สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๗

วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ พูดถึงการปกครองประชาธิปไตย และการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนใต้ โดยเน้นย้ำว่าประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ และควรใช้กระบวนการประชาธิปไตยในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่การใช้กำลังหรือความรุนแรง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ ปัตตานี ท่านประธานครับ ประชาชาติ ประชาชน ประชาธิปไตย ถือได้ว่าเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน เพราะฉะนั้นนี่คือ Main หลักของพวกเราที่อยู่ในที่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งใดก็แล้วแต่ที่เป็น เศษเสี้ยวของเผด็จการที่มานี้ เราก็ควรที่จะได้มีการขจัดมันออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ตัวอย่างที่ผมจะยกตรงนี้นะครับ คนที่เชื่อว่าอำนาจเผด็จการ อำนาจคือทำนี่นะครับ เชื่อว่า ถ้าหากว่าใช้กระบวนการที่มีอำนาจเต็มมือแล้ว สามารถที่จะนำพาประเทศนี้ไปสู่ความ รุ่งโรจน์ ความเจริญได้ ผมอยากจะให้พวกเราได้เห็นที่อยู่ใกล้ ๆ รอบ ๆ ประเทศเรา แต่ก่อนนั้นเราก็คงจะรับรู้ว่า ในสมัยหนึ่งอินโดนีเซียถูกปกครองโดยทหาร มีความหวาดผวากลัวกันมาก แต่ว่าประชาชน เขาสำนึก แล้วก็เข้าใจว่าฝ่ายผู้มีอำนาจเอง ก็สำนึกว่าประเทศจะอยู่เช่นนี้ไม่ได้ ซึ่งมันผิดกับ บ้านเราครับ เพราะฉะนั้นในวันนี้เราจึงเห็นว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ที่ผ่านมาไม่กี่ปีเอง โดยยึดมั่นในกระบวนการเป็นตัวแทนของประชาชนโดยแท้จริง มันก็สามารถที่จะสร้างความเจริญ ความงอกงามในเรื่องของการพัฒนาประเทศชาติได้ สร้างความกลมเกลียวให้แก่คนในชาติได้ ตรงกันข้ามของเรานะครับ ยกตัวอย่าง อย่างเช่น ขอเอ่ยนาม คุณกมลศักดิ์ได้ยกตัวอย่างว่าการยกเลิกบางส่วน บางข้อ บางมาตรา ใน พ.ร.บ. การบริหาร ศอ.บต. ปี ๒๕๕๓ โดยความเป็นจริงแล้ว เรากว่าจะได้ตรงนี้มา พี่น้องประชาชนตลอดระยะเวลาของการติดตามการแก้ปัญหานี้ เป็นบทเรียนสำหรับ พี่น้องประชาชนมากว่าอำนาจ ความเด็ดขาดรุนแรงไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้ มีนักวิชาการ หลายท่านที่ติดตามทำการศึกษาวิจัยในเรื่องความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ ก็สรุปว่า ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้มันมีอยู่ ๒ ความรุนแรง ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ที่เรียกว่า เป็นความรุนแรงหลักที่ใช้กำลังอาวุธอะไรต่าง ๆ ทั้ง ๒ ฝ่ายเข้ามาโดยตัดสินด้วยกำลังอาวุธ และอีกอันหนึ่ง ก็คือความรุนแรงรอง ซึ่งสิ่งนี้มีความสำคัญอาจจะเป็นในลักษณะของ นามธรรม แต่มันจะเป็นบ่อเกิดของความไม่พอใจของการที่จะนำไปสู่ความรุนแรงหลักได้ สิ่งเหล่านี้ครับท่านประธานที่เคารพ มันสะท้อนภาพความไม่เห็นกระบวนการประชาธิปไตย กระบวนการที่มาจากประชาชนว่ามีความสำคัญ ว่ามีความสามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้น จึงใช้กลยุทธ์ กลวิธีในการแก้ปัญหาใด ๆ ก็แล้วแต่ ใช้วิธีบู๊ยิงมายิงไป ระเบิดมาระเบิดไป แรงมาแรงไป อย่างนี้เป็นต้น ตลอดระยะเวลา ที่เกิดความไม่สงบในทางใต้ ๒๐ ปีมานี้ เราก็คง พอจะสรุปได้ว่าจำนวนงบประมาณที่เทลงไปมันตอบคำถาม ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหา ได้มากน้อยเพียงใด ผมอยากจะเรียนตรงนี้ให้ท่านประธานได้รับทราบนะครับว่า การยอมรับ ในกระบวนการของประชาชนนั่นละคือวิธีการที่จะแก้ปัญหา เพราะประชาชนคือเจ้าของ ประเทศ ไม่ใช่ใครผู้ใดผู้หนึ่ง มาถึงแล้วก็ใช้กระบวนการของความกดหัวประชาชน ให้ประชาชนเกิดความกลัว จึงดำเนินการโดยเชื่อว่าเมื่อเกิดความกลัวแล้ว สงบเงียบแล้ว ประชาชนไม่อาจที่จะมาสร้างความวุ่นวายในสายตาของเขาได้ ด้วยเหตุนี้นะครับ ท่านไม่เคย ที่จะบอกเลยนะครับว่า จะนำพาจังหวัดชายแดนใต้ที่สั่งสมความบอบช้ำมานานในทางเศรษฐกิจ ลงไปจำนวนมาก แต่ว่าเราก็เห็นในการยกเลิกมาตราดังกล่าว เราก็ทราบว่าตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมา มีขั้นตอนของความมั่นคงเต็มร้อยอยู่ที่ตรงนั้น ทั้ง ๆ ที่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ท่านก็ไม่สามารถที่จะแก้ได้ ไม่มีใครนะครับ ไม่มีจากซีกของพลเรือนที่จะไปทำการแก้ไข ความรุนแรง แต่แน่นอน ภารกิจนี้มาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว ๒๐ ปีแล้ว ก็มอบให้แก่ทางฝ่ายทหาร เราเคย วิเคราะห์ เคยประเมินผลหรือไม่ว่า สิ่งที่เป็น Soft Soft ที่ว่านามธรรม มันกลายเป็นจุดแข็ง ที่จะสามารถแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ การที่บุคคลที่เป็นหัวขบวนในการแก้ปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ทุกครั้งเราเห็นเลยนะครับ รูปแบบของผู้ที่นำพาองค์กรนี้ด้วยการใช้ ความเข้าอกเข้าใจเข้าไปหาประชาชน พูดได้เลยว่าสถิติของการเกิดความรุนแรงลดลง แล้วความรักความเข้าใจในรัฐบาลเกิดมากขึ้น แต่เมื่อใดก็ตาม ถ้าเกิดปัญหาในเรื่องของ การไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ แล้วเกิดปัญหาในเรื่องของการจับผิดจับถูกหลายคน พี่น้องอยู่ด้วยความ ทุกข์ระทม ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ศาลชั้นต้นปล่อย ศาลอุทธรณ์ปล่อย มาศาลฎีกาประหารชีวิต มันเป็นความชอกช้ำ ซึ่งผมเข้าใจว่าพี่น้องที่เป็นนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน ในทาง จังหวัดชายแดนใต้ก็คงตระหนักในเรื่องเหล่านี้ได้ แล้วก็แก้ปัญหากัน ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน