ประสิทธิ์ ชี้ปัญหาหนี้ครัวเรือน-นอกระบบ พร้อมเสนอทางออกยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗

ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ หารือปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น รายได้ไม่เพียงพอ และปัญหาหนี้นอกระบบที่ประชาชนยังขาดความไว้วางใจในการเข้าสู่มาตรการแก้หนี้ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขอย่างองค์รวมทั้งการเพิ่มรายได้ผ่านความมั่นคงทางการเมือง การลงทุนในพลังงานสะอาด และการพัฒนาทุนมนุษย์ รวมถึงลดค่าใช้จ่ายด้วยการสนับสนุนโซลาร์เซลล์ผ่านสินเชื่อที่เข้าถึงง่าย และเน้นการแก้ปัญหาหนี้ภาคเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศและการตลาดที่ไม่แน่นอน

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎร อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชน แต่ยังรับใช้ประชาชนเหมือนเดิม จากจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา ธัญบุรี และอำเภอหนองเสือ ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมอภิปรายรายงานฉบับนี้เช่นกัน รายงานเกี่ยวกับการแก้ไขหนี้สินภาคครัวเรือนอย่างยั่งยืน และแก้ปัญหาค่าครองชีพสูง ยุคนี้เป็นยุคข้าวยากหมากแพง แต่ค่าแรงก็ยังถูกเหมือนเดิม ตลาดกึ่งผูกขาด ช่องทาง การจัดจำหน่ายกึ่งผูกขาด ค่าไฟแพง ค่าน้ำมันแพง ส่งผลให้ต้นทุนขนส่งราคาแพง ก็ทำให้ ของแพงไปด้วย หนำซ้ำยังมีสินค้าที่ด้อยคุณภาพจากต่างประเทศมาถล่ม กระหน่ำ เข้าประเทศไทยอีก ดูดเงินคนไทยไปอีกนะครับ ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยก็ทยอย ตายหมดต้องเปลี่ยนอาชีพ แล้วก็มาค้าขายกัน มาค้าขายอาหารบ้าง ขายของบ้าง มาแย่งกัน ในตลาดเล็ก ๆ ในเค้กชิ้นเล็ก ๆ ส่วนเค้กก้อนโต ๆ ก็คือนายทุนกับต่างชาติได้ไปนะครับ สิ่งเหล่านี้ทำให้ชนชั้นกลางกลายเป็นคนจน ส่วนคนจนแล้วก็ยิ่งจนลงไปอีก เราจึงต้องหาทาง แก้ไขปัญหาเหล่านี้ เมื่อก่อนจบปริญญาตรีทำงาน ๒-๓ ปี สามารถซื้อบ้าน ผ่อนบ้านได้แล้ว ปัจจุบันนี้จบปริญญาตรียังต้องอยู่กับพ่อแม่ เพราะไม่สามารถจ่ายค่าเช่าบ้านได้ มันเกิดอะไรขึ้น กับประเทศไทย ก็ไม่แปลกใจว่าคนยังเป็นหนี้ แล้วก็อยู่ในวังวนหนี้ขนาดนี้ หนี้ในระบบยังไม่เท่าไร หนี้ในระบบสักพักจะกลายเป็นหนี้เสีย หนี้เสียสักพักก็จะกลายเป็นหนี้นอกระบบ มันกลายเป็นวังวนหนี้ของคนไทย หนี้สินของครัวเรือนของประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ เขาเป็นหนี้อะไรครับ เขาเป็นหนี้ซื้อบ้าน ซื้อรถ หนี้ลงทุนนะครับ อันนี้ยังไม่ค่อยน่ากลัว เพราะเขาซื้อบ้านเขายังมีทรัพย์สิน เขาลงทุนเขายังมีรายได้กลับคืนมา แต่หนี้ส่วนใหญ่ ของประเทศไทยกลายเป็นหนี้สำหรับการใช้จ่ายอุปโภคบริโภค ไม่มีรายได้ ไม่มีสินทรัพย์ กลับคืนมา คือกู้มาเพื่อบริโภคแล้วก็หมดไป แล้วการกู้เพื่อบริโภคนี่เป็นดัชนีชี้วัดตัวหนึ่งว่า คนหารายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย นั่นก็คือว่าค่าใช้จ่ายสูงเขาถึงต้องกู้มา ทั้งหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล เรียกว่ากู้มาใช้จ่ายอย่างเดียวเลย อันนี้เป็นข้อมูลจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ซึ่งสถาบันอื่น ๆ ก็วิจัยเหมือนกันนะครับ ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้หายากเลย ในรายงานฉบับนี้ก็ยังรวมถึงหนี้ข้าราชการ อย่างเช่น ครู ตำรวจ สิ่งเหล่านี้ข้าราชการทำไม ถึงเป็นหนี้เยอะ เพราะว่าเขารายได้น้อย แต่ว่าสวัสดิการดี อาชีพมั่นคง ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบ ของเจ้าหนี้ เจ้าหนี้ก็เลยปล่อยกู้เต็มที่เลยนะครับ บางคนก็ต้องผ่อนหนี้จนเกษียณก็ยัง ต้องผ่อนหนี้อยู่นะครับ

ส่วนอีกหนี้หนึ่ง ก็คือหนี้ภาคการเกษตรที่รายงานฉบับนี้พูดถึง เพราะว่า การเกษตรของเราพึ่งฟ้าพึ่งฝน ปลูกเก่ง แต่ขายไม่เก่ง ขายก็ไม่ได้ราคา ใช้จ่ายลงทุนสูง แต่ได้ราคาน้อย อันนี้คือปัญหาทั้งหมดเลย เราพึ่งฟ้าพึ่งฝนมากเกินไปด้วย ถ้าฟ้าฝนไม่ดี ก็นาล่ม สวนผลไม้ไม่ได้ผลิดอกออกผลก็เป็นหนี้อีก ท่านประธานครับ ผมนี่ครับอยู่ ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ แล้วก็ได้ตั้งคณะทำงานแก้หนี้ ซึ่งผมก็ลงไปแก้หนี้ ให้กับพื้นที่ผม อำเภอลำลูกกา อำเภอหนองเสือ อำเภอธัญบุรี ก็เจอปัญหามากมายนะครับ

อีกเรื่องหนึ่ง ผมทำงานร่วมกับมูลนิธิสุภา วงค์เสนา เพื่อการปฏิรูปสิทธิลูกหนี้ ช่วยกันทำงาน สิ่งหนึ่งที่ผมต้องขอบคุณกระทรวงมหาดไทย ก็คือว่ามีโครงการแก้หนี้ ให้ประชาชน ให้นายอำเภอ ให้แต่ละอำเภอไปหาลูกหนี้นอกระบบมา แล้วก็มาเจรจาให้ อันนี้เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้างในเรื่องของการให้คนมาแก้หนี้นอกระบบ ปัญหาคือ อะไรครับ คือเรื่องที่ ๑ คนไม่กล้าแจ้งหนี้นอกระบบ เพราะกลัวว่า ๑. คือเจ้าหนี้อาจจะมา ทำร้าย ๒. เคยแจ้งไปแล้วรอบหน้าเงินขาดมือจะไปกู้ที่ไหน แล้วกลุ่มคนที่มาแจ้ง ก็จะแจ้งไม่หมด สมมุติเป็นหนี้นอกระบบ ๕ ราย อาจจะแจ้งแค่ ๒ รายที่อยากจะปิด อีก ๓ รายก็ไม่บอก เพราะฉะนั้นคนกลุ่มเหล่านี้ถึงท่านจะไปช่วยเหลือเขาเท่าไร เขาก็จะกลับมา วังวนหนี้เหมือนเดิม กระทรวงมหาดไทยนะครับ เขาจะกลับมาวังวนหนี้นอกระบบเหมือนเดิม ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด สิ่งที่ผมลงไปช่วยเหลือเขา ผมเข้าไปแก้หนี้ รายบุคคลเลย มันอาจจะใช้เวลาเยอะหน่อยนะครับ ใช้เวลาเยอะมากพอสมควร เราเข้าไป แต่ละบุคคลเลยที่เป็นหนี้ แล้วก็ให้เขาระบุเลยว่า คุณเป็นหนี้อะไรบ้าง หนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต ทุกอย่างนะครับ รวมทั้งหนี้นอกระบบทั้งหมด แล้วรายได้ของเขาทั้งหมด เท่าไร ค่าใช้จ่ายในบ้านเท่าไร เราช่วยเขาบริหารการเงินแบบครบวงจร เราเข้าไปครั้งแรก เขาอาจจะให้ชื่อเจ้าหนี้มาแค่ราย ๒ ราย เข้าไปรอบที่ ๒ เพิ่มมาอีก ๒ ราย เข้าไปรอบที่ ๓ เพิ่มมาอีก ๑๐ ราย จากคนที่บอกเราว่าเป็นหนี้ ๑ ราย สุดท้ายเป็นหนี้ ๑๓ ราย เราเจอ อย่างนี้เยอะมาก เราต้องเข้าไปคุยกับเขาหลายรอบมากถึงจะได้ความไว้วางใจ เขาถึงจะบอก เราจริง ๆ ว่าเราจะไปช่วยเขาจริง ๆ ตรงนี้คือสิ่งที่เป็นปัญหาของระบบ ถ้าเกิดคุณไม่ให้ เขาไว้ใจ เขาก็ไม่บอกข้อมูลคุณเหมือนกัน คุณก็แก้หนี้ไม่ได้สักที แล้วการแก้หนี้ไม่ใช่แก้ แต่หนี้นอกระบบ เราต้องแก้หนี้ครบวงจร แก้นอกระบบไม่ได้ เพราะอย่างไรก็กลับไปวังวนเดิม นี่คือปัญหานะครับ

สุดท้ายผมมีข้อแนะนำสำหรับนายกรัฐมนตรีที่จะมาใหม่นะครับ ข้อแนะนำเยอะมาก จริง ๆ แล้วการแก้ปัญหาต้องเพิ่มรายได้ และลดค่าใช้จ่ายนะครับ เพิ่มรายได้อย่างไร สร้างการเมืองที่มีเสถียรภาพ ลงทุนพลังงานสะอาด ลงทุนการพัฒนาคน เพื่อสร้าง Ecosystem ให้นักลงทุนต่างชาติอยากเข้ามาลงทุน ข้อที่ ๒ ก็คือเพิ่มสวัสดิการ ให้กลุ่มเปราะบาง อย่างเช่น กลุ่มคนชรา กลุ่มคนพิการ ๖๐๐ บาท ๘๐๐ บาทนี่ไม่พอ อย่างน้อยต้องเพิ่มให้เขาอีกเท่าตัว แล้วก็ลงทุนในเรื่องของการค้นคว้า วิจัย การทำเกษตร ทันสมัย เพิ่มผลผลิต ลงทุนน้อยให้ได้ผลผลิตเยอะนะครับ แล้วก็สุดท้ายคือสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อการเข้าถึงแหล่งทุนนะครับ อันนี้คือเรื่องของการเพิ่มรายได้ ส่วนลดค่าใช้จ่าย ขอสักข้อ ๒ ข้อจะจบแล้วครับ ลดค่าใช้จ่ายก็คือ ในเรื่องของค่าไฟ ผมว่ามันแพงมาก ๆ เลย ประเทศไทย อยากจะให้ท่านสนับสนุนเรื่องของโซลาร์เซลล์ ให้แหล่งเงินกู้ราคาถูก หรือเงินกู้ โดยไม่ต้อง Check เครดิต เนื่องจากว่าโซลาร์เซลล์อย่างไรในระยะยาวนี่คือคุ้มทุนแน่นอน แล้วยิ่งเราทำทั่วประเทศมันสามารถที่จะลดราคาลงไปได้อีกเยอะเลย ก็ฝากไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ