ชัยวัฒน์ ชี้หนี้ครัวเรือนพุ่ง 90.8% ของจีดีพี ห่วงหนี้เสียเพิ่ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ชี้แจงผลการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการเกี่ยวกับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงถึง 90.8 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี พร้อมแสดงความกังวลต่อหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสินเชื่อเช่าซื้อรถ บ้าน และบัตรเครดิต ซึ่งเกิดจากรายได้ที่ไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่าย จนนำไปสู่การก่อหนี้เพื่อการบริโภค จึงเรียกร้องให้รัฐดำเนินการแก้ไขอย่างยั่งยืน พร้อมเสนอแนวทางกว่า 35 ประเด็นต่อ 12 หน่วยงาน และข้อเสนอปรับปรุงกฎหมาย 6 ฉบับ เพื่อคลี่คลายปัญหาและบรรเทาภาระค่าครองชีพที่สูงต่อเนื่อง

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำ สภาผู้แทนราษฎร และในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ พิจารณาศึกษาการแก้ปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนอย่างยั่งยืน และปัญหาค่าครองชีพสูง ซึ่งได้ดำเนินการศึกษาตั้งแต่วันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ และเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ตามที่ได้รับมอบหมายจากสภาผู้แทนราษฎร จึงขออนุญาต ท่านประธานใช้เวลาสักเล็กน้อย ในการนำเสนอผลการพิจารณาการศึกษาโดยสังเขป ในญัตติทั้งหมดมี ๕ ญัตติที่เกี่ยวข้องนะครับ เกี่ยวกับเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ภาคครัวเรือนอย่างยั่งยืนและปัญหาค่าครองชีพสูง เดี๋ยวขอสไลด์ขึ้นด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ท่านประธานครับ ตอนแรก ผมก็กังวลว่ากว่าจะได้นำเสนอรายงานฉบับนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎร ผลการศึกษา และข้อเสนอแนะต่าง ๆ จะล้าสมัยไปแล้ว เพราะว่าได้ศึกษาปัญหานี้เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคมนะครับ แล้วในวันนี้ก็เป็นเดือนสิงหาคมผ่านมาอย่างน้อย ๆ ก็ ๗ เดือนแล้วนะครับ แต่ปรากฏว่าในสถานการณ์ต่าง ๆ ก็ไม่ได้ต่างไปจากเดิมเท่าไรนักนะครับ ข้อเสนอแนะ และผลการศึกษาต่าง ๆ ยังสามารถเอามาประยุกต์ใช้ได้เป็นอย่างดี ผมจะขอเริ่มต้น จากสถานการณ์หนี้ครัวเรือนของประชาชนคนไทย ให้ทุกท่านได้เห็นความสาหัส และความเร่งด่วนของปัญหาหนี้ครัวเรือนของคนไทยก่อนนะครับ จากข้อมูลของธนาคาร แห่งประเทศไทย ระดับหนี้ครัวเรือนของคนไทยอยู่ในระดับที่สูงมากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของ GDP มาเป็นเวลายาวนานตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมา และตั้งแต่รัฐบาลของท่านอดีต นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ได้เริ่มทำงานเมื่อ ๑ ปีที่แล้ว ก็อยู่ที่ระดับ ๙๐.๘ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหลังจากดำเนินการมาจนถึงวันนี้ก็ประมาณ ๑ ปี การแถลงข่าวแก้หนี้ก็มาหลายครั้ง ข้อมูลระดับหนี้ครัวเรือนล่าสุดก็ยังอยู่ที่ระดับ ๙๐.๘ เปอร์เซ็นต์ของ GDP ก็ยังเห็นได้ว่า ระดับหนี้ครัวเรือนไม่ได้ลดลงเลยครับ ขอหน้าถัดไปครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่น่าเป็นห่วง มากกว่านั้นคือ ระดับของหนี้เสีย ในภาพนี้ตัวเส้นแดงก็จะเป็นระดับหนี้เสีย เราจะเห็นได้ว่า ตลอด ๑ ปีที่ผ่านมา นอกจากระดับหนี้ครัวเรือนไม่ได้ลดลงแล้ว หนี้เสีย หรือ NPL ยังเพิ่มขึ้น สูงขึ้นจากระดับ ๗.๗ เปอร์เซ็นต์ ไปที่ ๘.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าหากเราประเมินสถานการณ์ ดังกล่าวโดยรวมทั้งหนี้ NPL ที่เป็นหนี้เสียไปแล้ว รวมกับหนี้ที่กำลังจะเริ่มเสีย ก็คือ มีการผิดนัดชำระหนี้ไปมากกว่า ๓๐ วันแล้ว แต่ยังไม่ถึง ๙๐ วันนะครับ ก็จะรวมกันมากถึง ๑๒.๒ เปอร์เซ็นต์ของหนี้สินรวมทั้งระบบเลยทีเดียว ท่านประธานครับ ถ้าหากดูลึกลงไปอีก หนี้เสียที่เพิ่มขึ้นมา มาจากไหนบ้างนะครับ ขอสไลด์หน้าถัดไป ก็จะพบว่า ระดับยอดหนี้เสีย NPL ในสินเชื่อส่วนใหญ่ก็จะเป็นหนี้ที่มาจากการเช่าซื้อรถ เพราะเช่าซื้อรถหนี้เสียเพิ่มขึ้น จากปีแล้วมากถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ NPL ของสินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้น ๒๓ เปอร์เซ็นต์ แล้ว NPL ของบัตรเครดิต เพิ่มขึ้นสูงถึง ๒๒ เปอร์เซ็นต์ ในหน้านี้ผมอยากให้เห็นรากเหง้าที่เป็นต้นเหตุของปัญหาหนี้สินและปัญหา ค่าครองชีพสูง ก็คือเรื่องรายได้ครับ ถ้าเราดูข้อมูลค่าใช้จ่ายของครัวเรือน โดยแบ่งตามระดับ รายได้ ในที่วงสีแดงไว้นะครับ จะเป็นในส่วนที่เป็นระดับครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำ ก็คือรายได้ ต่ำกว่า ๑๕,๐๐๐ บาทนะครับ ซ้ายสุดก็คือถ้าหาเงินมาได้ ๑๐๐ บาท เขาจะมีรายจ่ายถึง ๑๓๘ บาทครับ ซึ่ง ๑ ใน ๔ ก็เป็นเงินที่ต้องเอาไปใช้หนี้ สำหรับอันถัดมาก็จะเป็น ครัวเรือนที่มีระดับรายได้ ๑๕,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ถ้าหาเงินมาได้ ๑๐๐ บาท มีรายจ่าย ๑๐๙ บาท ถึงแม้ครัวเรือนที่จะขยับขึ้นมาอีกนิดหนึ่งรายได้ ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท ก็ยังไปไม่รอดครับ หามาได้ ๑๐๐ บาท ก็ยังมีรายจ่ายถึง ๑๐๕ บาท และพบว่าในครัวเรือน ที่เป็นระดับรายได้ปานกลางนี่นะครับ ค่าใช้จ่ายเกือบครึ่งหนึ่งก็คือ ๔๘ เปอร์เซ็นต์ เป็นการเอาไปจ่ายหนี้เช่าซื้อรถ อันนี้เห็นได้ชัดว่ามันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างว่า รายรับ ไม่พอกับรายจ่าย ทำให้หนี้ครัวเรือนของประเทศไทย คนไทยเกือบ ๑ ใน ๓ ของหนี้ครัวเรือน คนกู้มาเพื่อบริโภค เอามากินมาใช้ เอารายได้ในอนาคตนี่มากินมาใช้ในวันนี้ ซึ่งย่อมทำให้ เกิดปัญหาหนี้สินเกินศักยภาพของรายได้ที่จะเอามาชดใช้นะครับ และตราบใดที่รายได้ ของครัวเรือนยังไม่เพิ่มขึ้น ก็ยากที่จะหลุดพ้นจากปัญหาหนี้สินได้อย่างยั่งยืนครับ ท่านประธานครับ ดังนั้นหากรัฐบาลยังไม่เร่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน ให้เห็นผลสัมฤทธิ์ นอกจากจะทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นปัญหาสังคม ในวงกว้างแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วยครับ

ในรายงานฉบับนี้ เป็นรายงานผลงานที่คณะอนุกรรมาธิการได้ทำการศึกษา ในเชิงลึกโดยละเอียด แบ่งเป็นกรอบการพิจารณาการศึกษาทั้งหมด ๓ ด้าน ก็คือ ศึกษา ปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน ศึกษาปัญหาค่าครองชีพสูงที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ ของประชาชน และนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งศึกษา ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากข้อกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายด้วยนะครับ ในส่วนของ ปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน ได้มีการลงลึกหลายด้านนะครับ สไลด์หน้าถัดไปครับ ได้แก่ หนี้เช่าซื้อรถ สินเชื่อส่วนบุคคล เพราะว่าเป็นหนี้ที่มีสัดส่วนสูงในประชาชนโดยทั่วไป แล้วก็ ปัญหาส่วนใหญ่ก็มาจากลูกหนี้ที่ไม่ทราบสิทธิของตนเอง ในรายงานฉบับนี้ทางคณะ อนุกรรมาธิการก็ได้จัดทำเอกสารชี้แจงสิทธิของลูกหนี้ขั้นพื้นฐานไว้ในภาคผนวก ค ด้วยครับ สำหรับลูกหนี้และเจ้าหนี้ ผู้ประกอบการเอาไว้ใช้อ้างอิง สำหรับหนี้ของกลุ่มข้าราชการ ก็พบว่ากลุ่มที่มีหนี้สูงสุด ๓ อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มครู ตำรวจ แล้วก็ข้าราชการสาธารณสุข สำหรับหนี้เกษตรกร ซึ่งต้องเป็นหนี้กู้เงินมาลงทุนตามรอบการเพาะปลูกเก็บเกี่ยว แต่ว่า มีรายได้ไม่แน่นอน ต้องเผชิญกับความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ หรือภูมิอากาศนะครับ ก็ประสบปัญหาหนี้เรื้อรัง นอกจากนี้มีการศึกษาการดำเนินการของกองทุนหมู่บ้าน และฌาปนกิจสงเคราะห์ในการบริหารจัดการ แล้วก็ปัญหาข้อกฎหมายต่าง ๆ รวมถึง ปัญหาจากตัวสมาชิกเอง ไม่ว่าจะเป็นการขาดความเข้าใจที่ทำให้ตัวเขาเสียประโยชน์ จากการเป็นสมาชิก และในหลาย ๆ กรณีก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดหนี้ด้วยนะครับ

ในรายงานเล่มนี้คณะอนุกรรมาธิการ ก็มีผลลัพธ์สำคัญเป็นแนวทางการแก้ไข ปัญหาและข้อเสนอแนะ ทั้งปัญหาหนี้สิน ปัญหาค่าครองชีพสูง รวมทั้งสิ้นกว่า ๓๕ ประเด็น ไปยัง ๑๒ หน่วยงาน รวมทั้งเสนอแนวทางการปรับปรุงกฎหมาย ๖ ฉบับ ดังแสดงในตาราง บทสรุปของผู้บริหารในหน้าแรก ๆ ซึ่งต่อไปผมจะขออนุญาตท่านประธานให้ท่านเดชรัต เลขานุการของคณะอนุกรรมาธิการ ได้นำเสนอแนวทางการแก้ไขโดยสังเขป แล้วผมจะกล่าว สรุปข้อเสนอแนะปิดท้ายอีกครั้งครับ ขอบคุณครับ