คลินิก ชี้ปัญหาคลื่นความถี่ วิทยุชุมชน-ธุรกิจ-รัฐ ขัดแย้ง ขอแก้ร่วมกัน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗

พลเอก สายัณห์ สวัสดิ์ศรี หารือประเด็นปัญหากิจการกระจายเสียงที่ค้างคามายาวนานตั้งแต่สมัย กสทช. ชุดก่อน โดยชี้ถึงปัญหาการจัดสรรคลื่นความถี่ที่เกิดความขัดแย้งระหว่างวิทยุชุมชน วิทยุธุรกิจ และกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมเสนอให้ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขภายใต้กรอบกฎหมาย ขณะเดียวกันเรียกร้องให้ปรับปรุงกฎหมายและสนับสนุนงบประมาณเพื่อเสริมบทบาท กตป. ให้สามารถทำงานร่วมกับ กสทช. ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรวจสอบการดำเนินการต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่

รองศาสตราจารย์คลินิก พลเอก สายัณห์ สวัสดิ์ศรี คณะกรรมการติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการกระจายเสียง

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติครับ กระผม รองศาสตราจารย์ คลินิก พลเอก นายแพทย์สายัณห์ สวัสดิ์ศรี กตป. ด้านกิจการกระจายเสียง ผมขออนุญาต พาดพิงไปยังท่านนิคม แล้วก็ท่านวิทยานะครับ ที่ถามมาเรื่องของกิจการกระจายเสียง คือผมขออนุญาตพูดภาพรวมสักนิดหนึ่งว่า ปัญหาของกิจการกระจายเสียงมีมาตั้งแต่ กสทช. ชุดที่แล้ว โดยการอนุมัติคลื่นความถี่ให้กับวิทยุสาธารณะก็คือ กองทัพบกและกรมประชาสัมพันธ์ ก็คือวิทยุสาธารณะ อันดับที่ ๒ ก็ได้ทำการประมูลคลื่นความถี่ให้กับกิจการกระจายเสียง ที่เป็นเชิงธุรกิจ ก็จะมี อสมท. Green Wave ลูกทุ่ง Radio ต่าง ๆ นะครับ ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่ง

และส่วนสุดท้ายที่ท่านนิคมถามมาก็คือ เรื่องของวิทยุชุมชน ผมเรียนได้ว่า วิทยุชุมชนก็กำเนิดเกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ เป็นเวลาเกือบ ๒๐ ปีนะครับ ในส่วนนี้สิ่งที่ผม ไปสัมผัสก็คือ ด้วยความเห็นใจ แต่ก็อย่างที่เรียนแล้ว คือทาง กสทช. ก็ต้องดำเนินการ ตามข้อกฎหมายที่จะต้องไม่ให้คลื่นความถี่มีการซ้ำซ้อนกันนะครับ คราวนี้ประเด็นก็คือว่า ขณะนี้ ๓ ส่วนที่ผมกล่าวมานี้ มันมีความขัดแย้งและย้อนแย้งตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น วิทยุสาธารณะ ก็มีการเช่าช่วงออกอากาศต่าง ๆ ซึ่งก็ทำให้วิทยุของภาคธุรกิจ เขาก็ต่อว่า มายัง ๒ ส่วนนี้ แล้วก็วิทยุชุมชนด้วย ดังนั้นการแก้ปัญหาตรงนี้ผมก็ได้เรียนกับทาง กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียงแล้วว่า ขณะนี้ทาง กตป. กิจการกระจายเสียง แล้วก็ทาง กสทช. กิจการกระจายเสียง ก็จะทำงานคู่ขนานกัน ก็คือ Check and Balance ก็หมายความว่า เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาเราเข้าไปที่ อสมท. ด้วยกัน แล้วก็รับฟังปัญหาต่าง ๆ ก็เลยเข้าใจ มากยิ่งขึ้น ก็เป็นการติดตาม ตรวจสอบเชิงรุก แล้วก็เป็นการเรียกว่า มีความมีส่วนร่วมด้วย และในวันพรุ่งนี้ทาง กสทช. กิจการกระจายเสียง แล้วก็ กสทช. ด้านโทรทัศน์ รวมทั้ง กสทช. ด้านกฎหมาย ก็จะไปที่กรมประชาสัมพันธ์ก็จะมีการคุยกับ สวท. ทั่วประเทศนะครับ เช่นเดียวกันปัญหาของกรมประชาสัมพันธ์ ก็จะมีปัญหาเรื่องงบประมาณน้อย กิจการ กระจายเสียงซึ่งเป็นหลักอยู่ก็ดำเนินการได้ค่อนข้างจะจำกัด สุดท้ายเลยเรื่องของตัววิทยุ ชุมชนนะครับ ก็มีปัญหาว่าในสิ้นปีนี้ก็จะต้องยุติการทดลองออกอากาศ ประเด็นตรงนี้ ผมคิดว่า กสทช. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นที่จะต้องเยียวยา แต่การเยียวยาของทาง กสทช. เท่าที่ผมได้ติดตามอย่างใกล้ชิดก็ทราบว่า กระทำได้ยาก เนื่องจากกฎหมายไม่ได้ ให้อำนาจ กสทช. ในการที่จะเยียวยาโดยตรง ไม่เหมือนกับโทรทัศน์ดิจิทัลที่เมื่อเอาคลื่น มารวมกันแล้วไปประมูลให้กับมือถือ แล้วก็ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง ก็เอาเงินจำนวนนี้มาเยียวยา ทางโทรทัศน์นะครับ อันนี้ผมขออนุญาตกลับมายังส่วนของกิจการกระจายเสียง กับกิจการ โทรทัศน์เช่นเดียวกันมีปัญหาคล้ายกันก็คือในปี ๒๕๗๒ ก็คงจะเริ่มมีผู้ล้มหายตายจาก จากวงการนี้ ผมอยากจะเสนอว่าในส่วนนี้ทาง กสทช. จะต้องมีนโยบายในการไม่เอาเรื่องของ ประโยชน์ก็คือ การประมูลคลื่นความถี่จากกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ แต่กฎหมาย ทาง พ.ร.บ. ได้กำหนดให้ต้องประมูล นี่ก็คือสิ่งที่ทาง กสทช. ก็ลำบากใจ แต่สิ่งนี้มันมี ความลึกซึ้ง ผมอยากจะให้ทางท่านประธาน ผ่านไปยังผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรตินะครับ เข้าใจถึงความยากในขั้นตอนต่าง ๆ ดังนั้นสำหรับกิจการกระจายเสียงคงจะต้องแก้ โดย ๓ Party ก็คือ กรมประชาสัมพันธ์ กองทัพบก ในการคืนคลื่น เช่าคลื่นอะไรต่าง ๆ ต้องมาตกลงกัน ส่วนที่ ๒ ก็คือทางวิทยุธุรกิจ แล้วส่วนที่ ๓ ก็คือวิทยุชุมชน ขณะนี้ ผมเรียนได้ว่า เรากำลังดำเนินการอย่างเข้มข้น แล้วก็จะได้เรียนในรายงานครั้งต่อไปนะครับ

ประเด็นสุดท้ายนะครับ ในส่วนเรื่องของการทำงานของ กตป. กับ กสทช. ผมเรียนได้ว่าการทำงานของ กตป. กับ กสทช. เป็นการทำงานแบบคู่ขนาน Check and Balance นะครับ ขณะนี้ผมเรียนว่าด้านการพิจารณางบประมาณ และค่าใช้จ่ายตอบแทน ต่าง ๆ ของ กตป. จำเป็นจะต้องมีการแก้ไขข้อกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งต้องเรียนว่าทาง กสทช. ก็มีความตั้งใจที่จะพยายามช่วยดำเนินการในเรื่องนี้ แต่มันมีหลายอย่างที่กฎหมายต่าง ๆ ยังไม่ได้ให้ไว้ชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามตรงนี้ทาง กตป. เราก็ได้เสนอไปยังคณะกรรมการดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในการแก้ปัญหาเร่งด่วนเพื่อให้ทาง กตป. สามารถ ที่จะทำงานคู่ขนานกับ กสทช. เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ โดยตั้งโครงการสนับสนุน การทำงานของ กตป. และให้ กตป. สามารถที่จะแต่งตั้งอนุกรรมการในการทำงานให้กับ กตป. แต่ละด้านซึ่งเรามีอยู่ ๕ ด้านนะครับ ด้านละ ๑ คณะ แล้วก็จะเป็นด้านรวม ๑ คณะ ซึ่งตรงนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้งบประมาณจาก กสทช. และยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกที่ทาง กตป. เราจำเป็นที่จะต้องใช้อำนาจตามมาตรา ๓๔ ในการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นแก๊ง Call Center หรืออะไรต่าง ๆ แต่ที่ผ่านมา กตป. ไม่ได้ใช้อำนาจตรงนี้เลย เพราะการจะเชิญใครมาก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ค่าเครื่องบิน ค่าที่พักอะไรต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ ก็เป็นเรื่องที่เรา กตป. อึดอัดนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากทาง กสทช. ด้วยนะครับ จบเรื่องชี้แจงครับ ขอบพระคุณครับ