อารีวรรณ จตุทอง เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และเรียกร้องการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานเพื่อสร้างมาตรฐานในการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะในด้านธุรกิจโทรคมนาคม โฆษณาแฝง และโทรทัศน์อินเทอร์เน็ต
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางสาวอารีวรรณ จตุทอง กตป. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ขออนุญาตตอบคำถามในส่วนที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านธีรรัตน์ ซึ่งได้กรุณาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องของตัวรายงานของ กตป. ด้านการคุ้มครอง ผู้บริโภค ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านนะคะ อย่างที่ท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ได้รับฟัง ในส่วนของท่าน กตป. ได้นำเรียนไปแล้ว ขออนุญาตให้ข้อมูลสักเล็กน้อยนะคะ ในส่วนของ ตัวรายงานของ กตป. เราดำเนินการโดยที่มีกระบวนการทางวิชาการนะคะ ในระบบวิธีวิจัย ซึ่งจะต้องมีทั้งกระบวนการการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รวมถึงการทำแบบสอบถาม ซึ่งรวมบุคลากร หรือประชาชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการเข้าร่วมการจัดทำรายงานอยู่เกือบถึง ๒,๐๐๐ คน เลยทีเดียวนะคะ ทีนี้ในส่วนของรายงานของ กตป. ในแต่ละด้าน ซึ่งจะเป็น การบูรณาการรวมงานอยู่ในเล่มรวม ซึ่งในส่วนของเล่มรวมก็คือเล่มที่ท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านได้รับไปแล้วนะคะ ทีนี้ในส่วนของรายงานของ กตป. ในแต่ละด้าน อย่างของด้าน ดิฉันเอง ซึ่งเป็นด้านของการคุ้มครองผู้บริโภคใน ๓ กิจการของ กสทช. เราก็จะมีตัวรายงาน ทั้งหมด ๒ เล่ม ซึ่งดิฉันขออนุญาตให้ข้อมูลในส่วนเล่มแรกก่อน ก็คือเล่มที่เกี่ยวข้อง กับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ซึ่งในส่วนนี้ผลปรากฏว่า มีข้อมูลที่น่าสนใจ จากการที่เราได้ทำกระบวนการจัดทำรายงาน ตามรูปแบบทางวิชาการในระบบฐานวิจัยนะคะ เราก็จะพบว่าข้อมูลน่าสนใจมากตรงที่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมเวทีที่เราขอข้อมูล ไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ กสทช. ส่วนที่เหลืออีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์นั้น รู้จักและเคยใช้นะคะ แล้วก็มีความพึงพอใจระดับมาก ในส่วนของ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ทราบช่องทางในเรื่องของการร้องเรียนต่อ กสทช. แต่ในส่วน ของคนที่ทราบนั้น ก็พึงพอใจกับประสบการณ์ที่ได้รับจากการร้องเรียนผ่านระบบของ กสทช. ในระดับพึงพอใจระดับมาก และในส่วนของ ๗๒ เปอร์เซ็นต์ รับรู้ถึงสิทธิของผู้บริโภค ในกิจการวิทยุกระจายเสียง ๖๙ เปอร์เซ็นต์ รับรู้การกระทำที่เป็นการเอาเปรียบของผู้บริโภค ในกิจการวิทยุและโทรทัศน์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ รับรู้สิทธิพื้นฐานของผู้บริโภค ในกิจการ โทรคมนาคม แล้วก็นำไปสู่ข้อสรุปหรือข้อเสนอแนะที่ทาง กตป. ด้านการคุ้มครองบริโภคเอง ได้นำเรียนให้กับทาง กสทช. ได้ทราบว่า จริง ๆ แล้วเน้นก็คือทำอย่างไรให้ประชาชนเอง ได้รับรู้ มีความตระหนักรู้ในเรื่องของการทำหน้าที่ของ กสทช. การทำอย่างไรให้เกิดการ บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานทุกภาคส่วน ในทุกระยะของการดำเนินงาน อย่างไร้รอยต่อ และสร้างมาตรฐานในการคุ้มครองผู้บริโภค โดยใช้เทคโนโลยีในการ สร้างสรรค์ และมีประสิทธิภาพ อย่างเช่น AI เป็นต้น นี่คือตัวอย่างว่า เราเองในส่วนของ กตป. นั้นในการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ในส่วนของสำนักงานนั้น ส่วนกรรมการ ส่วนเลขาธิการนั้น เราเองมีมุมมองต่อการทำงาน ของ กสทช. อย่างเต็มที่ในรอบระยะเวลา ๑ ปีของปี ๒๕๖๖ นะคะ ส่วนในเล่มนโยบายก็มีประเด็นที่น่าสนใจ เนื่องจากว่าในเล่มนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการ คุ้มครองผู้บริโภค เราได้ศึกษาทั้งหมด ๔ เรื่องด้วยกันนะคะ
เรื่องแรก คือเรื่องของการแก้ไขปัญหาแก๊ง Call Center และข้อความสั้น หลอกลวงประชาชนนะคะ
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของเงื่อนไขมาตรการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภายหลัง การควบรวมธุรกิจระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) นะคะ
เรื่องที่ ๓ คือการคุ้มครองผู้บริโภค ในการกำกับดูแลโฆษณาแอบแฝง ในกิจการโทรทัศน์เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
เรื่องที่ ๔ เรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง และกิจการ โทรทัศน์บนโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งเรื่องนี้ก็จะเป็นประเด็นที่เราเห็นถึงรูปแบบของผู้บริโภค ในปัจจุบันที่เปลี่ยนรูปแบบไป ผู้บริโภคเองติดตามข่าวสาร หรือละครต่าง ๆ ผ่าน Application หรือ OTT ซึ่งตรงนี้ในมิตินี้เองเราก็พบว่า กสทช. เองไม่มี กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ กสทช. เข้ามาดูแล ซึ่งเกิดเป็นพื้นที่ช่องว่างในการจัดการ หรือการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งนี่คือสิ่งที่เป็น ตัวรายงานของ กตป. ด้านการคุ้มครองบริโภค ซึ่ง สส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านก็สามารถ จะติดตามอ่านได้ผ่านทางเว็บไซต์ของ กตป. ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ