ชุติพงศ์ วิจารณ์คำสั่ง คสช. 4/59 ชี้กระทบสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๗

ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะคำสั่งที่ 4/2559 ที่เอื้อให้โรงงานอุตสาหกรรม 8 ประเภทขยายตัวโดยขาดการควบคุม จนก่อให้เกิดมลพิษและปัญหาสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมยกตัวอย่างกรณีโรงงานในจังหวัดระยองเพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวและคืนความยุติธรรมให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน คนจังหวัดระยอง เขตเลือกตั้งที่ ๔ อำเภอบ้านค่าย ปลวกแดง วังจันทร์ วันนี้ขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ บางฉบับที่หมดความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน รวมถึงฉบับอื่น ๆ ที่อยู่ใน ร่างฉบับนี้ ท่านประธานครับ สาระสำคัญที่ผมจะขออภิปรายจะว่าด้วยเรื่องของคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน รวมถึงผู้ที่ได้มีการเปิดอภิปรายใน พ.ร.บ. ร่างยกเลิกคำสั่ง คสช. นี้ ได้อภิปรายไปแล้วว่า คำสั่ง คสช. และการรัฐประหารได้ส่งมรดก ตกทอดถึงความเสียหายร้ายแรงต่อทั้งระบอบประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ซึ่งส่วนที่ ผมจะพูดนี้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมรดก คสช. ที่ยังคงอยู่ในดิน น้ำ อากาศ และอยู่ใน ลมหายใจและในปอดของพี่น้องประชาชนตามชุมชนต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากประกาศ ฉบับที่ ๔/๒๕๕๙ รายละเอียดของประกาศฉบับนี้สั้น ๆ ครับ เป็นประกาศที่ให้งดเว้น และเปิดโอกาสให้โรงงาน ๘ รูปแบบ ดังสไลด์ที่ปรากฏอยู่นี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ได้มีโอกาสในการเปิดกิจการ ดำเนิน กิจการได้ง่ายมากขึ้น และผลดังกล่าวที่มีประกาศคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ก็ได้ทำให้เกิด โรงงานบางประเภทเพิ่มขึ้นสูง โดยเฉพาะโรงงานที่เกี่ยวกับเรื่องขยะและขยะอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้นถึง ๒,๕๐๐ กว่าโรงงานในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งนำมาสู่ปัญหาถัดมา คือเรื่องของ โรงงานที่ไม่ได้คุณภาพ เรื่องของโรงงานที่เปิดแล้วก็นำเอาขยะมาอ้างว่าจะไปกำจัดตาม ใบอนุญาตที่ได้รับมา แต่ไม่กำจัด รวมถึงมีการนำเข้าขยะจากหลากหลายประเทศเข้ามาสู่ ประเทศของเรา ตัวอย่างที่ผมจะยกก็คือตัวอย่างของโรงงานวินโพรเสสเป็นที่แรกที่จังหวัด ระยอง อำเภอบ้านค่าย ตำบลบางบุตร ที่นี่มีการเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ มีความ พยายามที่จะขอใบอนุญาตอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ที่มีการเริ่ม ประกอบกิจการขอใบอนุญาตโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ก็ยังดำเนินกิจการอยู่ ถูกคัดค้านจาก พี่น้องประชาชนต่อเนื่องยาวนาน จนกระทั่งใน Highlight ที่อยู่ในสไลด์นะครับ คือหลังจาก ประกาศ คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ออกมา โรงงานนี้ก็ได้รับใบอนุญาตประกอบการ ทั้งที่ประกอบการ ผิดกฎหมายและไม่ได้รับอนุญาต ตัวโรงงานไม่ได้อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม หรืออยู่ใน พื้นที่ที่เหมาะสม แต่ตั้งอยู่ในชุมชนที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรรม หลังจากการสะสม แล้วก็สะสม จนเต็ม แล้วก็เริ่มมีการกระจายขยะอุตสาหกรรมที่ไปตัดราคารับซื้อมา ไปรับมาไปไว้ตาม โรงงานอื่น ๆ หลายจังหวัดทั่วประเทศ หลังจากมีการกดดัน ต่อต้าน ฟ้องร้องจากชาวบ้าน และในที่สุดก็มีการออกคำสั่งโดยอุตสาหกรรมจังหวัด ให้มีการขนย้ายกากสารเคมีที่อยู่ใน โรงงานออกไปกำจัด ปรากฏว่าก็เกิดเพลิงไหม้ เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ที่ผ่านมา ผลของ การไฟไหม้นี้ รวมถึงน้ำใต้ดินที่มีปัญหาจากการลักลอบฝังสารเคมีไว้ด้านใต้ จนถึงบัดนี้ ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะต้องใช้งบประมาณของพี่น้องประชาชนมากเท่าไร ในการที่จะบำบัด แล้วก็เยียวยา รวมถึงผลกระทบที่ติดค้างอยู่ในร่างกายของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ นี่เป็นหนึ่งในมรดก คสช. ที่ยังคงทิ้งอยู่ในชุมชน นี่คือหนึ่งในอีกหลาย ๆ ที่ที่ได้รับผลกระทบ จากมรดก คสช. ที่เข้ามาทำการออกคำสั่งที่มีศักดิ์เทียบเท่ากฎหมาย สร้างปัญหา สร้างมลพิษ สร้างภาระ ที่เราทุกวันนี้จากหลาย ๆ พื้นที่ต้องมาอภิปรายเพื่อหาทางยกเลิก คำสั่งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นสะสมต่อไปในอนาคต ตัวอย่างที่ผมยกขึ้น มานั้น ในอำเภอบ้านค่ายไม่ได้มีแค่ที่ตำบลบางบุตร ตัวอย่างนี้เป็นตัวอย่างภาพที่เป็นกระแส อยู่ในช่วงที่ผ่านมา อยู่ที่ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย บ้านผมเองครับ พื้นที่บริเวณนี้ เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านประกอบอาชีพทำสวนยางพาราและสวนผลไม้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม แต่โรงงานผลิตแก๊ส ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวยกเว้นประเภทที่ ๔ ในประกาศ คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ก็มีการงดเว้นให้สามารถตั้งโรงงานนี้ได้โดยไม่ต้องสนใจผังเมือง โรงงานนี้ตอนแรกผมเห็น เป็นป้ายภาษาจีน ตอนผมจะไปลงพื้นที่ดูด้วยตัวเอง ปรากฏว่าป้ายถูกเก็บไปแล้ว แต่โชคดี ที่มีภาพถ่าย ก็ทราบว่าเป็นโรงงานผลิตแก๊สที่มาจากประเทศจีน แล้วก็จะมาตั้งอยู่บริเวณ ชุมชน ป้ายขึ้นมาเป็นภาษาจีน มาตั้งอยู่อย่างนี้ มรดก คสช. ตั้งแต่วันนั้นมาจนวันนี้ ไม่รู้ว่า จะนำอะไรเข้ามาอีก ตอนแรกนำเอาขยะอุตสาหกรรมจากต่างประเทศเข้ามา เอาขยะจาก หลาย ๆ ที่ย้ายที่ไปฝังไว้ตามที่ต่าง ๆ ปล่อยให้ชุมชนกลายเป็นที่รองรับขยะอุตสาหกรรม แล้วตอนนี้กำลังเปิดพื้นที่ให้โรงงานบางประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากประเทศอื่น ๆ ผมไป ดูงานที่จีนมาครับ ได้มีการถามในที่ประชุมอยู่ ๑ ครั้งว่า การยกระดับให้โรงงานจีน มีประสิทธิภาพสะอาด แล้วโรงงานเก่า ๆ เขาเอาไปไว้ที่ไหน คำตอบที่มาจากวงประชุมที่ผม ไปลงพื้นที่ดูงานมาบอกว่ามีอีกหลายพื้นที่ที่ต้องการโรงงานแบบนี้ คำถามคือเคยมาถามไหมว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่รองรับโรงงานเหล่านี้ ที่มีโอกาสมาเปิดด้วยคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ หรือไม่ ไม่เคยครับ อบต. ก็ไม่ทราบว่ามาเปิด ผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ทราบว่ามาเปิด คำถามคือ นอกจากที่แบบนี้ ก็คือที่บ้านผมแล้ว ที่อื่น ๆ ในประเทศมีอีกไหม ผมเคยมีการตั้งกระทู้ถาม สดด้วยวาจากับทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งเรื่อง วิน โพรเสส ที่เกิดขึ้น จากคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ทั้งเรื่องนิคมจีนศูนย์เหรียญที่ตอนนี้กำลังเข้ามาอยู่ที่บริเวณ จังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี คำถามคือพื้นที่ที่เปิดโล่ง เปิดรับโดยไม่มีการป้องกัน และถูกต้องตามกฎหมายจากประกาศของคณะรัฐประหารที่เข้ามาทำลายประชาธิปไตย เรื่องพวกนี้จะจบสิ้นลงเมื่อไร ดังนั้นวันนี้ผมในฐานะผู้แทนจากพรรคประชาชน จึงขออภิปราย สนับสนุนยกเลิกประกาศคำสั่งของ คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ และประกาศคำสั่งของ คสช. ทุกฉบับ ที่จำเป็นต้องยกเลิก ได้เวลาคืนความปกติสุข คืนสิทธิเสรีภาพ คืนอำนาจนิติบัญญัติให้กับ ตัวแทนที่มาจากพี่น้องประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดในประเทศนี้ ได้เวลาเอาอำนาจ ในการกำหนดอนาคตของประเทศไทยกลับมาอยู่ในมือของประชาชน ขอบคุณครับ ท่านประธาน