ร่มธรรม ขำนุรักษ์ อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. ที่ยังคงใช้บังคับอยู่ โดยเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งที่ขัดหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย พร้อมเสนอให้กรรมาธิการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อกำจัดมรดกตกทอดจากการรัฐประหารและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่เข้าพิจารณาพร้อมกันทุกฉบับในวันนี้ ท่านประธานครับ หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ทำการยึดอำนาจ การปกครอง เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ประเทศของเราก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่าง มากมาย จวบจนวันนี้ก็ ๑๐ ปีแล้วครับ ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ๒ ครั้ง แต่มรดกตกทอดของ คสช. หลายส่วนก็ยังเป็นผลอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ครับ และกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง ที่หลายส่วนมองว่ามีปัญหาทั้งที่มา กระบวนการ และเนื้อหา สาระ มี สว. แต่งตั้งที่สามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ และมี สว. แบบเลือกกันเอง ที่กติกาแปลกประหลาดจนทั้งโลกต้องตะลึง นอกจากนี้ยังมีกฎหมายพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่ออกมาในช่วงดังกล่าว ที่ผ่านการพิจารณาโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมา ที่หลายส่วนมองว่าเป็นการเพิ่มอำนาจรัฐ จำกัดสิทธิของประชาชน ไปจนถึงเรามีแผน ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ที่ประชาชนอาจไม่มีส่วนร่วมเท่าที่ควร แต่จะมีผลไปถึงปี ๒๕๘๐ และประเด็นสำคัญที่เรากำลังพิจารณาในวันนี้ครับ คือการใช้อำนาจในการออกประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. รวมกันแล้วหลายร้อยฉบับ ในช่วงระยะเวลา ๕ ปี โดยคำสั่งและประกาศของ คสช. หลายส่วนส่งผลกระทบต่อ การบริหารการปกครอง ส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ขัดต่อหลักสิทธิ มนุษยชน และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนจวบจนถึงปัจจุบันครับ ท่านประธาน และแม้ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาจะมีการยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. ไปแล้วบางส่วน แต่ปัจจุบันก็มีประกาศและคำสั่งอีกหลายฉบับที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ใน ปัจจุบัน โดยหากประกาศหรือคำสั่งนั้น ๆ เป็นลักษณะการใช้อำนาจทางการบริหาร ก็สามารถยกเลิกโดยใช้มติ ครม. หรือคำสั่งนายกรัฐมนตรีก็ได้นะครับ อย่างไรก็ตามครับ หากประกาศหรือคำสั่งนั้น ๆ เป็นลักษณะในการใช้อำนาจทางนิติบัญญัติ หรือมีลักษณะ เป็นกฎหมาย การยกเลิกจะต้องทำเป็นพระราชบัญญัติ หรือการออกกฎหมายแทนที่จะต้อง ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จึงเป็นที่มาของการพิจารณาในวันนี้ครับ ในร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งมีทั้งร่างที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี และร่างที่เสนอโดย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งวันนี้ผมเองก็จะร่วมลงมติเห็นชอบรับหลักการทุก ๆ ร่างที่มี การเสนอเข้ามา อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน แต่ละร่างก็ยังมีความแตกต่างในจำนวนฉบับ ที่จะยกเลิกค่อนข้างมากครับ โดยร่างที่ ครม. เสนอมีการยกเลิกประกาศและคำสั่งจำนวน ๒๓ ฉบับ ร่างที่ท่านกมลศักดิ์เสนอ มีการยกเลิก ๓ ฉบับ ร่างที่ท่านอนุทินเสนอ มีการยกเลิก ๗๑ ฉบับ และร่างที่ท่านรังสิมันต์เสนอ มีการยกเลิกประกาศ จำนวน ๑๗ ฉบับด้วยกัน จะเห็นว่ามีความแตกต่างในจำนวนฉบับที่ต้องการยกเลิก แต่จุดประสงค์ผมคิดว่ามีความ คล้ายคลึงกัน คือการยกเลิกคำสั่งที่ไม่เหมาะสมกับในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นผมจึงขอฝากให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นมาได้พิจารณากันอย่างรอบคอบครับ โดยวันนี้เราต้องมอง ถึงความจำเป็นที่จะต้องยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. ที่ไม่มีความจำเป็นและไม่เหมาะสม กับปัจจุบัน เราจำเป็นต้องยกเลิกประกาศและคำสั่งที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและขัดต่อ หลักประชาธิปไตย หรือจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในด้านต่าง ๆ จนเกินควร ไม่ว่าจะเป็นเสรีภาพทางการชุมนุม เสรีภาพของสื่อมวลชน ไปจนถึงสิทธิของประชาชน ในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของรัฐ สิทธิในที่ดินทำกิน และสิทธิในการอาศัยอยู่ใน สิ่งแวดล้อมที่ดี ท่านประธานที่เคารพครับ การรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ผ่านมาแล้วเป็นเวลา ๑๐ ปี แต่เราจะเห็นได้ว่า มรดกตกทอดแล้วก็ผลพวงหลายอย่าง ยังคงเป็นผลมาจนถึงปัจจุบัน และจะเป็นผลต่อไป ในอนาคต การรัฐประหารยึดอำนาจหลายครั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นความสูญเสีย เป็นความเสียหาย และเป็นบทเรียนที่สำคัญของประเทศไทย หลังจากนี้เราต้องร่วมกันคิด ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีก เพื่อที่เราจะไม่ต้องมาคอยแก้ไขผลกระทบ ที่ตามมามากมายเช่นนี้ เมื่อวานนี้ถือเป็นจุดที่สำคัญครับ ที่ทางวุฒิสภาได้ผ่านพระราชบัญญัติ ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาบริหารและพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ที่เสนอโดยท่านยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งการยกเลิกคำสั่ง คสช. ดังกล่าว ทำให้มีสภาที่ปรึกษาการบริหาร และพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เพื่อสะท้อน ปัญหา เสนอแนะแนวทางพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ต่อไปครับ แล้ววันนี้เองก็เป็นจุดสำคัญ อย่างยิ่งอีกครั้งครับ ที่เราจะร่วมกันยืนยันว่าเราจะคืนความปกติสุขมาสู่ประเทศไทย และหลังจากนี้เราจำเป็นต้องร่วมกันยกเลิก แก้ไข และปรับปรุงอีกหลาย ๆ เรื่อง ในด้าน การเมือง การปกครอง และการคืนสิทธิเสรีภาพให้กับพี่น้องประชาชน หลังจากนี้เราต้อง เดินหน้าเพื่อปกป้อง ฟื้นฟู พัฒนา และสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็งให้กับประเทศของเรา เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องประชาชนทุกคน ขอบคุณครับท่านประธาน