มณีรัตน์ กำจรกิจการ ชี้แจงปัญหาคลื่นความถี่วิทยุที่หายไปกว่า 300 สถานีจากแผนจัดสรรของ กสทช. พร้อมย้ำถึงมาตรการเยียวยาและแผนพัฒนาวิทยุดิจิทัลที่รองรับการใช้งานได้ถึงเกือบ 3,000 ช่อง เพื่อคลี่คลายปัญหาความหนาแน่นและรบกวนคลื่นทั้งในประเทศและกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในปี 2568 พร้อมหารือแนวทางบริหารคลื่นความถี่หลังสิ้นสุดสัญญาประมูล การปรับตัวของกิจการโทรทัศน์สู่แพลตฟอร์มดิจิทัล และการดำเนินการจัดทำระบบเรตติ้งที่เน้นข้อมูลแนวโน้มอุตสาหกรรม ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และบทบาทของ กสทช. ในการสร้างสมดุลและยกระดับคุณภาพเนื้อหารายการเพื่อประโยชน์สาธารณะ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านค่ะ ดิฉัน นางสาวมณีรัตน์ กำจรกิจการ ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ จะชี้แจงใน ๒ ประเด็นด้วยกันนะคะ
ประเด็นแรก เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวิทยุกระจายเสียงที่ได้มีการอภิปราย กันตั้งแต่ต้นการประชุมในวันนี้ ในส่วนของวิทยุกระจายเสียงเองที่ได้มีการอภิปรายกัน ในประเด็นสำคัญก็คือว่า ทำไมคลื่นความถี่จึงหายไป ก็ต้องนำเรียนว่าการดำเนินการของ กสทช. เอง มีความจำเป็นต้องดำเนินการภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่มีอยู่ และการดำเนินการที่จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับผู้ที่มีความเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ประกอบวิทยุกิจการกระจายเสียง กลุ่มผู้ดำเนินกิจการ และกลุ่มภาค ประชาชนทั้งหมด ฉะนั้นความจำเป็นที่เราต้องดำเนินการก็คือ การจัดทำแผนคลื่นความถี่ ขึ้นมา การจัดทำแผนคลื่นความถี่ขึ้นมา ในปัจจุบันนี้เราได้มีการรับฟังความคิดเห็น และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาไปเรียบร้อยแล้ว ผลที่ออกมาคือคลื่นความถี่จะหายไป ราว ๆ ๓๐๐ กว่าสถานีด้วยกัน ๓๐๐ กว่าคลื่นด้วยกัน แต่ ๓๐๐ กว่าคลื่นที่หายไปนั้น เราได้มีการกำหนดมาตรการเยียวยา หรือมาตรการในการดำเนินการภายหลังจากที่เรา ได้มีการจัดสรรคลื่นความถี่ หรืออนุญาตให้ใช้งานคลื่นความถี่ตามแผนคลื่นความถี่ ไปเรียบร้อยแล้ว โดยกระบวนการที่เราได้มีการดำเนินการ เราจะให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับ ผลกระทบ เข้ามาดำเนินการแก้ไขสภาพปัญหากันเป็นรายกรณีไป ด้วยการตรวจสอบ มาตรฐานทางเทคนิค ตรวจสอบการรบกวนคลื่นความถี่ ต้องนำเรียนว่าการรบกวน คลื่นความถี่ไม่ใช่เฉพาะการรบกวนคลื่นความถี่ในกลุ่มผู้ประกอบกิจการในประเทศไทยเท่านั้น ปัจจุบันนี้สภาพปัญหาเกิดการรบกวนคลื่นความถี่กับประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบข้าง ด้วยเช่นเดียวกัน ฉะนั้นเรื่องนี้เราจึงต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งว่า เราไม่สามารถที่จะละทิ้ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไปได้ การแก้ไขปัญหาจึงต้องค่อย ๆ ทยอยแก้ไขปัญหาในกลุ่มที่ได้รับ ผลกระทบไป แล้วเราคาดว่าการเยียวยาสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จ ภายในช่วงปี ๒๕๖๘ นอกจากนั้นเองทาง กสทช. ก็ได้หาแนวทางเพิ่มเติมขึ้นมาคือ ช่องทาง เพิ่มเติมด้วยการสร้างให้เกิดวิทยุดิจิทัลขึ้นมา ซึ่งวิทยุดิจิทัลที่เกิดขึ้นมานั้นจะแก้ไขปัญหา ในเรื่องของคลื่นความถี่ที่หายไปในกลุ่มของเมืองใหญ่ และเมืองหลวงที่มีความหนาแน่น ของกลุ่มวิทยุกระจายเสียงจำนวนมาก การแก้ไขปัญหานี้จะทำให้เกิดช่องสถานีขึ้นมาอีก ประมาณราว ๑,๕๐๐ ถึงเกือบ ๓,๐๐๐ ช่องความถี่ด้วยกันในระบบดิจิทัลก็จะทำให้ รองรับต่อการขาดแคลน หรือความต้องการในการใช้งานของกลุ่มวิทยุกระจายเสียง ในประเทศไทยได้
ต่อไปในประเด็นที่ ๒ ก็คือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกิจการโทรทัศน์ ที่ได้มีการ สอบถามกัน ในเรื่องของภายหลังจากที่สิ้นสุดการใช้งานคลื่นความถี่จากการประมูล คลื่นความถี่จะทำอย่างไร กสทช. ได้มีการวางแนวทางไว้หรือไม่ อย่างไร และรวมถึงในเรื่อง ของกรณีที่ฉากทัศน์ของการใช้งานคลื่นความถี่ หรือการประกอบกิจการกระจายเสียง จะอยู่บนอินเทอร์เน็ตเราจะทำอย่างไร ต้องนำเรียนว่า กสทช. ได้ให้นโยบายมาค่ะ และสำนักงานก็ได้ทำงานคู่ขนานทั้ง ๒ รูปแบบ แนวทางแรก เราได้มีการจัดทำในเรื่องของ การศึกษาฉากทัศน์กิจการแพร่ภาพกระจายเสียง ภายหลังจากการสิ้นสุดการใช้งาน คลื่นความถี่ไปว่า ฉากทัศน์เหล่านั้นจะเกิดขึ้นอย่างไร เนื่องจากว่าเกิดการถาโถมการเข้ามา Disrupt ในเรื่องของตัวเทคโนโลยีมากมาย การใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อที่จะรองรับ การสื่อสารในเรื่องของภาพและเสียงจำนวนมากที่เกิดขึ้น ฉะนั้นการศึกษาในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราจึงได้ศึกษาทั้งกรอบอุตสาหกรรม แนวโน้มทางการตลาด พฤติกรรมของผู้รับชม และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ทั้งของไทยและของต่างประเทศร่วมกัน เพื่อที่จะดูว่า ประเทศไทยเราเอง หากจะต้องเข้าสู่ตลาดที่เป็น Global Platform แล้ว เราจะดำเนินการ อย่างไร เราจะสู้ได้หรือไม่ อย่างไร และแพลตฟอร์มของไทยจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร การศึกษานี้จะศึกษาให้แล้วเสร็จในช่วงเดือนตุลาคมนี้ แล้วเราคาดการณ์ว่าเราจะนำ ผลการศึกษานี้มาประมวลผล และนำจัดทำแผนเสนอต่อ กสทช. ในราวต้นปี ๒๕๖๘ และเรามองว่าเมื่อเราได้นำเสนอต่อ กสทช. แล้ว ท่านได้ให้กรอบนโยบายมาแล้ว เราคาดว่า เราจะสามารถวางแผนและดำเนินการให้ทันต่อการเปลี่ยนผ่านในช่วงปี ๒๕๗๒ และ ปี ๒๕๗๓ ได้ทันอย่างแน่นอนค่ะ นอกจากนั้นเองในส่วนของการดำเนินการในเรื่องของ การให้บริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นภาพและเสียง ทางสำนักงานก็ได้รับกรอบ แนวนโยบายมาให้ทำการศึกษา ซึ่งเราก็ได้ทำการศึกษาและดำเนินการในส่วนของการทำงาน คู่ขนานร่วมกันกับ DEs แล้วก็ได้ ETDA เรียบร้อยแล้วว่า เราจะมีการดำเนินการรองรับ กลุ่มเหล่านี้อย่างไร ที่ให้บริการผ่านทางดิจิทัลแพลตฟอร์มซึ่งก็คาดหมายว่าเราจะสามารถ หารือร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ในช่วงปลายปีนี้ค่ะ
คำถามสุดท้าย ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการทำ Rating มีการถามว่าเราทำ Cross Platform Rating แล้ว เราได้ผลประโยชน์อย่างไร ต้องนำเรียนว่าข้อมูลในเรื่อง ของการดำเนินการในเรื่องแนวโน้มอุตสาหกรรมมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นการที่ กองทุน กทปส. ได้ให้แนวทางการสนับสนุนไป และให้อุตสาหกรรมดำเนินการจัดทำข้อมูล ต่าง ๆ เหล่านี้มา ก็เพื่อรองรับต่อการเปลี่ยนผ่าน และการดำเนินการที่เทคโนโลยีได้มีการ Disrupt เข้ามา แล้วตรงนี้เองผลการศึกษาต่าง ๆ หรือข้อมูลต่าง ๆ ได้เข้ามา แล้วทาง สำนักงาน กสทช. จะทำการประมวลผลต่อไป แต่อย่างไรก็ดีการทำในเรื่องของการทำ Rating ที่เกี่ยวข้องกับทาง Commercial นั้นก็เป็นการทำในเชิงพาณิชย์ ส่วนอีกส่วนหนึ่ง ที่ กสทช. ได้ให้แนวทางมาก็คือ ให้ทำคู่ขนานไปในเชิงของการทำให้เกิด Rating เชิงสังคม หรือว่า Social Rating ปัจจุบันนี้เองเราได้ทำในเรื่องของการทำ Social Credit ด้วยการให้ กลุ่มผู้ประกอบกิจการ กลุ่มประชาชนผู้รับชม กลุ่มภาควิชาการ กลุ่มที่มีความเกี่ยวข้อง กับทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำการประเมินผล และการประเมินผลนี้ จะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพในเชิงของรายการ และเนื้อหา แล้วเรา มองว่าการทำ Rating ในเชิงสังคมนี้จะทำให้คุณภาพเนื้อหารายการของประเทศไทย มีคุณภาพมากขึ้น แล้วรวมถึงการสนับสนุนในเชิงภาพลักษณ์ที่เกิดขึ้นจากหน่วยงานภาครัฐ ก็จะสามารถเข้ามารองรับต่อสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เข้าไปได้ ฉะนั้นจึงจะทำให้เกิดการสมดุล ระหว่างในเรื่องของการจัดทำ Rating เชิง Commercial กับ Rating ในทางสังคม ก็ถือว่า เป็นบทบาทที่สำคัญที่ กสทช. จะต้องดำเนินการให้เกิดสิ่งที่เกิดขึ้น และก่อให้เกิดสมดุล ในเรื่องของเนื้อหารายการที่เกิดขึ้นในประเทศไทยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ