จุลพงศ์ อยู่เกษ หารือร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 14/2559 โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการพิจารณาผลกระทบอย่างรอบคอบ ทั้งต่อการดำเนินงานของสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ค้างอยู่ รวมถึงความเสี่ยงทางกฎหมายและคดีอนุญาโตตุลาการที่อาจทำให้รัฐบาลต้องรับผิดสูงถึง 30,000 กว่าล้านบาท โดยเฉพาะกรณีการยกเลิกคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการปิดเหมืองอัครา พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการจัดจำนวนกรรมาธิการที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการประชุม
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนะครับ ผมไม่นึกเลยอายุ ๖๐ กว่าปีแล้ว ประเทศไทยเราจะต้องมาอภิปรายเพื่อยกเลิกคำสั่ง คณะปฏิวัติ ผมก็ไม่ทราบว่ารัฐสภาของประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น เขาต้องพิจารณา กฎหมายที่ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติหรือไม่ ซึ่งผมว่าไม่มีแน่นอนครับ อย่างไรก็ตามนะครับ มาถึงขั้นนี้แล้ว ผมขอร่วมอภิปรายในร่างพระราชบัญญัตินี้ ๑ ข้อสังเกต ๑ ข้อต้องระวัง ๑ ข้อสังเกตอย่างนี้ครับ ผมขอเล่าให้ท่านประธานได้รับทราบ คือตามบัญชีคำสั่งหัวหน้า คสช. ท้ายร่างพระราชบัญญัตินี้ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหาร และการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดหน้าที่ของกองอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผมนั่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ครับ จริง ๆ ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอยกเลิกที่ผ่านมา อย่างที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายไปแล้ว บอกว่าแค่ยกเลิกคำสั่งของ คสช. เอาเข้าจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แค่ยกเลิกคำสั่งครับ เหตุผล เพราะว่าผมเล่าให้ท่านประธานฟัง คือก่อนจะมีคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ได้มีการเลือกตั้ง สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้เรียบร้อยแล้วนะครับ เพียงแต่ว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านนั้นยังไม่ได้แต่งตั้ง แล้วก็มีคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ มาหยุดสภาที่ปรึกษาไว้อย่างนั้น แล้วให้มีคณะกรรมการที่ปรึกษาขึ้นมาทำหน้าที่แทน ระหว่างที่เรากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งนี้ ใช้การพิจารณาเกือบ ๑๕ ครั้ง ปัญหาคือเราจะทำอย่างไร กับสภาที่ปรึกษาที่มีการคัดเลือก มีการเลือกตั้งถูกต้องเรียบร้อยแล้ว แต่คาไว้อย่างนั้น คืออยู่กับพื้นที่ก็ไม่ได้ เดินหน้าไม่ได้ มีการอภิปรายถกเถียงกัน ในคณะกรรมาธิการ ซึ่งท่านกมลศักดิ์ท่านก็นั่งอยู่ด้วย ขออภัยที่เอ่ยนามครับ ในที่สุด คณะกรรมาธิการก็หาข้อสรุป โดยเพิ่มมาตราหนึ่งในร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ นี้ ก็คือให้มีผลเหมือนกับสภาที่ปรึกษาชุดที่เลือกตั้งไว้แล้ว สิ้นสภาพไป แล้วก็ จัดให้มีการเลือกตั้งสภาที่ปรึกษาขึ้นใหม่ภายใน ๑๒๐ วัน ๑ ร่างพระราชบัญญัติที่แก้ไข ๑ คำสั่ง คสช. ต้องเพิ่มมาตราใหม่ ๑ มาตราในตัวกฎหมายที่ยกเลิก ในร่างพระราชบัญญัติ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้ครับ มีคำสั่ง คสช. ๘๐ กว่าฉบับ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าฉบับไหนจะมี ผลกระทบกับหน่วยงานไหน หรือองค์กรไหนบ้าง ผมจึงขอตั้งข้อสังเกตให้คณะกรรมาธิการ ที่จะตั้งนี้ คงจะต้องดูคำสั่ง คสช. ทุกฉบับ โดยเทียบเคียงกับร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ อย่างที่ผมยกตัวอย่างแล้วนะครับ ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ เป็นอย่างยิ่ง ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นมาพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ คงจะใช้เวลาพิจารณา พอสมควร เพราะขนาดร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ใช้การพิจารณา ร่วม ๑๕ ครั้ง เพราะว่าเราต้องมองทุกมุมว่าผลกระทบนั้นจะเป็นเช่นไร คือไม่ใช่แค่ยกเลิก เฉย ๆ แล้วปล่อยปัญหาทิ้งไว้ จะยกเลิกแล้วต้องดูด้วยปัญหาที่จะตามมามีอย่างไร ถึงจะเรียกว่าเป็นกฎหมายที่ดี
ข้อสังเกตข้อที่ ๒ คณะกรรมาธิการเยอะไปหรือไม่ครับ คือจริง ๆ กว่าจะครบ องค์ประชุมมันลำบากมากเลยครับ แล้วกรณีที่ต้องพิจารณาคำสั่ง คสช. ๘๐ กว่าฉบับ ผมก็ไม่แน่ใจว่าจำนวนกรรมาธิการที่มาก มันจะมีประโยชน์หรือไม่ แต่แน่นอนครับ คงต้องแล้วแต่วิปจะพิจารณากันนะครับ ที่ผมยกตัวอย่างนี้ขึ้นมาเป็นการยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ฉบับเดียว ตอนนี้เรากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งยกเลิกคำสั่ง คสช. ถึง ๘๐ กว่าฉบับ ผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าตัวร่างพระราชบัญญัตินี้จะต้องเพิ่มอีก ๘๐ มาตรา เพื่อที่จะไปแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากยกเลิกคำสั่ง คสช. ดังกล่าวแล้ว
ข้อควรระวัง ในบัญชีท้ายร่างพระราชบัญญัตินี้ มีคำสั่ง คสช. ที่ ๗๒/๒๕๕๙ เรื่อง การแก้ไขผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ นั่นคือการปิดเหมืองอัครา ท่านประธานที่เคารพครับ คดีอนุญาโตตุลาการเหมืองทองคำที่รัฐบาลไทยถูกฟ้อง ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยังไม่จบ ยังคาอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ถ้าเราไปยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๗๒/๒๕๕๙ นี้ จะเป็นทางต่อสู้ของผู้ฟ้องได้อีกทางหนึ่ง เพราะมิฉะนั้นทำไมประเทศไทยจะต้องมายกเลิก คำสั่ง คสช. นี้ ทำไมผมถึงทราบครับท่านประธาน ผมเคยทำงานกับสำนักงานกฎหมายที่ฟ้อง รัฐบาลไทยตอนนี้ครับ ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว เป็นสำนักงานกฎหมายอังกฤษ และผมเชื่อว่าคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ถ้าถูกยกเลิกเมื่อไร จะต้องถูกยกขึ้นเป็นข้ออ้างในการที่ให้ รัฐบาลไทยจะต้องรับผิดจากผลของการกระทำของ คสช. ซึ่งผมไม่ทราบว่าใช้เวลากี่วัน แต่มันสร้างความเสียหายให้กับรัฐบาลไทย ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเราจะต้องแพ้คดี อัครา ไมนิ่ง ที่ออสเตรเลียในขณะนี้ ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้ผมขอตั้งข้อสังเกต และข้อระวังไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ