เพดานตรงนี้ใหม่นะครับ

อีกประเด็นหนึ่งครับ ข้อเสนอแนะที่ดีในการปรับลำดับการตัดชำระหนี้ ที่ไม่ทำให้ลูกหนี้ไม่เสียเปรียบ คือตัดลดต้นเงินในทุกครั้งที่มีลูกหนี้ชำระหนี้ ไม่ใช่ตัดก่อน ในส่วนค่าธรรมเนียมดอกเบี้ยก่อน แล้วเงินต้นก็คงเอาไว้ จนทำให้เงินต้นของลูกหนี้ ไม่สามารถลดลงหรือลดลงช้า อันนี้ก็ต้องเข้มงวดมากขึ้นนะครับ การกำหนดให้ทำประกันชีวิต ทั้ง ๆ ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันครอบคลุมอยู่แล้ว อันนี้ก็ไม่ถูกต้อง อันนี้ก็เป็นอีกข้อเสนอแนะ ที่ดีนะครับ

อีกอันหนึ่งนะครับ กำกับดูแลและประชาสัมพันธ์ประเด็นฐานการคำนวณ อัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม สิทธิของลูกหนี้ผู้ใช้บริการทางการเงินเกี่ยวกับพวกตารางกำหนด ระยะเวลาในการชำระหนี้ ภาระหนี้สิน และต้นทุนดอกเบี้ยที่แท้จริง อันนี้เป็นสิทธิผู้ใช้บริการ ที่ต้องรับรู้ข้อมูล แล้วผู้ให้บริการจะต้องชี้แจงข้อมูลให้ละเอียดและถูกต้อง

อีกประเด็นหนึ่ง ส่งเสริมให้ผู้เล่น Peer–To-Peer Lending รายใหม่เข้ามา ในตลาดมากกว่าจะเป็นการขยายบริการของผู้เล่นรายเดิม พอมีการแข่งขันมากขึ้น อัตราดอกเบี้ยก็จะมีการแข่งขันมากขึ้น แล้วเงื่อนไขก็จะแข่งขันกันมากขึ้นนะครับ

เมื่อสักครู่พูดถึงในส่วนของหนี้ไปแล้ว ในส่วนนี้จะเป็นส่วนของค่าครองชีพ ซึ่งเป็นอีกฝั่งหนึ่งของสมการ การขอรับสิทธิประโยชน์ในการลงทุนสำหรับโครงการก่อสร้าง ปรับปรุง บ้านพักอาศัยที่มีมูลค่าต่ำกว่า ๒ ล้านบาท อันนี้ก็จะมาช่วยในเรื่องมาตรการ ระยะยาวค่าที่อยู่อาศัย เช่น จัดหาที่ดินของรัฐก่อสร้างที่อยู่อาศัยราคาประหยัด ปรับปรุง ประสิทธิภาพในการทำงาน ดำเนินงานของการเคหะแห่งชาติ ส่งเสริมการลงทุนเพื่อสังคม อันนี้ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของที่อยู่อาศัย

เรื่องของไฟฟ้าครับ สนับสนุนการผลิตไฟฟ้าในครัวเรือน ควรพิจารณาเปิด ระบบการหักลบกลบหน่วย คือ Net Metering รวมถึงการจัดสรรระบบสินเชื่อเพื่อการติดตั้ง โซลาร์เซลล์ให้กับครัวเรือน เพื่อครัวเรือนได้มีทางเลือกในการลดค่าไฟฟ้าของครัวเรือน ได้เป็นอย่างมากนะครับ

อีกอันหนึ่งอีกหมวดหนึ่งที่ใหญ่นะครับ คือค่าโดยสารมีราคาสูง ประชาชน ต้องขึ้นรถหลายต่อ ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางจำนวนมาก รวมถึงกรณีที่ต้องเสีย ค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ผู้มีรายได้น้อยส่วนใหญ่เขาใช้บริการรถขนส่งสาธารณะ รถประจำทาง ภาครัฐควรจะพิจารณาอุดหนุนให้ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางด้วย การจัดทำ ค่าโดยสารร่วมสำหรับขนส่งสาธารณะทุกประเภท ตั้งแต่โครงสร้างอัตราค่าแรกเข้า กับอัตราค่าโดยสารทำให้ไม่ต้องเสียซ้ำซ้อน ขึ้นมอเตอร์ไซค์มาจากบ้าน มาต่อรถเมล์ แล้วก็ มาต่อรถไฟฟ้าต้องเสีย ๓ ต่อ ความจริงมันควรจะเป็นระบบค่าโดยสารร่วมนะครับ

ข้อเสนอแนะในการช่วยปัญหาค่าครองชีพอีกอันหนึ่งที่น่าสนใจ และควร พิจารณา คือการยกเว้นการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับสินค้าที่มีความจำเป็น เช่น ผ้าอ้อม สำหรับเด็ก ผ้าอ้อมสำหรับผู้สูงอายุ ผ้าอนามัย อันนี้ผมก็สนับสนุนนะครับ

มาตรการทางเลือก ค่าใช้จ่ายทางด้านอาหาร โดยมีการเพิ่มสวัสดิการอาหาร สำหรับนักเรียน ค่าที่อยู่อาศัย โดยที่มีสนับสนุนการผ่อนบ้านรายเดือน สนับสนุนเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำ ปลอดดอกเบี้ย สวัสดิการโดยสารรถโรงเรียน เหล่านี้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพได้

สุดท้ายครับ เป้าหมายต้องมีตัวชี้วัดระยะยาวที่ชัดเจน และท้าทาย คือยกตัวอย่างเช่น สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ควรอยู่ในอันดับ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ภายใน ปี ๒๕๗๐ มีระยะเวลาชัดเจน ตั้งเป้าสัดส่วนการชำระหนี้ต่อรายได้ของกลุ่มครัวเรือน ที่มีรายได้ต่ำสุด ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ลดลงไม่เกินร้อยละ ๓๐ มีระบบการติดตาม และการประเมินผลการดำเนินงานแก้ไขหนี้สินครัวเรือนให้ชัดเจน อันนี้ก็เป็นข้อเสนอแนะ ที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ ก็ขอสนับสนุนรายงานเล่มนี้นะครับ ขอบคุณครับ